ยมทูต และเพลงวอลซ์ : เรื่องสั้นอ่านสบายจากญี่ปุ่น
กลางดึกสงัด ผมเดินไปตามทางที่เงียบสงบในโรงพยาบาล
ท่ามกลางความมืดสลัว
ผมเห็นใครบางคนกำลังเต้นรำ…
แสงจันทร์ที่ลอดผ่าน ฉายรูปลักษณ์ของคนผู้นั้นให้ปรากฏเพียงเลือนราง
เรือนร่างผอมแห้งราวไร้เนื้อหนัง
ผิวขาวซีดราวกับกระดาษ
เธอดูเหมือนไม่ใช่คนที่มีชีวิตอยู่เลย
ถึงอย่างนั้น ท่าทางการเต้นรำของเธอก็ช่างงดงาม
จนผมตกหลุมรัก
“โอ้? ป่านนี้ทำไมมาอยู่ที่นี่ล่ะหนุ่มน้อย
เธอก็นอนไม่หลับเหมือนกันเหรอ?”
“อื้อ…
ขอผมดูพี่สาวเต้นอีกหน่อยได้ไหมครับ?”
“นี่เค้าเรียกว่าวอลซ์หล่ะ
จะดูเท่าไหร่ก็ได้นะ แต่ว่า…
ฉันคือยมทูต
ดังนั้นอย่ามาอยู่กับฉันจะดีกว่านะ”
“…ยมทูต?”
“ใช่
ฉันรู้จุดสิ้นสุดของชีวิตคน
ฉันคิดว่าพรุ่งนี้คุณนากามูระ ห้อง 204 จะตายนะ”
วันต่อมา ผมได้ไปที่ห้อง 204
คุณตานากามูระบอกกับผมด้วยเสียงที่แห้งผาก
“ทุบไหล่ให้หน่อยสิ”
แต่เมื่อผมทุบลงไป
“เร็วไป!
ค่อยๆ ทุบไปช้าๆ เหมือนเวลาดูแลผู้หญิงน่ะ!”
การถูกดุทำให้ผมอารมณ์เสียนิดหน่อย
แต่ก็ค่อยๆ ทุบและผ่อนแรงลงตามที่เค้าบอก
“ดี… สบายมาก…”
เค้ายิ้มออกมา ก่อนที่จะหลับไป
และในคืนนั้นคุณตานากามูระก็เสียชีวิตลง
หลังจากนั้นผมได้ไปหาพี่สาวอีก
เธอพูดกับผมในขณะเต้นรำโดยไร้ความโศกเศร้า
“บอกแล้วไม่ใช่เหรอ? ว่าฉันคือยมทูตน่ะ”
“ฉันคิดว่าคุณเอ็นโด ห้อง 309 จะตายพรุ่งนี้”
วันต่อมา ผมไปที่ห้อง 309
คุณยายเอ็นโดขอกับผมว่า
“อยากดื่มชาอุ่นๆ จัง”
ผมค่อยๆ เดินถือชาไปให้คุณยายช้าๆ เพราะกลัวมันหก
แต่ผมก็เดินช้าเกินไปจนชาหายอุ่น ทำให้ผมต้องกลับไปชงมันใหม่
และคราวนี้ผมก็รีบร้อนเกินไป จนทำน้ำชาหก
ผมสาละวนอยู่กับการชงชาและพยายามถือมันไปเสิร์ฟอยู่หลายครั้ง
ในที่สุดผมก็สามารถเดินได้เร็วและนิ่งพอให้ชาไปถึงมือคุณยายในขณะที่ยังอุ่นโดยไม่หก
“อร่อย…”
คุณยายเอ็นโดพูดออกมาด้วยสีหน้าพึงพอใจ
แล้วคืนนั้นคุณยายเอ็นโดก็ได้จากไป
หลังจากนั้น
ผมได้ไปหาคุณพี่สาวอีกครั้ง
คราวนี้เธอเต้นวอลซ์ไปเงียบๆ โดยไม่พูดอะไร
และผมก็เฝ้าดูเธออย่างเงียบๆ เช่นกัน
และในคืนวันถัดมา
ผมก็ได้ไปหาเธออีกแล้ว
วันนี้ช่างดูพิเศษ
บนร่างกายที่กำลังร่ายรำของเธอมีสร้อยคอ และต่างหูประดับอยู่
เธอช่างงดงามยิ่งกว่าวันไหนๆ
เธอที่รู้ตัวว่าผมมาแล้วได้หยุดเต้นลง
แล้วหันมามองผมด้วยรอยยิ้มอันอ่อนโยน
“นี่ หนุ่มน้อย
เธอคือยมทูตตัวจริงใช่มั้ยล่ะ?”
