สาเหตุที่คาราเต้และกังฟูอยู่รวมกันได้ในภาพยนตร์ Karate Kid: Legends
ภาพยนตร์เรื่อง Karate Kid ภาคแรกนั้นจัดว่าเป็นภาพยนตร์เก่ามากคือเมื่อปี ค. ศ. 1984 ซึ่งประสบความสำเร็จทั่วโลก ชนิดที่สร้างกระแส Karate Boom ขึ้นในหลายประเทศ ในอเมริกาเองถึงกับเกิดกระแสเปิดโรงฝึกคาราเต้กันทุกหย่อมหญ้า จนเกิดเฟรนไชส์ Karate Kid อีกหลายภาค (รวมทั้งภาคของ Jackie Chan) และนำไปสู่ซีรีส์ Cobra Kai อีก 6 ซีซั่นอีกด้วย ซึ่งทุกเรื่องในเฟรนไชส์นั้นเป็นจักรวาลเดียวกันหมด
ความฮิตของภาคแรกนั้นเนื่องจากมีพล็อตเกี่ยวกับปัญหาการแกล้ง (bully) ในโรงเรียน, การปรับตัวเมื่อต้องย้ายถิ่นฐานของวัยรุ่น, Coming of Age ของวัยรุ่น, วิธีสอนที่ไม่ยึดติดกับวิธีเดิม ๆ ของ Mr. Miyagi ที่ทำให้ผู้ชมประทับใจกับการสอนคาราเต้ผ่านการทำงานบ้าน ถึงแม้ว่าวิชาคาราเต้ในเรื่องจะเป็นวิชาที่แต่งขึ้นคือไม่ใช่วิชาที่มีอยู่จริง และนักแสดงบางคนในเฟรนไชส์ก็ไม่ได้มีฝีมือคาราเต้จริง ๆ แต่อย่างใด เพียงแต่อย่างน้อยในเฟรนไชส์นี้ก็พยายามสร้างสตอรี่เกี่ยวกับคาราเต้ที่ค่อนข้างให้เกียรติข้อมูลจากโลกแห่งความจริงอยู่มากพอสมควร
คอลัมน์นี้จะพาผู้อ่านไปสำรวจว่าทำไมวิชาคาราเต้และวิชากังฟูถึงหลอมรวมกันได้ในเรื่อง Karate Kid: Legends ซึ่งเป็นที่มาขอแนวคิดหลักในเรื่องคือ Two branches. One tree (ต้นไม้ต้นเดียวกัน แตกเป็นสองกิ่งก้าน) ซึ่งหมายความว่า ศาสตร์การต่อสู้ของเอเชียตะวันออกล้วนมาจากรากฐานเดียวกัน ต่างกันเพียงแต่รายละเอียดการแสดงออกของวิชาเท่านั้น
วิชากังฟูของจีน
เคยกล่าวถึงไปแล้วใน หมัดดาวเหนือและหมัดดาวใต้ มีจริง? ว่าวิทยายุทธของจีนแบ่งคร่าว ๆ เป็น 2 สายคือ มวยเหนือ และ มวยใต้
มวยเหนือ (北拳) เด่นที่เพลงเตะ และการเคลื่อนไหวที่รุนแรง มี Dynamic ในการเคลื่อนไหวสูง คือเคลื่อนเป็นวงกว้าง และรวดเร็ว รุนแรง มีการกระโดดหรือตีลังกาผสมในเพลงมวยด้วย เนื่องจากภูมิศาสตร์มีลักษณะเป็นภูเขา ต้องใช้แรงมากในการดำเนินชีวิตประจำวัน อีกทั้งมีพื้นที่กว้างขวาง วิทยายุทธจึงกินพื้นที่กว้าง พุ่งตัวจู่โจมได้รุนแรง
