กำลังอยู่ในกระแสและได้รับความนิยมเป็นอย่างมากกับ ดอกมุราคามิ (Murakami Flower) ดอกไม้หลากสี ผลงานของศิลปินชาวญี่ปุ่นนามว่า ทาคาชิ มุราคามิ (Takashi Murakami)
กำลังอยู่ในกระแสและได้รับความนิยมเป็นอย่างมากกับดอกมุราคามิ (Murakami Flower) ดอกไม้หลากสี ผลงานของศิลปินชาวญี่ปุ่นนามว่าทาคาชิ มุราคามิ (Takashi Murakami)
ด้วยผลงานที่โดดเด่น มีเอกลักษณ์ และเข้าถึงง่ายของเขา ทำให้ได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากแฟน ๆ เสมอ วันนี้ไอซึจะพาเพื่อน ๆ ไปทำความรู้จักกับศิลปินชาวญี่ปุ่นผู้นี้กันให้มากขึ้นอีกนิด รวมไปถึงเข้าใจความหมายของดอกไม้หลากสีผลงานของเขาให้มากยิ่งขึ้นกันอีกด้วยค่ะ แต่ก่อนที่เราจะพูดถึงดอกไม้หลากสีหรือ Murakami Flower ไอซึว่าเรามาทำความรู้จักกับศิลปินชาวญี่ปุ่นผู้นี้กันก่อนดีกว่าค่ะ

ทาคาชิ มุราคามิ (Takashi Murakami) เกิดเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1962 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
ด้วยความที่เขาเกิดและโตในประเทศญี่ปุ่น เขาจึงมีความชื่นชอบในอนิเมะและมังงะเป็นอย่างมาก รวมถึงมีความใฝ่ฝันว่าอยากจะทำงานในอุตสาหกรรมการผลิตอนิเมชั่น ด้วยความฝันนี้ทำให้เขาเลือกที่จะเข้าเรียนที่ Tokyo National University of Fine Arts and Music หรือ TOKYO GEIJUTSU DAIGAKU (Geidai)
ทาคาชิ มุราคามิ (Takashi Murakami) จบปริญญาตรี ปริญญาโท จากสาขาจิตรกรรมญี่ปุ่นแนวประเพณี (Nihonga) จากสถาบันแห่งนี้และในปี 1993 เขาก็จบปริญญาเอกจากสถาบันเดียวกัน ด้วยวิทยานิพนธ์ที่มีหัวเรื่องว่า “The Meaning of the Nonsense of the Meaning” ซึ่งเกี่ยวกับจิตรกรรมญี่ปุ่นแนวประเพณี (Nihonga) นั้นเองค่ะ

เส้นทางศิลปะของทาคาชิ มุราคามิ (Takashi Murakami) เริ่มขึ้นจากการเป็นจิตรกรและปฏิมากรค่ะ โดยผลงานส่วนใหญ่ของเขานั้นจะได้รับอิทธิพลมาจากหนังสือการ์ตูน มังงะ หรืออนิเมะของประเทศญี่ปุ่นเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเมื่อนำเอกลักษณ์ของศิลปะในแบบฉบับของญี่ปุ่นมารวมกับศิลปะในแถบตะวันออกจึงเกิดเป็นป็อปอาร์ตในแบบฉบับของทาคาชิ มุราคามิ ซึ่งแสดงออกมาผ่านลายเส้นและตัวการ์ตูนที่มีสีสันสดใสไม่เหมือนใครในแบบฉบับของมุราคามิ

แต่ผลงานศิลปะของเขายังเต็มไปด้วยความหมายและปรัชญาที่สะท้อนแนวความคิดออกมาทางผลงานได้อย่างน่าสนใจ ยกตัวอย่างเช่นผลงานที่ชื่อว่า Little Boy ผลงานศิลปะที่สื่อถึงเหตุการณ์ทิ้งระเบิดปรมาณูเหนือเมืองฮิโรชิมาในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งชื่อผลงาน Little Boy ก็คือรหัสหรือ Codename ที่ใช้เรียกระเบิดปรมาณูที่นำมาทิ้งนั้นเองค่ะ
ถึงแม้ผลงานชิ้นนี้จะสร้างขึ้นเพื่อเสียดสีหรือวิพากษ์วิจารณ์เหตุการณ์ในครั้งนั้น แต่ทาคาชิ มุราคามิ ก็สามารถทำผลงานศิลปะครั้งนี้ออกมาได้อย่างน่าสนใจ เต็มไปด้วยสีสันตามเป็นฉบับของศิลปะแนวป็อปอาร์ตที่เขาถนัด ด้วยผลงานที่มีเอกลักษณ์และโดดเด่นเหล่านี้ทำให้ทาคาชิ มุราคามิ ได้รับการขนานนามว่าเป็นศาสดาแห่งศิลปะแนว POP ART ของฝั่งเอเชียเลยทีเดียวค่ะ

