จากอดีตถึงปัจจุบัน กับวัฒนธรรมการนอกใจในญี่ปุ่น
คำว่า uwaki (浮気) ในภาษาญี่ปุ่นนั้นหมายถึงการนอกใจที่อาจเกิดจากความผิดพลาดหรือไม่ตั้งใจ เช่น ความสัมพันธ์อันเกิดจากความมึนเมา ในขณะที่คำว่า furin (不倫) นั้นจะหมายถึงความสัมพันธ์นอกสมรสในแง่ที่ผิดศีลธรรมโดยตั้งใจ ซึ่งแน่นอนว่าสำหรับความสัมพันธ์ของคู่รักหรือสามีภรรยา ไม่ว่าจะเป็นการนอกใจที่มีที่มาหรือความหมายตรงกับคำไหนก็คงไม่ใช่เรื่องดี!
ย้อนกลับไปในยุคอดีต วัฒนธรรมการครองคู่ของชาวญี่ปุ่นก็น่าจะคล้ายๆ กับบ้านเราในยุคโบราณ นั่นก็คือการแต่งงานของบุตรหลานนั้นเปรียบเหมือนการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัว ช่วยยกระดับความมั่นคงในหน้าที่การงาน เป็นการเกี่ยวดองกันในแง่ของผลประโยชน์สำหรับครอบครัวซึ่งอยู่ในระดับที่เหมาะสมกัน มากกว่าจะมุ่งเน้นไปที่การครองคู่อันเกิดจากความรักของคนสองคนเป็นหลักใหญ่ และนั่นอาจเป็นหนึ่งเหตุผลที่ผลักดันให้หลายคน หลายคู่ หันไปแสวงหาความรักในรูปแบบที่โรแมนติกกว่าจากบุคคลอื่นที่ไม่ใช่สามีหรือภรรยาซึ่งเป็นคู่สมรสที่ถูกต้องของตัวเอง
ในสมัยโบราณ ประเทศญี่ปุ่นคือหนึ่งในดินแดนที่มีแนวคิดยกย่องให้ผู้ชายเป็นใหญ่ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่บุรุษผู้มั่งมีพร้อมพรั่งไปด้วยยศ ตำแหน่ง และทรัพย์สิน จะมีนางสนม อนุภรรยา หรือแม้กระทั่งเกอิชาคู่ใจ
และเมื่อมองกลับมาในยุคปัจจุบัน ชาวญี่ปุ่นหลายคนอาจยังคงมีแนวคิดที่ยึดติดกับการเปิดโอกาสให้เพศชายมีโอกาสนอกใจคนรักมากกว่าเพศหญิง การนอกใจของฝ่ายชายหรือผู้เป็นสามีมักถูกมองว่าเป็นพฤติกรรมทั่วไปซึ่งหลีกเลี่ยงได้ยาก เนื่องจากผู้ชายมีหน้าที่ทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัว จึงสมควรที่จะมีช่องทางระบายความตึงเครียดจากความเหนื่อยล้าในการทำงานมากกว่า ภาพของชายหนุ่มที่จับกลุ่มกันไปสังสรรค์ในสถานบันเทิงยามค่ำคืนต่างๆ จึงถือเป็นเรื่องธรรมดา และก่อให้เกิดธุรกิจกลางคืนอีกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น kyabakura, hostess clubs, girls bars หรือ snack bars ซึ่งแน่นอนว่าแทบทุกแห่งต้องมีพนักงานสาวหน้าตาจิ้มลิ้มเป็นผู้ให้บริการ เนื่องจากกฎหมายญี่ปุ่นกำหนดให้การค้าประเวณีเป็น ‘การมีเพศสัมพันธ์กับบุคคลที่ไม่ระบุเพื่อแลกกับค่าตอบแทน’ สถานบริการหลายแห่งจึงระบุว่าการบริการของตนเองนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องในด้านเพศแต่อย่างใด หากเพียงแต่แค่นำเสนอบริการในด้านการสนทนา การเต้นรำ หรือการอาบน้ำให้ผู้เข้ารับบริการเท่านั้นเอง!
