ญี่ปุ่นเก็บข้อมูลสภาพอากาศกันอย่างไร
ภาพประกอบโดย WALK on CLOUD
”พยากรณ์อากาศที่ญี่ปุ่นแม่นเนอะ“
อาจจะมีใครสักคนเคยบอกไว้
ส่วนตัวผมเองนั้นยังไม่แน่ใจ
ผมเองก็อยากรู้ว่าญี่ปุ่นเขาเก็บข้อมูลพยากรณ์อากาศกันอย่างไร จึงพยายามคัดกรองออกมาเป็นเรื่องราวนี้
แต่เขียนไปเขียนมา เหมือนจะเป็นการเขียนเรื่องราวของ “การวัดสภาพอากาศ” ไม่ใช่การพยากรณ์อากาศสักทีเดียว ทดไว้เป็นโจทย์ของบทความคราวหน้าละกัน
วันนี้ บทความนี้จะมาเขียนถึงเครื่องมือในการวัดข้อมูลสภาพอากาศ และเครือข่ายในการวัดสภาพอากาศของญี่ปุ่นครับ
เครื่องมือในการวัดสภาพอากาศมีหลายๆอย่างเช่น เรดาร์สภาพอากาศ ภาพถ่ายก้อนเมฆจากดาวเทียม เครื่องวัดสภาพอากาศจากพื้น
นอกเหนือจากนั้น อีกหนึ่งเครื่องมือที่เขาใช้เก็บข้อมูลสภาพอากาศนั้นคือเครื่อง [อะเมะดะสุ] アメダス ซึ่งมาจากชื่อภาษาอังกฤษที่ตั้งเองโดยคนญี่ปุ่นคำว่า AMeDAS (ย่อมาจาก Automated Meteorological Data Acquisition System)
เครื่อง AMeDAS จะวัดระดับน้ำฝนที่ตก ทิศทางลม ความเร็วลม อุณหภูมิ ระดับความชื้น โดยอัตโนมัติ เพื่อสังเกตการณ์สภาพอากาศตามช่วงเวลาในแต่ละท้องที่ และมีส่วนช่วยในการป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติจากสภาพอากาศ

หน้าตาของ AMeDAS (Credit รูปจากคุณ Shift : wikipedia)
ในปัจจุบันมี AMeDAS ซึ่งเป็นจำนวนจุดวัดปริมาณน้ำฝนทั้งหมดราวๆ 1300 จุด โดยระยะห่างแต่ละจุดอยู่ที่ 17 km , และจากจำนวนทั้งหมดนั้นมีAMeDAS 840 จุด (ที่มีระยะห่าง 21 km) ซึ่งนอกจากจะวัดปริมาณน้ำฝนแล้วยังมีการวัด ทิศทางกระแสลม ความเร็วลม อุณหภูมิ และ ความชื้น เพิ่มเติมอีกด้วย, ในท้องถิ่นที่มีหิมะตกหนักมี AMeDAS ที่เป็นจุดวัดระดับความลึกของหิมะที่ทับถมทั้งหมด 330 จุด

AMeDAS ในญี่ปุ่น (ภาพประกอบจากเวบไซต์กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น)
สี่เหลี่ยมสีแดง : สำนักงานอุตุนิยมวิทยา 155 จุด
วงกลมสีส้ม : จุดวัดองค์ประกอบสี่อย่าง (ฝน, อุณหภูมิ, ลม, ความชื้น) 687 จุด
วงกลมสีเขียว : จุดวัดองค์ประกอบสามอย่าง (ฝน, อุณหภูมิ, ลม) 74 จุด
วงกลมสีน้ำเงิน : จุดวัดปริมาณน้ำฝน 370 จุด
เครื่องหมายบวก : จุดวัดระดับความลึกของการทับถมของหิมะ 333 จุด
ก่อนที่จะมีเครื่อง AMeDAS นั้น ในช่วงทศวรรษปีค.ศ. 1960 ถึงต้นทศวรรษปีค.ศ. 1970 มีจุดสังเกตการณ์สภาพอากาศของทางการวางห่างกันแต่ละจุดทุก 100 km ซึ่งจุดสังเกตการณ์แต่ละจุดอาจจะเป็นได้ตั้งแต่ 1. สำนักงานอุตุนิยมวิทยา, 2. เรดาร์สภาพอากาศ, 3. ที่สังเกตการณ์สภาพอากาศที่มีคนประจำการ และ 4. ที่สังเกตการณ์สภาพอากาศที่มอบความรับผิดชอบให้ผู้อื่นดูแล