ในปี ค.ศ. 2002 ทาคาชิ มุราคามิ ได้รับการทาบทามจากมาร์ก เจค็อบส์ (Marc Jacobs) ให้ร่วมกันออกแบบคอลเลคชั่นพิเศษให้กับแบรนด์ระดับโลกอย่างหลุยส์ วิตตอง (Louis Vuitton) ซึ่งคอลเลคชั่นนี้ได้ออกแบบกระเป๋าออกมาในรูปแบบโมโนแกรมหลากสี มีลายลูกตา ลายเชอร์รี่ ตามแบบฉบับที่เขาถนัด ซึ่งคอลเลคชั่นนี้ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก และทำให้ชื่อเสียงของมุราคามิเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกค่ะ

ในปี ค.ศ. 2007 มุราคามิได้เป็นผู้ออกแบบปกอัลบั้ม Graduation ของนักร้องแรปเปอร์ผิวสีอย่างคานเย เวสต์ (Kanye West) รวมไปถึงเป็นผู้กำกับ MV เพลง Good Morning ในอัลบั้มนี้อีกด้วย
หลังจากนั้นเขาก็ได้ร่วมงานกับแบรนด์ระดับโลกอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Supreme, Comme des Garçons, Vans, Issey Miyake, Google, Kaws รวมไปถึงแบรนด์นาฬิกาดังอย่าง Casio G-Shock

จากประวัติคร่าว ๆ ของทาคาชิ มุราคามิ เพื่อน ๆจะเห็นได้ว่าผลงานศิลปะของเขาสามารถเข้าถึงจิตใจของคนได้ทุกแขนงผ่านลวดลายการ์ตูนแนว POP ART ที่ตัวเขาถนัดดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผลงานของเขาจะได้รับความนิยมจากผู้คนทั่วทุกมุมโลก
และผลงานอีก 1 ชิ้นที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือดอกมุราคามิ (Murakami Flower) ที่เหมือนเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของทาคาชิ มุราคามิ และตอนนี้ก็กำลังได้รับความนิยมกันแบบสุด ๆ
[box type=”custom” color=”#ffffff” bg=”#dd3333″ radius=”10″]ดอกไม้แห่งมุราคามิ (Murakami Flower) ทำไมถึงฮิตกันนะ?เจ้าดอกมุราคามิเนี่ยความจริงแล้วได้รับความนิยมจากผู้ที่ชื่นชอบในศิลปะแนวป๊อปอาร์ตมานานแล้วค่ะ
ถ้าหากนึกย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน ผู้นำเทรนด์แดนกิมจิอย่างจียง G-Dragon แห่งวง BigBang ก็เคยใส่ดอกไม้นี้เล่น MV เพลง BREATHE ด้วยเหมือนกันนะ และไม่ใช่แค่เพียงการนำดอกมุราคามิมาใส่เล่น MV เพียงอย่างเดียวในชีวิตจริงจียงก็เป็นแฟนผลงานของทาคาชิ มุราคามิด้วยเหมือนกันค่ะ
หลังจากนั้นเจ้าดอกมุราคามิก็เริ่มเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมเรื่อยมา แต่กระแสอาจจะไม่เปรี้ยงปร้างเท่ากับตอนนี้
สาเหตุที่กระแสของดอกมุราคามิเริ่มกลับมาฮิตกันอีกครั้งในบ้านเราก็เริ่มจากการที่คนมีชื่อเสียงในบ้านเราอย่างเช่นน้องโมบายล์ BNK48 หยิบเจ้าดอกไม้นี้มาประดับบนเสื้อผ้านั้นเองค่ะ
หลังจากนั้นเจ้าดอกมุราคามินี้ก็เริ่มกลับมาฮิตกันอีกครั้งในบ้านเรา และยิ่งเป็นกระแสมากขึ้นจากคลิปไวรัลในโซเชียลนั้นเองค่ะ

เจ้าดอกมุราคามิ (Murakami Flower) ที่เพื่อน ๆ กำลังให้ความสนใจกันอยู่ในตอนนี้เพื่อน ๆ ทราบกันหรือไม่คะ ว่าเจ้าดอกมุราคามิเนี่ยมันไม่ได้น่ารักเพียงอย่างเดียวนะ แต่มันยังมีความหมายอีกด้วยค่ะ
หากจะย้อนกลับไปในอดีตมุราคามิได้กล่าวถึงเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมาว่า
ผมไม่ชอบดอกไม้ แต่การที่ผมได้มาเป็นครูสอนที่โรงเรียน มันทำให้ความรู้สึกของผมเปลี่ยนไป กลิ่นของมัน รูปร่างของมัน ทำให้ผมรู้สึกป่วย แต่ในเวลาเดียวกันผมกลับมองว่ามัน “น่ารักมาก” ดอกไม้แต่ละดอกแต่ละชนิดก็แสดงออกถึงความรู้สึก และตัวตนของมันแตกต่างกันไป
และเขาก็ได้สร้างผลงานที่มีชื่อว่า “An Homage to Monopink, 1960 A” ที่สะท้อนถึงความรู้สึกของเขาที่มีต่อดอกไม้ที่มีเส้นบางๆ กันอยู่ระหว่าง ‘ความชอบและความเกลียด’

