วิชายุทธ วิถีเซน by Lordofwar Nick
ตามหาวิชาดาบอิไอ (8) ตำนานปฐมาจารย์ดาบอิไอ “ฮายาชิซากิ จินสุเกะ ชิเงะโนบุ”
สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่รัก ช่วงนี้ผมนึกอะไรได้ก็เขียนไปเรื่อยๆ อารมณ์คนอ่านก็จะเหมือนสุ่มกาชานะครับ (ฮา) หลังจากที่ผมฟื้นตัวจากอาการไม่สบาย (ภูมิแพ้) จนค่อยๆ ดีขึ้น สิ่งหนึ่งที่ใช้ดึงกำลังใจของตัวเองขึ้นมาก็คือ “ดาบอิไอ” นี่แหละครับ โดยปกติก็ฝึกเองอยู่กับลานบ้าน สัปดาห์ละครั้ง วันอาทิตย์ ค่อยๆ ทำไป ผ่อนจิตให้ดี ทำใจให้ปล่อยไปตามธรรมชาติธรรมดา เห็นเหมือนเป็นการรำดาบนี่ ทำไปมากๆ ก็เหงื่อตกได้เหมือนกันนะครับ
เป็นธรรมดาที่ด้วยความที่ทุกวันนี้ฝึกทวนเอาเอง ไม่มีครูตัวเป็นๆ คอยสอน อาศัยศึกษาท่าแกะท่า (สายยืน) จากวิดีโอในยูทูป (ที่อุตส่าห์ข้ามกาลเวลามา อาจารย์ที่ปรากฎในวิดีโอบางท่านอย่างอาจารย์โคโน่ เฮียคุเร็น หรืออาจารย์ฟุคุอิ โทราโอะ ก็เหลือแค่ภาพในวิดีโอเท่านั้น ท่านได้พากันละสังขารกันไปหมดแล้ว) บวกกับไฟล์หนังสือแสกน pdf ที่เป็นของเก่า ที่บรรยายลำดับการเคลื่อนไหวต่างๆ แล้วเวลาหัดก็ค่อยๆ ปรับไป
วันนี้ได้กลับมาอ่านหนังสือที่ว่าแล้วก็เจอเนื้อหาน่าสนใจ ว่าด้วยตำนานของ “ฮายาชิซากิ จินสุเกะ ชิเงะโนบุ” ผู้ซึ่งเป็น “ปฐมาจารย์” แห่งวิชาดาบอิไอ ที่จริงเรื่องนี้เคยกล่าวถึงไปแล้วใน ตามหาวิชาดาบอิไอ ตอนที่ 5 แต่ว่าในที่นี้จะขอกล่าวแบบเจาะลึกเฉพาะเรื่องราวของปฐมาจารย์เลยทีเดียวนะครับ
ตำนานเรื่อง เทพฮายาชิซากิไดเมียวยิน และ ปฐมาจารย์ ฮายาชิซากิ จินสุเกะ ชิเงะโนบุ
ตามที่ท่านอาจารย์ใหญ่ได้บอกเล่าสืบต่อกัน ท่านว่าบรรพบุรุษของสำนัก ฮายาชิซากิมุโซริว (“สำนักฮายาชิซากิสุบินนิมิต” 林崎夢想流) นั้นไซร้ คือเทพฮายาชิซากิไดเมียวยิน (林崎大明神) แห่งมุรายามะกุน แคว้นเดวะ (出羽村山郡 ปัจจุบันคือ อำเภอมุรายามะ จังหวัดยามากาตะ) เป็นเทพไดเมียวยินแห่งดาบอิไอเพียงหนึ่งเดียวในญี่ปุ่น
ท่านได้ลงมาจากอิชิคิดาเกะ มุรายามะกุน (村山郡石城嶽) มายังที่ฮายาชิซากิ บ้านโอคุระ มุรายามะกุน เมื่อวันที่ 19 เดือน 9 ปีที่ 4 แห่งศักราชไดโด (ราว พ.ศ. 1352) ศาลนี้ ภายหลังได้เป็นที่บูชา ฮายาชิซากิ ชิเงะโนบุ ผู้เป็นปฐมาจารย์ด้วย