เพื่อเป็นการเพิ่มกำลังในการบันทึกสภาพอากาศและการพยากรณ์อากาศในทุกพื้นที่ มีความจำเป็นที่จะต้องรับรู้สภาพอากาศอย่าง ฝนตกหนัก ลมพัดแรง หิมะตกหนัก ด้วยความรวดเร็วที่สุด, ยุคสมัยนั้นแม้นจะมีจำนวนจุดสังเกตการณ์สภาพอากาศที่มอบความรับผิดชอบให้ผู้อื่นดูแลมากกว่าจำนวนของ AMeDAS ในปัจจุบัน, แต่การวัดสภาพอากาศถูกดำเนินการด้วยการลงมือของคน เลยมีขีดจำกัดในความรวดเร็วของการวัดและความผิดพลาดจากการวัด, AMeDAS เลยถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อที่จะทำให้การวัดสภาพอากาศสามารถทำได้โดยอัตโนมัติและไม่ต้องมีคนประจำการ โดยที่การวัดสภาพอากาศโดยละเอียดมากๆยังคงเป็นหน้าที่ของสำนักงานอุตุนิยมวิทยา
ญี่ปุ่นเริ่มใช้เครื่อง AMeDAS เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ปีค.ศ. 1974, เมื่อเดือนมีนาคม ปีค.ศ. 1979 ที่จำนวนทั้งสิ้น 1316 จุด โดยถือว่ามีจำนวนครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด
เมื่อวันที่ 1 เดือนธันวาคม ปีค.ศ. 1977 มีการเริ่มต้นทดลองวัดระดับความลึกของหิมะที่ทับถมในจังหวัดอะคิตะ และเริ่มใช้งานอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน ปีค.ศ. 1979
เดือนกุมภาพันธ์ ปีค.ศ. 1993 เริ่มต้นการส่งสัญญาณแจ้งทุก10นาที, ปัจจุบัน AMeDAS ที่ถูกใช้งานถือว่าเป็นรุ่นที่ 4 ,มีการนำค่าที่วัดได้จากจุดสังเกตการณ์สภาพอากาศตามสนามบินเข้ามาในระบบ AMeDAS ตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม ค.ศ. 2006
New AMeDAS (新アメダス[ชินอะเมะดะสุ])ถูกพัฒนาขึ้นมาจากการปรับปรุงจากจุดสังเกตการณ์ที่ไร้คนประจำการ เริ่มเปิดใช้งานเมื่อวันที่ 26 มีนาคม ปีค.ศ. 2008 จากเดิมที่เคยวัดอุณหภูมิและความเร็วลมทุก 10 นาที เปลี่ยนมาเป็นวัดอุณหภูมิทุก 10 วินาที และเริ่มต้นวัดความเร็วลมสูงสุด ซึ่งจำนวน New AMeDAS ตอนที่เริ่มต้นใช้งานมีทั้งหมด 384 จุด ส่วนจุดอื่นๆเริ่มเชื่อมต่อตั้งแต่ปีค.ศ. 2008 เป็นต้นมา
ข้อมูลการสังเกตการณ์สภาพอากาศจะถูกควบคุมคุณภาพสุดท้ายโดยมนุษย์ก่อนส่งต่อไปให้ผู้ใช้ ข้อมูลสภาพอากาศนี้ถูกใช้ในการถ่ายทอดสด เป็นข้อมูลเพื่อเฝ้าระวังภัย เป็นข้อมูลประกอบการประกาศพยากรณ์อากาศ และเป็นข้อมูลประกอบเพื่อความปลอดภัยในการขนส่ง
เขียนมาถึงตรงนี้ ผมเองไม่ทราบเหมือนกันว่าประเทศไทยเรานั้น มีการวัดสภาพอากาศกันอย่างเข้มข้นแค่ไหน แต่หวังว่าเนื้อหานี้จะพอเป็นวิทยาทานให้ทราบว่าประเทศญี่ปุ่นเขาทำอย่างไรกัน ซึ่งเราก็คงเห็นความพยายามทีละเล็กละน้อย จนเป็นเครือข่ายการวัดข้อมูลสภาพอากาศทั่วทั้งแผ่นดินญี่ปุ่นอย่างที่เห็นในรูปของ AMeDAS ทั้งหมดกว่า 1300 จุดทุกๆ 17 km นี้ครับ
ภาพประกอบ WALK on CLOUD
เรื่องแนะนำ :
– ทำไมญี่ปุ่นรถยนต์วิ่งฝั่งซ้าย
– รถมอเตอร์ไซค์มีน้อยบนถนนในญี่ปุ่น
– ประวัติศาสตร์การโค้ง
– หิมะมาจากไหนบนยอดฟูจิ
– อยากไปเรียนที่ญี่ปุ่นต้องทำอย่างไร
อ้างอิง
– https://www.jma.go.jp
– https://www.jma.go.jp
– https://ja.m.wikipedia.org
#ญี่ปุ่นเก็บข้อมูลสภาพอากาศกันอย่างไร


