นอกจากเรื่องวิชาการแล้ว ญี่ปุ่นเองก็ให้ความสำคัญกับกิจกรรมนอกหลักสูตรอย่างการเข้าชมรมหรือการเข้าทีมกีฬาเช่นกัน แต่ล่าสุด เมืองโกเบ จังหวัดเฮียวโงะ ในประเทศญี่ปุ่น ได้ประกาศว่าจะยกเลิกกิจกรรมชมรมในทุกโรงเรียนรัฐภายในเมือง
นอกจากเรื่องวิชาการแล้ว ญี่ปุ่นเองก็ให้ความสำคัญกับกิจกรรมนอกหลักสูตรอย่างการเข้าชมรมหรือการเข้าทีมกีฬาเช่นกัน แต่ล่าสุด เมืองโกเบ จังหวัดเฮียวโงะ ในประเทศญี่ปุ่น ได้ประกาศว่าจะยกเลิกกิจกรรมชมรมในทุกโรงเรียนรัฐภายในเมือง
แม้ว่าญี่ปุ่นจะมีชื่อเสียงในฐานะประเทศที่ให้ความสำคัญกับวิชาการเป็นอย่างยิ่ง แต่ยังมีทัศนคติทั่วไปในหมู่นักการศึกษาและผู้ปกครองว่ากิจกรรมนอกหลักสูตรก็มีคุณค่ามากเช่นกัน โรงเรียนบางแห่งถึงกับกำหนดให้การเข้าร่วมชมรมหรือทีมกีฬาที่ดำเนินการโดยโรงเรียนเป็นส่วนหนึ่งที่บังคับในหลักสูตร
แม้ว่าญี่ปุ่นจะมีชื่อเสียงในฐานะประเทศที่ให้ความสำคัญกับวิชาการเป็นอย่างยิ่ง แต่พวกเขาก็ยังให้ความสำคัญกับเรื่องกิจกรรมนอกหลักสูตรเช่นกัน โรงเรียนบางแห่งถึงกับกำหนดให้การเข้าร่วมชมรมหรือทีมกีฬาเป็นส่วนหนึ่งในหลักสูตร และแม้บางโรงเรียนจะไม่ได้บังคับให้เข้าชมรม แต่นักเรียนบางคนที่ไม่มีชมรมก็อาจรู้สึกแปลกแยกเล็กน้อยที่ได้กลับบ้านไวกว่าคนอื่นที่ต้องเข้าร่วมกิจกรรมชมรม
ทว่า ล่าสุด เมืองโกเบ จังหวัดเฮียวโงะ ได้ประกาศว่าจะดำเนินการยกเลิกกิจกรรมนอกหลักสูตรทั้งหมดในโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นของรัฐในเมือง โดยทีมและชมรมต่างๆ จะถูกยุบในช่วงต้นปีการศึกษาหน้าซึ่งจะเริ่มในฤดูใบไม้ผลิ
คณะกรรมการการศึกษาระดับเทศบาลระบุถึงปัจจัยสองประการในการตัดสินใจนี้ โดยคณะกรรมการระบุว่าอัตราการเกิดของญี่ปุ่นที่ลดลงนั้นทำให้โรงเรียนแต่ละแห่งประสบปัญหาในการจัดการโปรแกรมกีฬา รวมถึงโรงเรียนอื่นๆ ที่มีจำนวนนักเรียนน้อยอาจมีปัญหาต่างๆ เช่น ไม่มีสมาชิกเพียงพอในชมรม หรือการใช้สิ่งอำนวยความสะดวกบางอย่างก็เหมาะกับกลุ่มใหญ่ๆ มากกว่ากลุ่มเล็ก
นอกจากนี้ คณะกรรมการยังมีความกังวลเกี่ยวกับการที่ครูในโรงเรียนต้องไปเป็นโค้ชหรือที่ปรึกษาให้กับแต่ละชมรม เพราะโดยปกติแล้ว ครูเองก็มีชั่วโมงการทำงานที่ยาาวนาน ดังนั้น คณะกรรมการการศึกษาจึงกังวลว่าครูจะทำงานหนักเกินไป
อย่างไรก็ตาม โกเบไม่ได้ต้องการให้เด็กนักเรียนมัธยมต้นในโรงเรียนรัฐบาลไม่สามารถทำกิจกรรมชมรมหรือเข้าทีมกีฬาได้เลย ดังนั้น คณะกรรมการการศึกษาก็วางแผนที่จะจัดตั้งระบบที่เรียกว่า Kobe Katsu ซึ่งองค์กรกีฬาและวัฒนธรรมในท้องถิ่นจะเปิดให้นักเรียนสามารถใช้สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ
สิ่งนี้จะทำให้นักเรียนมีอิสระมากขึ้นในการเลือกชมรมที่เหมาะสมกับความต้องการและความสนใจของตัวเอง โดยไม่ต้องกังวลเรื่องจำนวนสมาชิก เพราะที่นั่นจะเป็นแหล่งรวมสมาชิกจากโรงเรียนต่างๆ ที่สนใจในสิ่งเดียวกัน และพวกเขาสามารถไปเล่นกีฬาหรือเข้าชมรมตามสถานที่ที่ถูกจัดไว้ได้อย่างอิสระ
นอกจากนี้ การกระจายสถานที่ของแต่ละชมรมไปยังที่ต่างๆ ทำให้จำนวนนักเรียนที่ต้องออกจากโรงเรียนเพื่อไปเข้าชมรมหลังคาบเรียนเลิกมีเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นผู้ที่ไม่ได้เข้าร่วมหรือไม่ต้องการเข้าร่วมชมรมไหนเลยจะรู้สึกแปลกแยกน้อยลงในตอนที่พวกเขาต้องออกจากโรงเรียนเพื่อเดินทางกลับบ้าน
ในอีกด้านหนึ่ง ปัจจุบันยังไม่ชัดเจนว่าระบบใหม่จะส่งผลต่อต้นทุนการเข้าร่วมอย่างไร อย่างไรก็ตาม Fukamoto Yasunori หัวหน้าคณะกรรมการการศึกษาแห่งเมือง Kobe ยังคงมองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับแผนดังกล่าว และเขาตั้งความหวังไว้ว่าแผนนี้จะช่วยให้นักเรียนสามารถเลือกสิ่งที่ตัวเองต้องการได้อย่างอิสระ
เรื่องแนะนำ :
– ญี่ปุ่นเตรียมเก็บค่าปีนฟูจิทุกเส้นทาง
– ญี่ปุ่นวางขาย “ราเมงกระป๋อง” ในตู้ขายสินค้าอัตโนมัติ
– ดาวเด่นเบสบอลญี่ปุ่นทำลายสถิติในประเทศด้วยการขว้างเครื่องบินกระดาษ
– ญี่ปุ่นเปิดตัวตู้กดน้ำที่ผลิตน้ำจากอากาศ
– ไทยติด TOP5 ประเทศที่ชาวญี่ปุ่นอยากเที่ยวช่วงปีใหม่
ที่มาและรูปภาพ :
https://soranews24.com/2024/12/19/major-japanese-city-is-abolishing-extracurricular-activities-at-all-of-its-middle-schools/
#ชมรม