มวยใต้ (南拳) มีการเตะน้อยกว่ามวยเหนือ และถึงมีเตะก็จะไม่เตะสูงกว่าเอว เน้นใช้หมัดและฝ่ามือ การเคลื่อนไหวจะมี Dynamic น้อยกว่ามวยเหนือ การก้าวเท้าก็เป็นระยะเท้าที่สั้นมาก (นึกถึงท่าเดินและเพลงมวยหย่งชุน ของอาจารย์ยิปมัน) เนื่องจากภูมิศาสตร์ทางตอนใต้เป็นทะเลและแม่น้ำมากกว่าทางเหนือ มีการคมนาคมทางเรือมากกว่าทางเหนือ มีเมืองท่ามากกว่าทางตอนเหนือ จึงน่าจะคาดเดาได้ว่าวิทยายุทธมีการต่อสู้ตามท่าเรือ บนแพ บนโป๊ะ หรือแม้แต่สู้กันบนเรืออยู่เป็นระยะ วิทยายุทธจึงต้องออกแบบให้ยืนประชิดเท้าให้แน่นบนพื้นไม่ให้ลื่น และไม่พุ่งตัวหรือกระโจนตัวไกล ๆ เพราะมีพื้นที่จำกัดในการต่อสู้ รวมทั้งไม่จำเป็นไม่ควรเตะเพราะการเตะจะทำให้ลื่นหรือเสียหลักได้ง่าย ๆ ถึงจะเตะก็เตะไม่สูงกว่าเอวเพื่อให้รีบกลับมายืนสองขาให้มั่นคงได้เร็วที่สุด
ในเรื่อง The Karate Kid (2010) ไม่ได้ระบุชื่อวิชากังฟูที่ชัดเจนของ Mr. Han จึงไม่แน่ชัดว่าเป็นวิชาอะไร แต่จากประวัติการฝึกวิชาของ Jackie Chan เองนั้นฝึกวิชาหลากหลายก็จริง แต่มีแนวโน้มจะเด่นที่วิชามวยใต้หลายวิชาเช่น มวยสกุลหง (洪家拳), มวยไช่หลี่ฝอ (蔡李佛), มวยหย่งชุน (詠春拳) เป็นต้น ทำให้เห็นลักษณะเด่นของมวยใต้ต่าง ๆ ในภาพยนตร์ได้
วิชาคาราเต้
เคยกล่าวถึงไปแล้วใน บ่อเกิดและการจัดหมวดหมู่ของคาราเต้ และใน คาราเต้: ความเป็นมาก่อนจะกลายเป็น 1 ในกีฬาโอลิมปิก ว่าเดิมทีนั้นคาราเต้ไม่ใช่ของญี่ปุ่นด้วยซ้ำ แต่เป็นวิทยายุทธของราชอาณาจักรริวกิว เพียงแต่ในเวลาต่อมา ประเทศที่ชื่อริวกิวได้ถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น จึงเกิดสิ่งที่เรียกว่าคาราเต้ญี่ปุ่นขึ้นมาในภายหลัง โดยคาราเต้แบ่งได้คร่าว ๆ เป็น 3 สายคือ
ชุริ-เทะ (首里手) นิยมฝึกในกลุ่มคนที่อาศัยอยู่ในละแวกใกล้เคียงปราสาทชุริ (首里城) ซึ่งมีภูมิประเทศเป็นภูเขาและเนินสูง เนื่องจากเป็นวิชาที่ทหารในวังหลวงนิยมฝึก จึงมีวัตถุประสงค์ไว้ใช้มือเปล่าสู้กับอีกฝ่ายที่มีอาวุธเช่น ดาบ หรือ หอกและทวน จึงเน้นการทิ้งระยะห่างให้พ้นอาวุธของศัตรูแล้วเน้นพุ่งตัวจู่โจมแบบกระโจนได้ทีละหลาย ๆ เมตรเพื่อย่อระยะ จึงมี Dynamic ในการเคลื่อนไหวสูง (เคลื่อนไหวเป็นวงกว้างและรวดเร็วรุนแรง) มีท่าจู่โจมระยะไกลที่รุนแรงมีประสิทธิภาพ เป็นคาราเต้กลุ่มที่ได้รับอิทธิพลของจีนอยู่น้อย
