Mitsui Group ตอนที่ 6 เรื่องเล่าของทุนญี่ปุ่น จากพ่อค้าเอโดะสู่เศรษฐกิจโลก
การเกิดใหม่ในชื่อเคเร็ตสึ – Mitsui กับยุคเศรษฐกิจเติบโตสูงของญี่ปุ่น (1955–1973)
ถ้า EP ก่อนหน้าคือการสิ้นสุดของไซบัตสึ ตอนนี้คือการเริ่มต้นของสิ่งที่ไม่มีใครเรียกมันว่าไซบัตสึอีกต่อไป แต่ถ้ามองให้ดี โครงสร้างบางอย่างยังอยู่ ความสัมพันธ์บางอย่างยังเหมือนเดิม และชื่อ “Mitsui” ก็ค่อย ๆ กลับมาอยู่ในวงสนทนาทางธุรกิจอีกครั้ง
คำใหม่ที่ใช้เรียกมันคือ เคเร็ตสึ (Keiretsu)
จากการรวมศูนย์ สู่เครือข่ายแนวนอน
ความแตกต่างสำคัญระหว่างไซบัตสึกับเคเร็ตสึ ไม่ได้อยู่ที่ขนาดธุรกิจ แต่อยู่ที่ “รูปแบบความสัมพันธ์”
ไซบัตสึ
มีบริษัทโฮลดิ้งควบคุมศูนย์กลาง
การถือหุ้นรวมศูนย์
อำนาจชัดเจน
เคเร็ตสึ
ไม่มีโฮลดิ้งกลาง
บริษัทถือหุ้นไขว้กัน
ความสัมพันธ์เชิงเครือข่ายมากกว่าคำสั่ง
หลังจากการยุบโครงสร้างไซบัตสึ บริษัทในอดีตเครือ Mitsui เริ่มกลับมาสร้างความร่วมมือกันในรูปแบบใหม่นี้ ไม่มีใครประกาศว่า “เรากลับมาแล้ว” แต่การประชุมผู้บริหารระดับสูงระหว่างบริษัทแกนหลักเริ่มเกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ และตรงนี้เอง คือจุดกำเนิดของ Mitsui Group ในรูปแบบหลังสงคราม
เสาหลักใหม่ของกลุ่ม
บริษัทแกนหลักของเครือในยุคนี้ประกอบด้วย
- Mitsui Bank – ศูนย์กลางทางการเงิน
- Mitsui & Co. – บริษัทการค้าระหว่างประเทศ (เกิดจากการควบรวมบริษัทการค้าหลายแห่งในปี 1959)
- บริษัทอุตสาหกรรมในเครือ เช่น สายเคมี เครื่องจักร และทรัพยากร
จุดสำคัญคือ การควบรวมในปี 1959 ที่ทำให้ Mitsui & Co. กลับมาในรูปแบบบริษัทการค้าขนาดใหญ่ระดับโลกอีกครั้ง นี่ไม่ใช่การฟื้นไซบัตสึแบบเดิม แต่เป็นการรวมพลังเพื่อแข่งขันในโลกหลังสงคราม
พูดอีกแบบหนึ่ง โครงสร้างถูกเปลี่ยน แต่ “สัญชาตญาณของเครือข่าย” ยังอยู่
ยุคเศรษฐกิจเติบโตสูง: เวทีที่เหมาะกับ Mitsui
ช่วงปี 1955–1973 มักถูกเรียกว่า “ยุคเศรษฐกิจเติบโตสูง” ของญี่ปุ่น (High Economic Growth Period) GDP ขยายตัวอย่างรวดเร็ว การส่งออกเพิ่มขึ้น อุตสาหกรรมหนักและเคมีเติบโต เมืองขยายตัว
ในระบบเศรษฐกิจที่ต้องการเงินทุนจำนวนมากและการประสานงานระหว่างอุตสาหกรรม ธนาคารจึงมีบทบาทสำคัญ และนี่คือจุดแข็งของ Mitsui
Mitsui Bank ทำหน้าที่สนับสนุนบริษัทในเครือและพันธมิตรขณะที่ Mitsui & Co. ขยายเครือข่ายการค้าทั่วโลก บริษัทอุตสาหกรรมในกลุ่มรับบทผลิต ทั้งหมดทำงานในรูปแบบที่ไม่ต้องมีคำสั่งจากศูนย์กลาง แต่มี “ความเข้าใจร่วม” ว่าอยู่ในเครือเดียวกัน