ภาพศาลเจ้าอิไอ หนึ่งเดียวในญี่ปุ่น ที่อำเภอมุรายามะ จังหวัดยามากาตะ (ที่มา murayama-kanbutu)
ตามอีกคำบอกเล่าหนึ่ง ฮายาชิซากิ ชิเงะโนบุ นั้นเกิดที่ฮายาชิซากิ ทาเทโอกะ แคว้นเดวะ ครองตัวเป็นโสดลูกเมียไม่มี (ดังนั้น) ถึงแม้ที่นั่นจะมีคนนามสกุลฮายาชิซากิอยู่ ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับวิทยายุทธ์แต่อย่างใด
ปู่ของฮายาชิซากิ ชิเงะโนบุ นั้นชื่อ อาซาโนะ เกียวบุดายุ ฟูจิวาระ ชิเกนาริ (浅野刑部太夫藤原重成) เป็นนักรบผู้พิทักษ์เขตต้องห้ามในทิศเหนือ จึงได้ขังตัวอยู่ที่ฮายาชิซากิ แคว้นเดวะ ใช้นามสกุล “ฮายาชิซากิ” ในปลายยุคอาชิคางะ คาซุมะ (數馬) พ่อของชิเงะโนบุ ทำงานรับใช้ โมกามิ บูเซ็น (最上豊前) เจ้าปราสาททาเทโอกะ
ครั้งหนึ่งที่นางาชิมะ คุวานะกุน แคว้นเซชู (อิเซะ) มีคนชื่อ ซาคากาวะ อิจิอุนไซ (坂川一雲斎) มีลูกศิษย์ลูกหากว่า 200 คน หลังจากที่พเนจรไปตามแว่นแคว้นต่างๆ ก็ได้มาที่ฮายาชิซากิ มาทำงานรับใช้ โมกามิ โยชิโมริ (最上義守) ผู้ตอนนั้นเป็นขุนนางรับใช้ โมกามิ บูเซ็น อีกที

อนุสาวรีย์ของโมกามิ โยชิโมริ (最上義守) (ที่มา city-yamagata)
ในช่วงปลายฤดูร้อนของปีที่ 16 แห่งศักราชเท็นบุน (ราว พ.ศ. 2090) คนทั้งสอง (คือ ซาคากาวะ อิจิอุนไซ กับ ฮายาชิซากิ คาซุมะ ผู้เป็นพ่อของชิเงะโนบุ) เกิดความเห็นขัดแย้ง โตเถียงกันเรื่องวิชาบู๊ขึ้นมา สุดท้ายซาคากาวะ บุกเข้าไปฆ่า ฮายาชิซากิ คาซุมะ ตอนกลางคืน
แต่นาง ชิไก (志我井) ภรรยาของคาซุมะ ยังเฝ้าคอย รอให้ ทามิจิมารุ (民治丸 ชื่อในวัยเด็กของชิเงะโนบุ) ที่ตอนนั้นยังแค่ 5 ขวบ โตขึ้นมาล้างแค้นให้บิดา
เมื่อทามิจิมารุเติบใหญ่ แม้จะบรรลุในวิชาบู๊สายสำนักต่างๆ แล้ว ก็ยังรู้สึกว่า ลึกๆ เหมือนยังไม่เติมเต็มในใจ จึงได้ไปไหว้เทพฮายาชิซากิไดเมียวยิน ได้รับการถ่ายทอดจากองค์เทพ ถึงที่สุดแห่งเคล็ดลับวิทยายุทธ์ญี่ปุ่น ปีที่สิบห้าหลังจากบิดาตาย วันที่ 15 เดือน 5 ปีที่สามแห่งศักราชเอย์โรคุ (ราวปี พ.ศ. 2103) ชิเงะโนบุอายุได้ราวยี่สิบ ก็ล้างแค้นสังหาร ซาคากาวะ อิจิอุนไซ (ตอนนั้นเปลี่ยนชื่อเป็น ฮิยามะ ไดเซ็น โทชิทากะ 檜山大膳俊隆) ได้ที่ ทัมบะไคโด เกียวโต (京都丹波街道) แล้วกลับบ้านเดิมที่ฮายาชิซากิ ตั้งป้ายหินเซ่นไหว้ มีป้ายเขียนไว้ว่าดังนี้
