รวมพลังไม่ให้ล้ม: บทเรียนจากประเทศญี่ปุ่นสู่สถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทย (ตอนที่ 2) การควบรวมของมหาวิทยาลัยชั้นนำ
ในยุคที่จำนวนประชากรนักเรียนลดลงอย่างต่อเนื่องและงบประมาณภาครัฐที่จัดสรรให้กับสถาบันอุดมศึกษาถูกจำกัดมากขึ้น ญี่ปุ่นในฐานะประเทศที่มีมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลกหลายแห่งจึงไม่สามารถนิ่งนอนใจได้ การดำเนินนโยบายเชิงโครงสร้าง เช่น การควบรวมมหาวิทยาลัย และการจัดการคณะต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด กลายเป็นเครื่องมือสำคัญเพื่อรักษาคุณภาพและความอยู่รอดของระบบการศึกษาอุดมศึกษาของประเทศ
กรณีศึกษาสำคัญ: การควบรวมระหว่าง Tokyo Institute of Technology และ Tokyo Medical and Dental University

หนึ่งในกรณีศึกษาที่น่าสนใจที่สุดในยุคปัจจุบัน คือการควบรวมของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีแห่งโตเกียว (Tokyo Institute of Technology: Tokyo Tech) และมหาวิทยาลัยการแพทย์และทันตแพทย์โตเกียว (Tokyo Medical and Dental University: TMDU) ที่รวมตัวกันก่อตั้งเป็น “สถาบันวิทยาศาสตร์โตเกียว” หรือ Institute of Science Tokyo (Science Tokyo) อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2024
การควบรวมครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการควบรวมเชิงโครงสร้างของสถาบันระดับชาติ 2 แห่งเท่านั้น แต่ยังเป็นการหลอมรวม “ศาสตร์แห่งวิศวกรรมและวิทยาศาสตร์” เข้ากับ “ศาสตร์แห่งสุขภาพและการแพทย์” เพื่อสร้างสถาบันที่สามารถผลิตงานวิจัยข้ามศาสตร์ได้อย่างแท้จริง

เป้าหมายหลักของการควบรวม ได้แก่:
- สร้างความสามารถในการแข่งขันระดับโลก ผ่านการสร้างงานวิจัยนวัตกรรมและการบ่มเพาะบัณฑิตที่ตอบโจทย์โลกอนาคต
- ลดความซ้ำซ้อนในการบริหาร เพิ่มประสิทธิภาพของงบประมาณ และรวมทรัพยากรทั้งบุคลากร อาคาร ห้องทดลอง
- ดึงดูดนักศึกษาต่างชาติให้มากขึ้น โดยใช้ภาพลักษณ์ของการเป็นสถาบันวิจัยข้ามสาขาและความร่วมมือระหว่างแพทยศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์
Science Tokyo จึงไม่ใช่เพียงการ “ควบรวมเพื่ออยู่รอด” แต่เป็นการ “ควบรวมเพื่อก้าวกระโดด”
ตัวอย่างการควบรวมสถาบันอื่นในญี่ปุ่น
1. มหาวิทยาลัยมหานครโอซาก้า (Osaka Metropolitan University)
เกิดจากการรวมตัวของ Osaka City University และ Osaka Prefecture University ในปี 2022 เพื่อก่อตั้งมหาวิทยาลัยสาธารณะระดับมหานครที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ด้วยนักศึกษารวมกว่า 16,000 คน จุดเด่นของการรวมตัวคือการเป็นต้นแบบของ “City-University Synergy” ที่ผสานการสนับสนุนจากภาครัฐท้องถิ่นเข้ากับความเชี่ยวชาญทางวิชาการ
2. มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางทะเลโตเกียว (Tokyo University of Marine Science and Technology)
เกิดจากการควบรวมในปี 2003 ระหว่าง Tokyo University of Fisheries และ Tokyo University of Mercantile Marine สถาบันใหม่นี้มีจุดเด่นด้านการวิจัยทะเล การเดินเรือ และทรัพยากรทางน้ำ โดยสามารถใช้ประโยชน์จากเรือวิจัย ท่าเรือ และแล็บทางเทคนิคได้ร่วมกัน
การควบรวมในระดับคณะ: ปรับโครงสร้างจากภายใน
นอกจากการควบรวมสถาบันขนาดใหญ่แล้ว มหาวิทยาลัยหลายแห่งยังดำเนินการควบรวมในระดับคณะหรือภาควิชา เพื่อเสริมความยืดหยุ่นทางวิชาการ ลดความซ้ำซ้อนของการเรียนการสอน และรวมทรัพยากรด้านบุคลากรและงบประมาณให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ตัวอย่างเช่น:
- มหาวิทยาลัยเกียวโต (Kyoto University) ได้จัดโครงสร้างใหม่ โดยรวมบางภาควิชาของคณะวิทยาศาสตร์ คณะเกษตร และคณะวิศวกรรมศาสตร์ เข้าไว้ในโครงการวิจัยระดับบัณฑิตศึกษาแบบบูรณาการ เช่น “Graduate School of Energy Science” และ “Graduate School of Global Environmental Studies”
-
มหาวิทยาลัยโทโฮคุ (Tohoku University) ได้ผนวกภาควิชาเภสัชศาสตร์กับวิทยาศาสตร์เพื่อสุขภาพเข้าไว้ในโครงการ “Biomedical Engineering Cluster” เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในงานวิจัยและหลักสูตรสหวิทยาการ
การควบรวมภายในลักษณะนี้ช่วยให้เกิดการบริหารจัดการเชิงกลยุทธ์ที่ตอบโจทย์ทั้งทางวิชาการและการเงิน และเปิดโอกาสให้นักศึกษาสามารถเรียนรู้ข้ามศาสตร์ได้มากขึ้น
ปัจจัยที่ทำให้การควบรวมประสบความสำเร็จ
จากกรณีศึกษาและแนวโน้มข้างต้น การควบรวมมหาวิทยาลัยจะเกิดผลสำเร็จได้ต้องพิจารณาปัจจัยหลักต่อไปนี้:
- การมีผู้นำที่มองไกล: ผู้นำของแต่ละสถาบันต้องมีวิสัยทัศน์ร่วมกัน และสามารถสื่อสารเป้าหมายของการควบรวมให้บุคลากรเห็นประโยชน์ร่วมกัน
- การวางแผนเชิงโครงสร้างที่ชัดเจน: ทั้งในด้านระบบบริหาร หลักสูตร การใช้ทรัพยากร และระบบสนับสนุนต้องได้รับการออกแบบล่วงหน้า
- การสร้างเอกลักษณ์ใหม่ร่วมกัน: แทนที่จะรักษา “ชื่อเสียงของสถาบันเดิม” อย่างสุดโต่ง การสร้างแบรนด์ใหม่ที่รวมจุดแข็งของทั้งสองฝ่ายถือเป็นหัวใจของการฟื้นฟูศรัทธา
- การมีส่วนร่วมของนักศึกษาและคณาจารย์: หากกลุ่มหลักในมหาวิทยาลัยไม่ได้มีส่วนในการออกแบบการเปลี่ยนแปลง การควบรวมอาจถูกต่อต้านและไม่ยั่งยืน
ข้อคิดสำหรับมหาวิทยาลัยไทย
สำหรับมหาวิทยาลัยไทยซึ่งกำลังเผชิญความท้าทายคล้ายกัน ทั้งด้านจำนวนนักศึกษาที่ลดลง คุณภาพงานวิจัยที่ยังแข่งขันในระดับโลกได้ยาก และโครงสร้างที่ยังซ้ำซ้อน การศึกษาจากกรณีญี่ปุ่นอาจเป็นแนวทางสำคัญ