Soaplands คือ หนึ่งในตัวอย่างสถานให้บริการการผ่อนคลายที่ถูกกฎหมาย ซึ่งใช้วิธีให้ผู้เข้ารับบริการและผู้ให้บริการได้ทำความรู้จักกันก่อนผ่านการนวดหรือกิจกรรมเพื่อความผ่อนคลายอื่นๆ โดยหลังจากทั้งคู่ได้ทำความรู้จักกันแล้ว ก็จะไม่สามารถนับว่าเป็น ‘บุคคลที่ไม่ระบุ’ ตามกฎหมายได้อีกต่อไป อีกทั้งผู้ให้บริการยังหลีกเลี่ยงกฎหมายด้วยการให้บริการในรูปแบบหลากหลายที่ไม่ได้เป็นการ ‘มีเพศสัมพันธ์’ ในช่องทางหรือรูปแบบตามที่ระบุไว้เป็นลายลักษณ์อักษร
นอกจาก Soaplands แล้ว ยังมีสถานบริการที่เปิดขึ้นเพื่อสร้างความผ่อนคลายให้ชายหนุ่มอีกหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น Fashion health shops หรือ pink salons ที่มาในคอนเซ็ปท์คล้ายกัน อีกทั้งยังมีบริการ delivery health services ซึ่งเป็นบริการที่ผู้ให้บริการจะเดินทางไป ‘ดูแลสุขภาพ’ ของลูกค้าให้ถึงที่บ้านได้อีกด้วย!
ซึ่งทั้งหมดนี้คือหนึ่งในอุตสาหกรรมทางเพศของญี่ปุ่นซึ่งมีชื่อเรียกเฉพาะว่า fūzoku โดยทุกวันนี้จะมีให้บริการทั้งกับผู้เข้ารับบริการที่เป็นผู้หญิงและผู้ชาย และเนื่องจากหลายคนมองว่านี่คือบริการที่ต้องใช้เงินแลกมา จึงไม่นับว่ามันเป็นการนอกใจกันแต่อย่างใด!
ไม่ว่าทั้งหมดที่กล่าวมา จะไม่นับว่าเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายในทางปฏิบัติ แต่จากการสำรวจก็ยังพบว่ามีชาวญี่ปุ่นเพียง 12% เท่านั้นที่เห็นว่าการนอกใจกันเป็นสิ่งที่ยอมรับได้ในด้านศีลธรรม ในขณะที่อีก 69% นั้นยังคงเห็นว่าการนอกใจในทุกลักษณะถือว่าเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ แต่จากการสำรวจกลับพบว่าคู่สมรสเพศชายที่เคยนอกใจภรรยานั้นมีอยู่ประมาณ 28% ในขณะที่ภรรยาซึ่งเคยนอกใจสามีนั้นมีอยู่ประมาณ 22%
คาดกันว่าหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เกิดการนอกใจกันของคู่สมรสชาวญี่ปุ่นนั้น อาจเป็นเพราะคู่แต่งงานหลายคู่ในญี่ปุ่นยังคงต้องเกี่ยวดองกันด้วยสถานะทางสังคม หรือหลายคนอาจตัดสินใจแต่งงานเพราะค่านิยมว่าเมื่ออายุถึง 30 ปี ก็นับเป็นวัยที่ควรต้องมีครอบครัวได้แล้ว เป็นต้น
ที่น่าสนใจคือแม้ผลสำรวจจะออกมาเป็นแบบนี้ แต่ชาวญี่ปุ่นก็ยังคงมีแนวคิดที่จะแต่งงานใช้ชีวิตคู่ร่วมกันในลักษณะนี้ต่อไป และที่น่าแปลกใจก็คือประเทศญี่ปุ่นยังคงมีอัตราการหย่าร้างน้อยกว่าอีกหลายประเทศ หลายคนวิเคราะห์ว่าอาจเป็นเพราะ ‘gaman culture’ อันหมายถึง ‘การอดทนต่อสิ่งที่ดูเหมือนจะทนไม่ได้ด้วยความอดทนและศักดิ์ศรี’ ซึ่งกลายเป็นวัฒนธรรมที่ติดตัวชาวญี่ปุ่นแทบทุกคนมาอย่างแพร่หลาย แต่หลายคนมองว่าเจ้าวัฒนธรรม gaman นี่ละ ที่เป็นต้นเหตุของปัญหาอีกหลายอย่างในสังคมแบบญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นการต้องอดทนทำงานล่วงเวลาอย่างบ้าคลั่ง หรือแม้กระทั่งการอดทนกับชีวิตแต่งงานทั้งที่ถูกอีกฝ่ายนอกใจนั่นเอง!