“สุสานนี้ เป็นสุสานของสามท่าน อาซาโนะ เกียวบุดายุ ฟูจิวาระ ชิเกนาริ และพ่อ คือ คาซุมะ มินาโมโตะ ชิเงยาสุ (數馬源重康) แม่ คือ อาซาโนะ ชิไก (浅野志我井)
ฮายาชิซากิ ชิเงะโนบุ ไว้อาลัย ณ วันที่ 20 เดือน 9 ปีที่สามแห่งศักราชเอย์โรคุ”
ทั้งนี้ ฮายาชิซากิ ชิเงะโนบุ ได้ถวายดาบของโนบุคุนิ* (信国の一刀) ที่ใช้ล้างแค้น ณ ที่นี้ ได้ตั้งสำนักอิไอฮายาชิซากิมุโซริว ซึ่งกลายเป็นบรรพบุรุษของสำนักเอชินริว (英信流) ทามิยะริว (田宮流) อิจิโนะมิยะริว (一宮流) และสายสำนักต่างๆ สืบต่อๆ เป็นทอดๆ กันไป
*โนบุคุนิ (信国) นั้นเป็นช่างตีดาบแห่งแคว้นยามาชิโระ (ปัจจุบันอยู่ในเขตนครเกียวโต) ซึ่งตระกูลนี้สืบทอดการเป็นช่างตีดาบจนถึงกลางยุคมุโรมาจิถึงหกชั่วคน
แผ่นป้ายอุทิศเขียนว่า
“เทพบันดาลประทานพรข้าได้รับ จักตกทอดไปถึงหมื่นชั่วคน
ฮายาชิซากิ ชิเงะโนบุ ขอไหว้ร้อยครั้ง ณ ที่นี้ เดือน 4 ปีที่สี่แห่งศักราชเอย์โรคุ”
มาถึงวันนี้ วิชาดาบอิไอก็ยังคงอยู่ในโลก ยังคงข้ามกาลเวลามาให้ผมที่อยู่คนละประเทศคนละฟากทะเลได้ร่ำเรียนได้
ใน (หนังสือ?) บูจุตสึ ไทฮาคุ เซย์เด็น (武術大白成伝) กล่าวว่า ฮายาชิซากิ จินสุเกะ ชิเงะโนบุ อาศัยอยู่ที่ศาลเจ้าอิจิโนะมิยะ บูชู (武州 คือแคว้นมูซาชิ กินพื้นที่ในปัจจุบันคือโตเกียวถึง จ.ไซตามะและแถบตะวันออกของ จ.คานากาวะ) ตั้งแต่ปีที่สี่แห่งศักราชเอย์โรคุเป็นเวลาเจ็ดปี ค้นคว้าวิชาชักดาบจนได้ซึ่งเคล็ดวิชา
ปีที่สามแห่งศักราช (ราว พ.ศ. 2141) ได้ออกท่องไปยังแว่นแคว้นต่างๆ
เวลาล่วงผ่านไป ปีที่หนึ่งแห่งศักราชเก็นนะ (ราว พ.ศ. 2158) ขณะอายุได้ 71 ปี ได้ไปยังโอชู (奥州 จังหวัดอิวาเตะ) และก็ไม่ทราบข่าวคราวอีกเลย อย่างไรก็ดี จากการสืบสวนโดยนักวิจัยประวัติศาสตร์ท้องถิ่น อ.ทาคางิ เซย์โงะ และคนอื่นๆ ปรากฎว่าพบสุสานที่ว่าเป็นของ ฮายาชิซากิ จินสุเกะ ชิเงะโนบุ ที่วัดเร็นเคจิ (蓮馨寺) ที่อำเภอคาวาโกเอะ จังหวัดไซตามะ มีป้ายเขียนว่า ถึงแก่กรรม เมื่อวันที่ 20 เดือน 7 ปีที่สามของศักราชเก็นนะ (สิริอายุได้ 73 ปี) ชื่อทางธรรม คือ เรียวเซ็นอิน อิจิโย มาซามิจิ จาคุชิน ไดชินชิ (良仙院一譽昌道寂心大信士)