การควบรวมสถาบันหรือคณะต้องไม่ใช่เรื่องต้องห้าม แต่ควรถูกมองว่าเป็น “การออกแบบใหม่เพื่อความยั่งยืน” การรวมกันเพื่อลดการแย่งชิงทรัพยากร สร้างสภาพแวดล้อมวิจัยที่เอื้อต่อการร่วมมือ และเปิดหลักสูตรที่ตอบโจทย์สังคมให้มากที่สุด
สิ่งที่สามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจริงๆ แล้วผู้เขียนเคยได้รับคำแนะนำและข้อเสนอแนะจากศาสตราจารย์มีชื่อเสียงหลายท่านจากประเทศญี่ปุ่น แนะนำเป็นเสียงเดียวกัน ถึงการควบรวมสาขาวิชาที่มีความใกล้เคียงกัน เข้ามาอยู่ในคลัสเตอร์เดียวกันเพื่อการทำงานที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ลดภาระค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้มากยิ่งขึ้น เช่นการควบรวมของสาขาสัตวแพทยศาตร์ เทคนิคการสัตวแพทย์ สัตวศาสตร์ เข้าด้วยกัน แต่อย่างที่เราเห็นกันคือ เสนอไปก็ไม่สามารถทำได้ในประเทศไทย
ญี่ปุ่นไม่ได้มองการควบรวมว่าเป็น “การลดขนาด” แต่มองว่าเป็น “การเติบโตอย่างมียุทธศาสตร์” การรวมตัวของมหาวิทยาลัย Tokyo Tech และ TMDU จนเกิดเป็น Science Tokyo คือสัญลักษณ์ของความกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงเพื่ออนาคต



บทเรียนจากญี่ปุ่นคือ: มหาวิทยาลัยจะไม่ล้ม ถ้ารวมกันให้เป็น และเดินไปข้างหน้าพร้อมกันอย่างมีเป้าหมาย
ซึ่งถือเป็นการมองการณ์ไกลมา ผู้เขียนได้ยินเรื่องการควบรวมต่างๆ มาตั้งแต่สมัยศึกษาอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นแล้ว และยังคงได้เห็นการลงมือทำอย่างจริงจังของประเทศญี่ปุ่นมาอย่างต่อเนื่อง
กลับมามองที่ประเทศไทย เราเองก็มองเห็นปัญหาในแบบเดียวกับที่ญี่ปุ่นเห็น แต่เราจะขยับปรับปรุงยุทธศาสตร์กันเมื่อไหร่? ตรงนี้ครับที่น่าสนใจ
ตอนต่อไป จะพูดถึงรูปแบบการทำงานของญี่ปุ่นที่มีประสิทธิภาพและการเป็นผสมผสานกันอย่างลงตัว ทั้งสถาบันการศึกษา ภาคเอกชน ภาคประชาชน รัฐบาล และการต่างประเทศครับ
To be continued…
เรื่องแนะนำ :
– รวมพลังไม่ให้ล้ม: บทเรียนจากประเทศญี่ปุ่นสู่สถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทย (ตอนที่ 1)
– อาหวังแห่งแดนดิจิทัล: ความหวังดี หรือเส้นบางของความหลงใหล?
– Fujii Kaze: สุดยอดศิลปินซอฟพาวเวอร์แห่งแดนอาทิตย์อุทัย
– หลากสีในดินแดนอาทิตย์อุทัย: เสียงแห่งความภาคภูมิใจของ LGBTQ+ ในญี่ปุ่น
– การแข่งขันของบริการโลจิสติกส์ในประเทศญี่ปุ่น: ภาพรวมตลาดและผู้เล่นหลัก
#รวมพลังไม่ให้ล้ม: บทเรียนจากประเทศญี่ปุ่นสู่สถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทย (ตอนที่ 2) การควบรวมของมหาวิทยาลัยชั้นนำ #บทเรียนจากญี่ปุ่น


