“Omairi Pay” เมื่อค่าใช้จ่ายในการไปวัดสามารถจัดการได้ง่ายๆ ด้วยบัตรเครดิต ก็ไม่ต้องคิดว่าเงินสดจะไม่พออีกต่อไป
เวลาเพื่อนๆ ไปเที่ยวที่ญี่ปุ่น แต่ละคนก็มีจุดหมายปลายทางที่จะไปเที่ยวที่แตกต่างกันตามรสนิยมของแต่ละคน และหนี่งในโปรแกรมที่คนไทยชอบไปกันมากๆ ก็คือไปไหว้พระตามวัดในจังหวัดต่างๆ เวลาที่คนไทยไปวัดในไทยแล้วไม่ได้พกเงินสดไปทำบุญ นั่นไม่ใช่ปัญหา เพราะตามตู้บริจาคในวัดไทยมักจะมีคิวอาร์โค้ดให้สแกนเพื่อโอนไปร่วมบุญ ทั้งยังสามารถเลือกที่จะเปิดเผยข้อมูลจำนวนเงินที่โอนไปเพื่อใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย
ว่าแต่เพื่อนๆ ทราบไหมคะว่า ในประเทศที่มีเทคโนโลยีล้ำหน้าในเกือบจะทุกๆ เรื่องอย่างประเทศญี่ปุ่น วัดในประเทศญี่ปุ่นเพิ่งเริ่มมีบริการ Cashless Payment หรือการชำระเงินแบบไม่ใช้เงินสด ในเดือนเมษายนปี 2569 นี้เองค่ะ ทั้งนี้ไม่ใช่เพราะว่าเค้าเชยกันนะคะ แต่เป็นเพราะบริบททางสังคมของทางญี่ปุ่นและไทยในการบริหารจัดการเรื่องนี้นั้นแตกต่างกัน สืบเนื่องมาจากความกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวและเสรีภาพในการนับถือศาสนา รวมถึงความปลอดภัยของผู้ที่โอนเงินด้วยค่ะ
ทำให้กว่าจะคิดค้นระบบที่ตอบโจทย์เรื่องนี้ได้ก็ค่อนข้างใช้เวลาค่ะ
บริการที่จะพูดถึงนี้มีชื่อว่า Omairi Pay (ในภาษาญี่ปุ่น คำว่า Omairi แปลว่า การไปสักการะ, การไปไหว้พระหรือศาลเจ้า) ซึ่งริเริ่มโดยองค์กรพุทธศาสนาเกียวโตและบริษัท Valuedesign Inc. ผู้ให้บริการชำระเงินแบบไร้เงินสด ช่วยให้ผู้มาเยือนสามารถชำระค่าเข้าชมหรือชำระค่าเครื่องรางของขลังต่างๆได้ด้วยบัตรเครดิตหรือบัตร IC(บัตรเติมเงินอัจฉริยะแบบไร้เงินสด ใช้แตะเพื่อเดินทางด้วยรถไฟ รถบัส และซื้อของตามร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศ) ผ่านอุปกรณ์เฉพาะที่ติดตั้งไว้ในแต่ละวัด
องค์กรพุทธศาสนาเกียวโตประกาศว่า ขณะนี้วัดและศาลเจ้าบางแห่งสามารถใช้ระบบชำระเงินแบบไร้เงินสดนี้ได้เป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ
ภาพด้านล่างนี้คือภาพจากเว็บไซต์ข่าว The Japan News by the Yomiuri Shimbun ที่ลงเมื่อวันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา เป็นภาพพระภิกษุรูปหนึ่งถือป้ายแสดงว่าวัดในเขตชิโมเกียว เมืองเกียวโตรับชำระเงินแบบไร้เงินสดผ่านระบบ Omairi Pay
โดยในป้ายมีข้อความเขียนไว้ว่า ธุรกรรมทั้งหมดที่เคาน์เตอร์นี้จะปรากฏในใบแจ้งยอดของคุณเป็นรายการธุรกรรมชื่อ “Omairi pay” ซึ่งหมายความว่าจะไม่มีการเปิดเผยให้ผู้บริการทราบว่า ผู้ใช้บริการได้ไปสักการะที่วัดหรือที่ศาลเจ้าไหนมา จะมีแสดงแต่ชื่อธุรกรรมว่า “Omairi Pay” และแสดงยอดเงินที่ถูกตัดไปใช้จ่ายเท่านั้น