นะฮะ-เทะ (那覇手) เมืองนะฮะคือเมืองหลวงของจังหวัด Okinawa ในปัจจุบัน แต่ในอดีตเมืองนะฮะเป็นเมีองท่าเรือนานาชาติที่เป็นศูนย์กลางการค้าขายของน่านน้ำสากลในเอเชีย วิชาโทเดะที่นิยมฝึกกันในบริเวณนี้เป็นวิชาของสามัญชนและพ่อค้าในบริเวณท่าเรือนะฮะ และเนื่องจากกฎหมายริวกิวเข้มงวดห้ามประชาชนพกอาวุธโดยเด็ดขาด วิชานะฮะ-เทะจึงพัฒนาเพื่อเอาไว้ทั้งต่อสู้มือเปล่าและทั้งต่อสู้กับอาวุธที่ไม่ใช่อาวุธโดยสภาพ (เช่น ไม้ มีดทำครัว จอบ เสียม โม่แป้ง ขวด ฯลฯ) รวมทั้งป้องกันการลื่นล้มบริเวณท่าเรือที่เปียกแฉะหรือมีเศษไม้เศษตะปู ต้องสู้บนโป๊ะหรือสู้บนเรืออันมีพื้นที่จำกัดในการเคลื่อนไหว วิชานะฮะ-เทะจึงตรงข้ามกับชุริ-เทะทุกอย่าง คือนะฮะ-เทะเน้นสู้ประชิดตัวมาก ๆ แบบไม่เว้นระยะห่าง และไม่พุ่งตัวหาศัตรูถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ และจะพยายามไม่เตะสูงกว่าเอวเพื่อทรงตัวให้ดีที่สุด จึงมี Dynamic ในการเคลื่อนไหวน้อยกว่าชุริ-เทะ และไม่เน้นท่าจู่โจมระยะไกล รวมทั้งมีลักษณะของมวยจีนชัดเจนกว่าของชุริ-เทะอีกด้วย เพราะเป็นท่าเรือนานาชาติจึงมีการรับอิทธิพลจากมวยจีนอยู่มากโดยเฉพาะจากมวยใต้
โทะมะริ-เทะ (泊手) หมู่บ้านโทะมะริก็เป็นเมืองท่าเรืออีกแห่งหนึ่งที่เป็นศูนย์กลางการค้าขายในริวกิวโบราณ แต่อาจไม่นานาชาติเท่าท่าเรือนะฮะ โดยในปัจจุบันบริเวณหมู่บ้านโทะมะริก็ยังมีท่าเรือโทะมะริให้บริการสัญจรทางน้ำและเป็นส่วนหนึ่งของเมืองหลวงนะฮะไปแล้ว ชาวหมู่บ้านโทะมะริสมัยก่อนได้แลกเปลี่ยนวิทยายุทธกับชุริ-เทะและนะฮะ-เทะ รวมทั้งแลกเปลี่ยนกับพ่อค้าชาวจีนและพ่อค้านานาชาติ วิชาโทะมะริ-เทะจึงมีลักษณะก้ำกึ่งระหว่างชุริ-เทะและนะฮะ-เทะ แต่จุดเด่นของโทะมะริ-เทะคือการทรงตัวเป็นเลิศแม้จะยืนขาเดียวก็ทรงตัวยืนขาเดียวได้นานกว่าผู้ฝึกสายชุริ-เทะและนะฮะ-เทะโดยเฉลี่ย
ในเฟรนไชส์ Karate Kid นั้นกล่าวถึงวิชา ‘มิยะงิโด’ ซึ่งไม่มีอยู่จริงในโลกแห่งความจริง แต่วิชา ‘มิยะงิโด’ นั้นเจตนารมณ์ดั้งเดิมของผู้สร้างเฟรนไชส์นี้คือเอามาจากคาราเต้สำนักโกจูริว (剛柔流) ซึ่งก่อตั้งโดยอาจารย์มิยะงิ โชจุน (宮城長順) (ได้รับอิทธิพลโดยตรงจากคาราเต้สำนักนะฮะ-เทะ วิชาโกจูริวจึงรับอิทธิพลจีนมาเต็ม ๆ) ในเฟรนไชส์จึงตั้งชื่อ Mr. Miyagi ตามนั้นเพื่อให้เกียรติตัวละครในโลกแห่งความจริงคืออาจารย์มิยะงิ โชจุน และใช้ข้อมูลบุคลิกภาพของอาจารย์เดะมุระ ฟุมิโอะ (出村文男) ในการออกแบบบุคลิกของ Mr. Miyagi รวมทั้งอาจารย์เดะมุระ ฟุมิโอะเองก็แสดงเป็นสตันท์แทนคุณ Pat Morita ในบทของ Mr. Miyagi อีกด้วย

