Dear Rasa #ForRasa10 #ForRasa20 “資格 ก็แค่กระดาษ…”
รสาลูกรัก…
จู่ๆ ปะป๊าก็กลัวขึ้นมาว่า วันนึง เกิดมีเรื่องอะไรขึ้นมาทำให้ปะป๊าไม่ได้สอนลูกตอนที่ลูกเติบใหญ่ อย่างน้อยปะป๊าเชื่อว่า web marumura แห่งนี้น่าจะยังอยู่ให้ลูกได้เบิกความคิด ประสบการณ์ของปะป๊าให้ลูกแก้เหงาได้
อาทิตย์ที่แล้วปะป๊าดูซีรีส์ญี่ปุ่นเรื่องนึง ที่ชื่อว่า “La Grande Maison Tokyo” นางเอกของเรื่องอายุห้าสิบเข้าไปแล้ว แต่นางเอก ปรารถนาถึงการเป็นเชฟที่จะคว้าดาวมิชลินให้ได้ เธออยู่หน้าเตามากกว่า 16 ชั่วโมงต่อวันมากว่าสามสิบปี กินอาหารจนลิ้นแยกส่วนประกอบของอาหารแต่ละคำได้ว่ามาจากวัตถุดิบอะไร เธอหมกมุ่นมากจนถูกถามว่า ทำไมต้องให้ความสำคัญกับดาวมิชลินขนาดนั้น การทำอาหารมีหลายอย่างที่สำคัญกว่าดาวมิชลินแน่ๆ
แต่นางเอกพูดได้น่าสนใจมากว่า คนที่คิดหรือพูดเช่นนั้น คือคนที่แค่หาขออ้างเพราะตัวเองคว้าดาวไม่ได้ต่างหาก

สิ่งที่นางเอกพูดก็ฟังขึ้น ในโลกของเราความอร่อยมันมีหลากสไตล์ หลายมาตรฐาน แต่ในปี 2024 ที่ปะป๊าอยู่ ร้านอาหารที่ได้ดาวมิชลิน จะถูกยอมรับว่า อาหารของร้านนั้นอร่อยจริงๆ เชฟที่พูดแต่ว่า เราทำอาหารเพื่อให้คนทานมีความสุข ไม่ได้สนใจดาว ทำเพื่อเงิน… นั่นเป็นแค่คำแก้ตัว
บังเอิญเหลือเกินที่ปะป๊าดันไปเรียนและทำงานในบริษัทที่มีขนบเรื่อง การถูกยอมรับด้วย certificate และส่วนใหญ่คนญี่ปุ่นในวันที่ปะป๊ารู้จัก ถือว่าเป็นชนชาติที่ให้ความสำคัญกับ certificate
ในโลกใบนี้ คนญี่ปุ่นสอบ TOEIC มากที่สุดถึงเฉลี่ยปีละ 1.7 ล้านคน ทิ้งห่างอันดับสอง (เกาหลี) หรือสาม (จีน) ที่มีคนสอบปีละ 300,000 – 200,000 คน
ในโลก IT ผู้ถือครอง Oracle- Certified Professional
- อันดับหนึ่ง อเมริกา (1ล้าน)
- อันดับสอง อินเดีย (6 แสน)
- อันดับสาม จีน (4.5 แสน)
- อันดับสี่ ญี่ปุ่น มีคนถือ certificate ที่ 120,000 คน
หรืออีกตัวอย่าง Microsoft Certificate
- อันดับหนึ่ง อเมริกา (1.2 ล้าน)
- อันดับสอง อินเดีย (7 แสน)
- อันดับสาม จีน (5 แสน)