จากที่ผมลองค้นหา ก็พบว่ามีเสาที่สลักบอกชื่อทางธรรมและวันถึงแก่กรรมไว้ (ดูจะเป็นของที่ทำไว้เป็นหมุดหมายภายหลัง) สภาพก็ค่อนข้างเหงาและทรุดโทรม หลบอยู่ในซอกหลืบเล็กๆ ในวัดดังกล่าว
ส่วนที่ศาลเจ้าอิไอนั้น ทุกวันนี้ก็ยังมีพิธีรำดาบถวายหน้าศาลอยู่ทุกปี


เสาอนุสรณ์เหงาๆ (ที่มา blog.goo.ne.jp)
จะว่าไปแล้ว เรื่องราวของ “ฮายาชิซากิ จินสุเกะ ชิเงะโนบุ” ปฐมาจารย์แห่งวิชาดาบอิไอนั้น ก็มีคนเขาไปเขียนเป็นนิยายเหมือนกัน เช่นเรื่อง “จินโซกุ โนะ เค็น” (ดาบไวเทพเจ้า) แล้วก็ เรื่อง “เคนเซย์ ฮายาชิซากิ จินสุเกะ” (เป็นธรรมดาที่วงการบันเทิงจะต้องจับเอาคนดังในประวัติศาสตร์มาเขียนขาย)
ครับ วันนี้ก็ได้มีโอกาสนำเอาตำนานปฐมาจารย์ดาบอิไอ มานำเสนอแก่ท่านผู้อ่านแล้วนะครับ สำหรับผม การที่เราได้รู้ประวัติศาสตร์ ความเป็นมา ได้รู้รากเหง้าของวิชาที่เรียนมา มันทำให้จิตใจรู้สึกซาบซึ้งครับ ประวัติศาสตร์นั้นไม่ใช่เพียงรู้เพื่อเป็นความรู้แต่รู้เพื่อเป็นเครื่องบันดาลใจ เป็นเครื่องชูใจให้ศรัทธา ให้เกิดความภาคภูมิใจ ในสิ่งที่สืบทอดกันมา ชนใดไมรู้ประวัติศาสตร์ของตน จะไม่มีความภาคภูมิใจในชนชาติ ประเทศชาติ วัฒนธรรมของชาติตน ไม่มีความซาบซึ้งหรือศรัทธาในคุณความดีของบรรพชน กลายเป็นคนไร้ราก เขาเอาความคิดอะไรให้เกลียดชังมุ่งร้ายทำลายชาติตนมาใส่หัว ก็สมาทานความคิดเขามาเสียง่ายๆ ก็ขอฝากไว้ให้คิดนะครับ
พบกันใหม่สัปดาห์หน้านะครับ สวัสดีครับ
เรื่องแนะนำ :
– ตามหาวิชาดาบอิไอ (7) “ยาวาระสำนักนัตสึบาระ” วิชายูยิตสูของดาบอิไอที่หายสาบสูญ!!
– ตามหาวิชาดาบอิไอ (6) “ไดนิปปอนบัตโตโฮ” วิชาดาบอิไอสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2!!
– ตามหาวิชาดาบอิไอ (5) ประวัติและพัฒนาการของวิชาดาบอิไอสำนัก “มุโซจิกิเด็นเอชินริว”
– ตามหาวิชาดาบอิไอ (4) เมื่อผมต้องสอบเลื่อนสาย
– ตามหาวิชาดาบอิไอ (3) วิชาต่อสู้ของญี่ปุ่นที่คนไทยไม่ (น่าจะ) รู้จัก
#ตามหาวิชาดาบอิไอ (8) ตำนานปฐมาจารย์ดาบอิไอ “ฮายาชิซากิ จินสุเกะ ชิเงะโนบุ”