การหลอมรวมกันของคาราเต้และกังฟูในภาพยนตร์ Karate Kid: Legends
ภาพยนตร์ Karate Kid: Legends (2025) ที่กำลังจะเข้าประเทศไทย มีการเฉลยว่าแท้จริงแล้ว Mr. Han และ Mr. Miyagi เคยรู้จักกันโดยเป็นสหายร่วมสำนักเดียวกันมาก่อน ซึ่งตรงกันกับข้อมูลในโลกแห่งความจริง เพราะวิชาของ Mr. Han นั้นเป็นมวยใต้ของจีน ในขณะที่วิชามิยะงิโด (วิชาโกจูริวในโลกแห่งความจริง) ก็รับอิทธิพลโดยตรงมาจากมวยใต้ของจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากมวยกระเรียนขาว (白鶴拳)
จึงนับว่าผู้ผลิตเฟรนไชส์นี้ทำการบ้านมาอย่างดีมาก เข้าใจประวัติศาสตร์วิทยายุทธจีนและวิทยายุทธญี่ปุ่นเป็นอย่างดี การนำเอามวยใต้ของจีนมาเชื่อมโยงกับ วิชาโกจูริวที่สืบทอดมาจากนะฮะ-เทะที่รับอิทธิพลมวยใต้ของจีน จึงมีความถูกต้องตามประวัติศาสตร์ในโลกแห่งความจริงพอสมควร หากตัวละครเอกในเฟรนไชส์ Karate Kid ใช้วิชาคาราเต้สำนักอื่นก็คงจะดึงมาสร้างแนวคิด Two branches. One tree กับภาคของ Jackie Chan ได้ยากมาก เรียกว่าไม่ได้สักแต่แต่งเรื่องเชื่อมจักรวาล แต่ทำการบ้านมาอย่างหนักหนาสาหัสเพื่อสร้างความ make sense ในเนื้อเรื่องอย่างมาก ไม่ให้คนในวงการคาราเต้ตัวจริงในโลกแห่งความจริงต้องตำหนิได้ว่าทีมผู้สร้างแต่งเนื้อเรื่องมั่ว ๆ
ผู้เขียนก็ได้แต่หวังว่า Karate Kid: Legends จะประสบความสำเร็จในการเชื่อมจักรวาลคาราเต้ของ Mr. Miyagi เข้ากับจักรวาลของ Mr. Han
ติดตามผลงานเขียนทั้งหมดของวีรยุทธได้ที่ >> https://www.facebook.com/Weerayuths-Ideas
เรื่องแนะนำ :
– ชื่อคณะแปลก ๆ ในมหาวิทยาลัยของญี่ปุ่น
– การทำกระบวนการ ‘ชินโต (浸透)’ ในบริษัทเพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กร
– ประเทศญี่ปุ่นมีอาชีพ ‘นักสู้’
– จำนวนผู้เรียนภาษาญี่ปุ่นเริ่มลดลงทั้งในไทยและต่างประเทศ
– ทำไมวัยรุ่นญี่ปุ่นจำนวนมากเขียนคันจิไม่ได้?
ขอบคุณรูปภาพจาก
https://ticketdirect.co.nz/three-generations-collide-in-karate-kid-legends-poster-legends/
#สาเหตุที่คาราเต้และกังฟูอยู่รวมกันได้ในภาพยนตร์ Karate Kid: Legends