ส่วนญี่ปุ่นได้ที่ห้า (1.5 แสน) ถึงจะไม่ใช่อันดับหนึ่ง แต่เมื่อเทียบจำนวนประชากรทำงาน ที่จีนกับอินเดียที่มีคนมากกว่าเป็นสิบเท่าหรือชาติอย่างอเมริกา ที่เป็นต้นตำหรับ เราก็เห็นแล้วว่าญี่ปุ่นหมกมุ่นกับ certificate มากกว่าชาติอื่นมาก… แน่นอนไม่ต้องเทียบกับคนไทยเลย ในยุคของปะป๊าคนทำงานส่วนใหญ่คิดว่า การสอบครั้งสุดท้ายของเขาก็คือในมหาวิทยาลัยนั่นแหล่ะ ถึงจะดูด้อยค่าคนไทย แต่เราเป็นชนชาติที่พูดว่า มีอะไรสำคัญกว่าแผ่นกระดาษ certificate มากมายในชีวิตทำงาน
ปะป๊ายังจำได้ ตอนที่ปะป๊าอยู่ที่ญี่ปุ่น บริษัทมีกฎเกณฑ์การเลื่อนตำแหน่งด้วยซ้ำไปว่า หากพนักงานซักคนจะขึ้นเป็น ระดับหัวหน้าทีม อย่างน้อยก็ต้องมี TOEIC ที่คะแนนสูงเท่าไหร่ ถ้าโง่อังกฤษมากก็ต้องไปเอา certificate พวก oracle , Microsoft หรือถ้าเป็นพวกคนไม่ใช่สายเทคนิคพูดอังกฤษไม่ได้ ก็ต้องมีพวก CFA หากไม่มี certificate ใดๆ เลยต่อให้ทำงานโดดเด่นแค่ไหน เขาก็จะไม่ให้เลื่อนตำแหน่ง (บอกตามตรง certificate พวกนี้ อ่านหนังสือเตรียมตัว ไม่กี่เดือนส่วนใหญ่ก็ทำได้นั่นแหล่ะ)
ตอนปะป๊าในวัยยี่สิบกว่า… ปะป๊าก็เคยต้องไปสอบ การพิสูจน์ว่า คุณเป็น software engineer ที่ถูกการยอมรับไหม
คนหลักหมื่น อายุตั้งแต่ยี่สิบจนไปถึงบางคนอายุน่าจะถึงหกสิบด้วยซ้ำ ยังมานั่งสอบใน hall ขนาดใหญ่ ประเทศญี่ปุ่นล้วนสนับสนุนให้มีการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างแท้ทรู
ตอนปะป๊าไปสอบเพื่อเอา certificate อันนี้ มันเป็น certificate ของญี่ปุ่นเท่านั้น ความยากคือทั้งโจทย์ และคำตอบที่เราเขียนต้องเป็นภาษาญี่ปุ่น

ข้อสอบก็จะเป็นภาษาญี่ปุ่นยาวเป็นแพแบบนี้แหล่ะ
เพราะเป็นภาษาญี่ปุ่น มันทำให้ปะป๊าเสียเปรียบ ยกตัวอย่างสักข้อนึง.. เรารู้อยู่แล้วว่าคำตอบข้อนี้คือ software ทำงานผิดที่มันจะเกิดข้อมูล record ที่ซ้ำได้ เราต้องเขียนคำว่า 重複 (じゅうふく) = duplicated ลงไปในช่องคำตอบที่ข้อสอบกำหนดว่า ห้ามเขียนเกิน15 ตัวอักษร ปะป๊าไม่ได้โง่ขนาดไม่รู้จักศัพท์คำนี้นะ แต่เวลาทำงานเราก็คุ้นเคยแต่การพิมพ์ เราไม่เคยเขียนคันจิด้วยมือมาหลายปี… มันทำให้ปะป๊าเขียนคันจิไม่ถูก
ถ้าเขียนคำว่า duplicated ลงไปในช่องคำตอบ มันคือสิบตัวอักษร ทั้งๆที่กรรมการคาดว่า คำๆ นี้คนตอบจะเขียนเพียงสองตัวอักษร…
และทำให้การสอบเพื่อเอา certificate ตัวนี้ครั้งแรก ปะป๊าสอบตก… นี่คือการสอบตกครั้งแรกในชีวิตปะป๊าเลยก็ว่าได้