…
………
“อื้อ
ขอโทษที่ไม่เคยบอกนะครับ”
“ฮ่ะฮ่ะ ไม่เป็นไร
คืนนี้ถึงตาฉันแล้วใช่ไหม?”
…
ผมไม่ตอบ
ผมไม่อยากตอบ
“ไม่ต้องห่วงนะ
แค่ฉันส่องกระจก ฉันก็เห็นความตายของตัวเองแล้ว”
เธอพูดออกมาเช่นนั้นอย่างไร้ซึ่งความกลัวหรือโศกเศร้า
มีเพียงรอยยิ้มเท่านั้นที่ปรากฏบนใบหน้า
“พี่ไม่กลัวความตายเลยเหรอ?”
“นั่นสินะ
ตอนที่รู้ว่าเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ฉันกลัวมากเลย
แต่พอคิดดูแล้ว
ชีวิตคนเราก็มีแค่ครั้งเดียว เป็นการเดินทางเพียงเที่ยวเดียว
ดังนั้นเราก็มีแต่ต้องก้าวต่อไป
ถึงชีวิตเราอาจจะหลงทางไปใช้กับเรื่องไร้แก่นสาร
แต่สุดท้ายฉันก็อยากให้มันจบลงด้วยรอยยิ้มนะ
ให้ฉันเต้นไปจนถึงตอนจบได้มั้ยคะ คุณยมทูต?”
“แน่นอนครับ
และผมจะนั่งมองคุณอยู่ตรงนี้เหมือนที่ผ่านมา”
“พูดอะไรแบบนั้น?
วอลซ์น่ะเขาต้องเต้นด้วยกันสองคนนะ
เธอก็ต้องเต้นด้วย”
“…เอ๊ะ!? ผมเหรอ?
ผมเต้นไม่เป็นนะครับ”
“เต้นไปตามที่อยากก็พอแล้ว
การเต้นในแบบของเธอสิ ถึงได้เป็นการเต้นที่มีแค่เธอเท่านั้นไง”
ผมประสานมือของตัวเองเข้ากับมือบางอันเย็นเฉียบของคุณพี่สาว
และเริ่มเต้น…อย่างห่วยแตก
“เก่งมาก”
แต่เธอกลับชมผมไม่รู้ตั้งกี่ครั้ง
แล้วผมก็ค่อยๆ จับทางมันได้
จังหวะของมันช้าและผ่อนคลาย คล้ายกับตอนทุบไหล่ให้คุณตานากามูระ
และวิธีการก้าวขาก็เหมือนกับตอนเดินถือช้าร้อนไปให้คุณยายเอ็นโดโดยไม่ทำหก
สนุก
สนุกจัง
และพวกเราก็เต้นรำกัน จนเช้าวันใหม่มาเยือน
การเต้นรำของพี่สาวเริ่มอ่อนแรงลงทีละน้อย
“ฉันเหนื่อยนิดหน่อย ขอพักหน่อยนะ”
พี่สาวพูดแบบนั้น ก่อนที่จะล้มตัวนอนลงตรงนั้น
และการเดินทางอันยาวนั้นของคุณพี่สาว…ก็ได้สิ้นสุดลง
ด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มของเธอ
“ลาก่อนนะครับ คุณพี่สาวคนสวย”
เรื่องแนะนำ :
– 12 ภาพจริงที่เหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในเกม จากญี่ปุ่น!
– ครบรส! 7 เรื่องตลกบ้าง จริงจังบ้าง ที่รุ่นพี่ชาวญี่ปุ่น อยากฝากถึงคนหนุ่มสาวทุกคน
– อยากทำงานกี่โมง? 7 เรื่องบ่นจากคนไม่รักงาน จากญี่ปุ่น 555
– ฟีลเฟรช! ไปกับ 13 ภาพเครื่องดื่มสีใสจากญี่ปุ่น
– เสียงกลางดึก : เรื่องสั้นสยองขวัญสุดคลาสสิก และที่มาสุดขนลุก
ขอบคุณข้อมูลจาก https://note.com/monkeypants/n/nb5e4740b495c?sub_rt=share_pw
#ยมทูต และเพลงวอลซ์ : เรื่องสั้นอ่านสบายจากญี่ปุ่น