เพื่อน ๆ บางคนอาจจะเข้าใจว่ารอยยิ้มของดอกมุราคามิคือรอยยิ้มแห่งความสุข ความสดใส ถึงแม้ภายนอกจะแสดงออกแบบนั้น แต่ถ้าหากเพื่อน ๆ ลองสังเกตให้ดีภายในดวงตาอันสดใสของดอกไม้กลับมีรอยน้ำตาซ่อนอยู่
ทาคาชิ มุราคามิได้กล่าวถึงความหมายของดอกมุราคามิในงานนิทรรศการ Murakami’s ‘Flowers and Skulls’ exhibition ที่ฮ่องกงเอาไว้ว่า
แรงบัลดาลใจของเขาเกิดจากเหตุการณ์การทิ้งระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิมาและนางาซากิ เมื่อปี 1945
ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นนับว่าเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของประเทศญี่ปุ่น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่อนิเมะหรือมังงะในประเทศญี่ปุ่นจึงมักเชื่อมโยงเข้ากับเหตุการณ์การทิ้งระเบิดปรมาณูในครั้งนั้น และผลงานของมุราคามิก็เช่นกัน

โดยผลงานที่สื่อถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้นได้ดีที่สุดก็เห็นจะเป็นผลงานที่มีชื่อว่า ‘Flowers and Skulls’ ซึ่งในภาพจะมีรูปหัวกะโหลกซ้อนทับกันอยู่มากมายสื่อถึงความสุญเสียและความสิ้นหวังในเหตุการณ์ระเบิดครั้งนั้น แต่ในภาพก็ยังมีดอกไม้ยิ้มแฉ่งบานสะพรั่งผุดขึ้นมากจากกองหัวกะโหลกเหล่านั้น
มุราคามิกล่าวว่าดอกไม้เหล่านี้สื่อถึงความไม่เกรงกลัวต่อความสิ้นหวัง ถึงแม้ข้างในจะเจ็บปวดสักแค่ไหนแต่ก็ต้องยิ้มสู้ หลังจากนั้น มุราคามิยังได้กล่าวต่ออีกว่า
พวกเราชาวญี่ปุ่นเป็นเพียงชนชาติเดียวที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับระเบิดปรมาณูในครั้งนั้น ที่ ๆ ทุกอย่างหายไปในพริบตา ขอบคุณชายผู้สร้างสิ่งที่มีพลังเหนือพระผู้เป็นเจ้า สิ่งนั้นเคยทำให้เรามึนงง สับสน แต่ความรู้สึกในอดีตมันก็เป็นเพียงอดีต และดอกไม้ยิ้มแฉ่งที่เขาสร้างขึ้นก็เหมือนจะพูดว่า ‘โอเค!! พวกเราแพ้ แล้วไงอ่ะ?!!’

ถ้ามองผ่าน ๆ ดอกมุราคามิก็มีหน้าตาที่น่ารักและสีสันที่สดใส แต่ใครจะรู้ว่าแท้จริงแล้วดอกไม้ยิ้มแฉ่งดอกนี้มีความนัยอะไรซ่อนอยู่
ไอซึมองว่าดอกมุราคามิก็เปรียบได้กับคนญี่ปุ่นที่ถึงแม้จะต้องเจอเรื่องราวเลวร้ายสักแค่ไหนพวกเขาก็ไม่เคยยอมแพ้ และพร้อมจะลุกขึ้นสู้กับปัญหาที่ถาโถมเข้ามาเสมอ ช่างเป็นชนชาติที่มีใจเป็นนักสู้จริง ๆ ค่ะ ไอซึขอคารวะเลย
เรื่องแนะนำ :
– มาทำความรู้จัก Donburi (ดงบุริ) อาหารจานด่วนยอดนิยมของคนญี่ปุ่น
– ตามรอย 60 ปีแห่งความสำเร็จ ทุกย่างก้าวที่สำคัญของบริษัท Nissin ตอนจบ
– ตามรอย 60 ปีแห่งความสำเร็จ ทุกย่างก้าวที่สำคัญของบริษัท Nissin ตอนที่ 1
– Namiki Yabusoba ร้านโซบะ 100 ปีที่ต้องหาโอกาสไปลองสักครั้ง
– Coca-Cola ส่ง Coca-Cola Clear สู้ตลาดเครื่องดื่มไร้สี Exclusive เฉพาะที่ญี่ปุ่นเท่านั้น
ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก :
https://www.perrotin.com/artists/Takashi_Murakami/12#news
https://gagosian.com/artists/takashi-murakami/
https://ja.wikipedia.org/wiki/%E6%9D%91%E4%B8%8A%E9%9A%86
http://tmastore.org/tamu.html
https://www.thingsiliketoday.com/takashi-murakami-il-re-della-pop-art/
https://protarockwell.wordpress.com/2009/08/09/takashi-murakami-and-the-poku-movement/
https://paddle8.com/work/takashi-murakami/164249-an-homage-to-monopink-1960-a/
https://www.cocomarett.com/art/2017/7/26/takashi-murakami-master-murakami