การถือหุ้นไขว้: กลไกแห่งเสถียรภาพ
หนึ่งในลักษณะสำคัญของเคเร็ตสึ คือการถือหุ้นไขว้ระหว่างบริษัทสมาชิก
ระบบนี้ช่วยให้
- ลดความเสี่ยงจากการถูกเทกโอเวอร์
- สร้างความมั่นคงทางการเงิน
- ทำให้ความสัมพันธ์ยาวนานกว่ากำไรระยะสั้น
นักเศรษฐศาสตร์บางคนมองว่าระบบนี้ทำให้ตลาดทุนญี่ปุ่น “ปิด” เกินไป แต่ในบริบทของการฟื้นฟูประเทศหลังสงคราม มันช่วยสร้างเสถียรภาพที่จำเป็นอย่างยิ่ง สำหรับ Mitsui นี่คือวิธีรักษาเครือข่าย โดยไม่ต้องกลับไปใช้โครงสร้างไซบัตสึ
ความเปลี่ยนแปลงที่ไม่หวือหวา
สิ่งที่น่าสนใจคือ การกลับมาของ Mitsui ไม่ได้มาพร้อมภาพลักษณ์ยิ่งใหญ่
ไม่มีการประกาศชัยชนะ
ไม่มีการฟื้นฟูตระกูลผู้ถือหุ้นแบบเดิม
ไม่มีการเรียกคืนอำนาจแบบรวมศูนย์
แต่กลุ่มกลับเติบโตอย่างต่อเนื่อง และกลายเป็นหนึ่งในเครือข่ายธุรกิจสำคัญที่สุดของญี่ปุ่นในยุคเศรษฐกิจเฟื่องฟู บางครั้งความแข็งแรงไม่จำเป็นต้องเสียงดัง มันแค่ต้องยืนระยะได้นานพอ
ก่อนโลกจะเปลี่ยนอีกครั้ง
ต้นทศวรรษ 1970 ญี่ปุ่นกำลังจะเผชิญความท้าทายใหม่ วิกฤตน้ำมัน ความผันผวนของค่าเงิน และการแข่งขันระดับโลกที่รุนแรงขึ้น โครงสร้างเคเร็ตสึของ Mitsui ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อเสถียรภาพ จะต้องพิสูจน์ตัวเองในโลกที่ไม่มั่นคงอีกครั้ง
และนั่นคือบทต่อไป เมื่อเครือข่ายธุรกิจญี่ปุ่นต้องเผชิญกับคำถามใหม่ ไม่ใช่เรื่องสงครามแต่เป็นเรื่องโลกาภิวัตน์
เกร็ดน่ารู้ท้ายตอน
• Mitsui & Co. ในรูปแบบปัจจุบัน ก่อตั้งจากการควบรวมในปี 1959
• ระบบถือหุ้นไขว้ของเคเร็ตสึ ช่วยลดแรงกดดันจากนักลงทุนภายนอกในช่วงหลังสงคราม
• Mitsui Group ไม่มีบริษัทโฮลดิ้งกลางหลังสงคราม แต่มีการประชุมประธานบริษัทหลักเป็นประจำ
เรื่องแนะนำ :
– Mitsui Group ตอนที่ 5 เรื่องเล่าของทุนญี่ปุ่น จากพ่อค้าเอโดะสู่เศรษฐกิจโลก
– Mitsui Group ตอนที่ 4 เรื่องเล่าของทุนญี่ปุ่น จากพ่อค้าเอโดะสู่เศรษฐกิจโลก
– Mitsui Group ตอนที่ 3 เรื่องเล่าของทุนญี่ปุ่น จากพ่อค้าเอโดะสู่เศรษฐกิจโลก
– Mitsui Group ตอนที่ 2 เรื่องเล่าของทุนญี่ปุ่น จากพ่อค้าเอโดะสู่เศรษฐกิจโลก
– Mitsui Group ตอนที่ 1 เรื่องเล่าของทุนญี่ปุ่น จากพ่อค้าเอโดะสู่เศรษฐกิจโลก
– MITSUBISHI: จากพ่อค้าเดินเรือ สู่ตำนานสามเพชร ตอนที่ 8 : สามเพชรแห่งอนาคต
ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ :
https://www.mitsui.com/jp/en/company/outline/history/index.html
Mitsui Group ตอนที่ 6 เรื่องเล่าของทุนญี่ปุ่น จากพ่อค้าเอโดะสู่เศรษฐกิจโลก