และเพื่อเป็นการรักษาความสงบสันติในชีวิตคู่เอาไว้ ชาวญี่ปุ่นจึงมักจะใช้ความอดทนและหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าหรือพูดถึงความรู้สึกที่แท้จริงกับคนชิดใกล้ พร้อมทั้งเติมทัศนคติให้ยอมรับความคิดที่ว่ามันเป็นเรื่องช่วยไม่ได้หากชีวิตคู่ของพวกเขาจะไร้ซึ่งความสัมพันธ์ฉันท์สามีภรรยา หรือช่วยไม่ได้เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายโกหกและนอกใจ!!
และความอดทนในเรื่องต่างๆ เหล่านี้ อาจเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เกิดความเครียดและกดดันตามมา ซึ่งนั่นอาจเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้สังคมของชาวญี่ปุ่นนั้นเต็มไปด้วยความสงบแต่ไร้ความสุขอย่างที่เป็นอยู่และเราทุกคนต่างรู้กันก็เป็นได้!
แม้การเลือกใช้ความอดทนและหลบเลี่ยงการเผชิญหน้าอาจฟังดูว่าเหมือนจะช่วยให้ชีวิตครอบครัวดำเนินต่อไปได้อย่างสงบและสันติก็ตาม แต่เชื่อว่าหลายคนก็อาจรู้สึกเหมือนกันว่านี่คือการซุกปัญหาเอาไว้ใต้พรมด้วยการทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นต่างหาก สำหรับบางคน การไม่ยอมรับรู้อาจเป็นทางเลือกที่จะทำให้ครอบครัวผาสุขต่อไปได้ ในขณะที่หลายคนอาจเลือกใช้วิธีพูดคุยถึงปัญหาที่เกิดขึ้นแบบตรงไปตรงมา ซึ่งผู้เขียนไม่ขอตัดสินว่าวิธีการไหนจะดีกว่ากัน เพราะข้อแม้และเรื่องราวของแต่ละครอบครัวนั้นย่อมแตกต่างกันไป หากที่ฟันธงให้ได้ตรงนี้ ก็คือการนอกใจคนรักไม่ถือเป็นเรื่องดีไม่ว่าจะในกรณีไหนๆ เพราะไม่ว่าใครก็ไม่อยากได้คนรักที่ไม่ซื่อสัตย์กันทั้งนั้นละ! หรือคุณว่าไม่จริง?
เรื่องแนะนำ :
– Harikuyo – อาบน้ำรวมกัน มันเป็นยังไง…ไปเรียนรู้เรื่องราวของ Konyoku กัน
– 5 กิจกรรมทำง่ายในโตเกียว ใครเบื่อการเดินเที่ยวต้องไปลอง
– ‘KODO’ วิถีแห่งกลิ่น พิธีการแห่งศาสตร์และศิลป์ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้!
– เปิดประวัติ ‘Kewpie’ – – มายองเนสอายุกว่า 100 ปี ที่มีต้นกำเนิดจากญี่ปุ่น
– อยากมีคู่ ต้องมูที่นี่!! – รวม 15 พิกัดมูเรื่องความรักในโตเกียวที่คนโสดห้ามพลาด!! (Ep.2)
– ชี้เป้า 10 ซูเปอร์มาร์เก็ตราคาดี๊ดีในโอซาก้า สายช้อปสายกินต้องมาโดน!
ข้อมูลอ้างอิง:
– https://blog.gaijinpot.com/cheating-culture-in-japan/
– https://www.vice.com/en/article/how-japans-secretive-soapland-brothels-operate/
– https://en.wikipedia.org/wiki/Prostitution_in_Japan
– https://news.yahoo.co.jp/expert/articles/3d764c2cfe8b38fa6b783d70c48d90120352ec4e
#จากอดีตถึงปัจจุบัน กับวัฒนธรรมการนอกใจในญี่ปุ่น #วัฒนธรรมญี่ปุ่น #คู่รักญี่ปุ่น