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ องค์กรพุทธศาสนาเกียวโตซึ่งประกอบไปด้วยวัดประมาณ 1,100 แห่ง มีความระมัดระวังเกี่ยวกับการนำระบบชำระเงินแบบไร้เงินสดมาใช้เป็นเวลานาน โดยยึดถือมุมมองที่ว่ากิจกรรมทางศาสนาควรแยกออกจากธุรกิจทางโลก
และในปี 2019 องค์กรดังกล่าวระบุว่าได้ทำการคัดค้านการใช้การชำระเงินแบบไร้เงินสด เนื่องจากมีความกังวลว่าข้อมูลส่วนบุคคลของผู้มาเยือนอาจถูกบุคคลที่สามเห็นได้ และกล่าวว่าอาจเป็นการละเมิดเสรีภาพทางศาสนา และอาจถูกนำไปใช้ในการควบคุมหรือกดขี่ทางศาสนาได้
อย่างไรก็ตาม องค์กรดังกล่าวตัดสินใจมองหาทางออกเพื่อตอบสนองต่อจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ไม่พกเงินสดเพิ่มมากขึ้น จึงเป็นที่มาของการริเริ่มการคิดค้น Omairi Pay ค่ะ
Omairi Pay เริ่มให้บริการเมื่อวันที่ 1 เมษายน ที่ร้านค้าแห่งหนึ่งในวัดเอคันโด (หรือวัดเซนรินจิ)วัดและศาลเจ้าหลายแห่ง รวมถึงวัดฮิกาชิ ฮงกันจิ ในเขตชิโมเกียว เมืองเกียวโต ก็ได้เริ่มรับการชำระเงินแบบไร้เงินสดเป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ
และหลังจากนี้ยังมีแผนที่จะนำไปใช้ในวัดอื่นๆ ในเกียวโต รวมถึงวัดคินคะคุจิ ที่คนไทยรู้จักกันดีในนามวัดทองมรดกโลกแห่งเมืองเกี่ยวโตอีกด้วย
จากนี้ไปเพื่อนๆ คนไทยที่เป็นสายบุญที่ชอบไปวัดและศาลเจ้าก็จะสามารถเอนจอยการไปวัดต่างๆในประเทศญี่ปุ่นได้อย่างสะดวกยิ่งกว่าเดิมโดยไม่ต้องกังวลเรื่องเงินสดมีไม่พอจ่ายหรือกังวลเรื่องพกเงินสดจำนวนมากแล้วจะทำเงินหายอีกต่อไป
ว่าแต่เพื่อนๆ เคยไปวัดไหนในประเทศญี่ปุ่นแล้วประทับใจ หรือมีเครื่องรางอะไรเจ๋งๆ ที่ซื้อมา หรือมีคนชอบฝากซื้อบ้างไหมคะ ยังไงเล่าสู่กันฟังบ้างนะคะ ^^
ทักทายพูดคุยกับ คอลัมน์นิจ ได้ที่ >>> Facebook คอลัมน์นิจคิดandไรท์
เรื่องแนะนำ :
– เมื่อจำนวนชาวต่างชาติเพิ่มขึ้น ญี่ปุ่นจะรับมืออย่างไร
– รวมสุดยอดไอเดียการลดขยะอาหารจากญี่ปุ่น มาบริโภคอาหารให้คุ้มค่ากันเถอะ
– แนะนำซีรีส์น่าดูสำหรับคนทำงาน เรื่อง “Haken no Hinkaku” กับ “Talentless Takano”
– “Shien” เพื่อนดูแลคุณแม่
– ซูชิวีแกน (Vegan Sushi Tokyo) ทางเลือกใหม่ในการบริโภคซูชิเพื่อสุขภาพ
อ้างอิง:
– https://japannews.yomiuri.co.jp/society/general-news/20260411-321623/
– https://english.kyodonews.net/articles/-/75300
– https://www.valuedesign.jp/news/press/20260402
#“Omairi Pay” เมื่อค่าใช้จ่ายในการไปวัดสามารถจัดการได้ง่ายๆ ด้วยบัตรเครดิต ก็ไม่ต้องคิดว่าเงินสดจะไม่พออีกต่อไป