มันมีคำแก้ตัวมากมาย… ข้อสอบก็เป็นภาษาญี่ปุ่น ส่วนเวลาเขียนตอบก็ต้องรู้คันจิ แม่ง… ปัญญาอ่อน
แต่สิ่งที่ปะป๊าอยากจะสอนลูกหรือใครก็ตามที่อ่านบทความนี้อยู่ก็ตาม คำแก้ตัว… มีไว้ให้กับพวกคนที่ไม่มีปัญหาสอบผ่านต่างหาก มีคนต่างชาติในประเทศญี่ปุ่น อย่างน้อยก็หลายสิบคนสามารถทำได้
หากรสาตอนอ่านบทความนี้อยู่แล้วพบปัญหาทำนองที่ว่า หนูไม่ใช่ Native English speaker หนูไม่ได้เรียนเรื่องนี้มาก่อน หนูอายุน้อยเกินไป ปะป๊าอาจจะใจร้ายกับลูกสักหน่อย แต่นั่นเป็นแค่คำแก้ตัว
ฤดูใบใบไม้ผลิในปีถัดไป ปะป๊าต้องไปสอบไอ้ cer บ้าๆ นี่อีก
ปะป๊าเพิ่งโดนแฟนคนแรกของชีวิตบอกเลิก สองเดือนที่แล้ว ปะป๊ามีโปรเจคที่ต้องทำงานข้ามคืนมาหลายอาทิตย์ ชีวิตในวันนั้นโลกของปะป๊ามีแต่สีเทา กับสีดำมืด อยากจะลาออกแม่งให้จบๆ ไปด้วยซ้ำ
คุณจะไปแก้ตัวกับเพื่อนๆ หัวหน้าให้เสียหน้าน้อยๆ ก็ได้ว่า เราอ่อนภาษาญี่ปุ่น เราท้องเสียวันนั้นพอดี หรือเราทำไม่ดีเพราะเสียสมาธิ จากเรื่องผู้หญิง … แต่คำพูดเหล่านี้แท้จริงไม่ได้ทำให้เราดูดีขึ้นหรอก ดูน่าตลกหรือไม่มีความเป็นมือโปรด้วยซ้ำ
สี่ทุ่มวันพฤหัส… ในบ้านที่ปิดมืด และเงียบเพราะบาดแผลจากอกหักครั้งแรกของชีวิตยังทำให้ปะป๊า move on ไม่ได้
ปะป๊าเปิดดูผลสอบ การ challenge ครั้งที่สองของตัวเอง ปะป๊าได้คะแนนคาบเส้นที่ 70% เป๊ะ…
เชื่อไหมรสา… ในคืนนั้น ปะป๊าเอาแขนทั้งสองกอดตัวตัวเอง ทั้งๆที่เป็นแค่กระดาษใบประกาศณียบัตรที่คนทั่วโลกนอกจากญี่ปุ่นไม่รู้จักมันด้วยซ้ำ… ปะป๊ารู้สึกดีจริงๆ ดีขนาดน้ำตาแทบจะไหลออกมาในค่ำคืนที่เราเหงาและโดดเดี่ยวมากที่สุดในห้วงชีวิต
รสาที่รัก.. ชีวิตเราล้วนแต่โดนวัด โดนเปรียบเทียบตั้งแต่เกิดจนตาย ลูกหนีไม่พ้นหรอก
ลูกมีสิทธิจะพูดหา factor มากมายที่ทำให้ลูกอาจจะคว้าดาวนั่นมาไม่ได้… แต่ทั้งหมดคือแค่ข้อแก้ตัว
เรื่องที่เกี่ยวข้อง >>
– อยากจำกลับลืม อยากลืมกลับจำ
– Olympic Series – แด่ดวงดารา
– Olympic Series – นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…?
– Olympic Series – หนึ่งกระบวนท่า เพื่อเป็นหนึ่งในปฐพี
– ดูเสื้อนักกีฬาโอลิมปิก แล้วหันมาย้อนดูเจแปน
Dear Rasa #ForRasa10 #ForRasa20 “資格 ก็แค่กระดาษ…”


