ทริปเที่ยวเองที่ Kansai..สูดอากศยามเช้าของเมืองเงียบๆ ให้เต็มปอด ลากกระเป๋า Check out ออกจากโรงแรม เหมือนดั่งนักล่าฝัน ที่ถูกโหวตออก เสียใจด้วยครับคุณไม่ได้เที่ยวต่อ ใช่สิลางานมา 5 วันละ ขืนหยุดต่ออีกได้เดินเตะฝุ่นแน่ งั้นมุ่งหน้าสู่ Kansai Airport กลับประเทศไทยที่รักของเรา
เรื่องและภาพโดย : The 23rd Ronin www.marumura.com
กริ๊งงงง ตู๊ดๆๆๆ ปี๊บๆๆๆ อ๊อดๆๆ เสียงสารพัดนาฬิกาปลุก ทั้งจากมือถือ Tablets นาฬิกาหัวเตียง และ Morning call ดังระงมพร้อมกันตอนตี 5 ครึ่ง เพราะวันนี้เราต้องเดินทางกลับ Flights 10 โมง แต่ก็ตั้งปลุกให้มันเวอร์ไว้ก่อนเพื่อกันเหนียว สวัสดีเช้าวันที่ 8 ของการท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่น เฮ้อออ…. ต้องกลับจริงดิ อยู่ต่อเลยได้มั้ย หางานทำเลยดีมั้ย 555+ ไม่ดีๆ เดี๋ยวคนที่มาทีหลังเขาจะเดือดร้อน
สูดอากศยามเช้าของเมืองเงียบๆ ให้เต็มปอด ลากกระเป๋า Check out ออกจากโรงแรม เหมือนดั่งนักล่าฝัน ที่ถูกโหวตออก เสียใจด้วยครับคุณไม่ได้เที่ยวต่อ ใช่สิลางานมา 5 วันละ ขืนหยุดต่ออีกได้เดินเตะฝุ่นแน่ งั้นมุ่งหน้าสู่ Kansai Airport กลับประเทศไทยที่รักของเรา







ถึงสนามบินประมาณ 8 โมงเช้า ผ่านขั้นตอนต่างๆ ก็ปาเข้าไปเกือบ 9 โมง เดินไปช้อปของฝากตามออเดอร์สุดท้ายด้วยความเร่งรีบ เสร็จสรรพซอยเท้าต่อไปที่ Gate ขึ้นเครื่อง นี่ขนาดตื่นเช้านะเนี่ยเกือบไม่ทัน




นั่งรอเครื่องออกที่ Gate 10 โมงก็แล้ว 10 โมงครึ่งก็แล้ว เอ๊ะไหงไม่เรียกขึ้นเครื่องสักที แล้วก็เริ่มมีความเคลื่อนไหวของบรรดา Staff ของสายการบินด้วยท่าทีที่กระวนกระวาย ตอนนั้นก็รู้ชะตากรรมทันทีว่า Delay ใช่มั้ย และแล้วก็มีประกาศจากสายการบินว่า “Attention Please บลาๆๆๆ (ฟังไม่รู้เรื่อง)” แต่จับประโยคสุดท้ายได้ว่า “At 17 PM” เท่านั้นแหละทุกชาติทุกภาษาทั้ง ญี่ปุ่น ใต้หวัน ฝรั่ง ยุโรป ต่างสบถเป็นคาเดียวันว่า “SH_T” เสียงก่นระงมพร้อมกับความโกลาหลก็เกิดขึ้น เอาไงดีล่ะทีนี้เรา ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ด้วย ไปไม่เป็นเลย เปิด Google Search หาวิธีทางออกและคำแนะนำ อ่านกระทู้เค้าก็แนะนำว่า ทางสายการบินต้องรับผิดชอบทั้งอาหาร ที่พักในกรณีที่ Delay ข้ามวัน หรือแม้แต่ต้องหา Flights ให้เรากลับ บางกระทู้ก็ออกแนว Hardcore ประมาณว่า ต้องเรียกให้หนัก จัดให้เต็ม
นั่งงงอยู่พัก ก็ตั้งสติเดินไปต่อแถวรอ Boarding Pass ใบใหม่ ใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมง ด้วยอารมณ์ที่หงุดหงิด แต่พอหันไปทางเครื่องบินที่เราจะใช้โดยสาร ภาพที่เห็นคือ มีน้ำนองลงมาเต็มพื้น ในใจก็คิดว่า เออ Delay ก็ดีแล้วล่ะนะ อย่าเพิ่งรีบออกเลยงี้ ทางพนักงานของสายการบินก็ขอโทษและแสดงรับผิดชอบด้วยการมอบ Gift Vouchers ให้คนละ 1,000 Yen สำหรับอาหารกลางวัน อืม จะโกรธก็ตรงนี้แหละ 1,000 Yen จะไปกินอะไรได้มั้ยเนี่ย





สั่งอาหารเสร็จ ก็มีพี่ผู้หญิงคนไทยที่เดินทางกลับ Flights เดียวกันมาสะกิด “น้องคะๆ สายการบินเค้าส่งเมล์ มาบอกว่าเครื่องสามารถออกได้ในเวลาบ่าย 2 โมงครึ่ง” มองดูนาฬิกาอีก 15 นาที!!! อะไรเนี่ยข้าวยังไม่ทันเข้าปาก รีบกินรีบโกยไปที่เครื่อง แต่ตอนนั้นก็รู้สึกสนุกดีนะ ดีใจจะได้กลับบ้านแล้ว
ออกเดินทางไป Hong Kong รอเปลี่ยนเครื่องอีก 2 ชั่วโมงเพื่อกลับไทย ที่นี่เราได้รับ Gift Vouchers อีกคนละ 75 เหรียญ Hongkong เอิ่มมม… ที่นี่ข้าวจานนึงก็เกือบ 150 เหรียญละนะครับ ให้มาทำไมแค่นี้





และแล้วในที่สุดก็ถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพตอนประมาณเที่ยงคืน ช้ากว่ากำหนดแค่ 2 ชั่วโมง ทริปนี้เต็มไปด้วยเรื่องราวมากมาย ทั้ง สุข สนุก ทุกข์ เมื่อย เหนื่อย หลง งง มั่ว ได้งัดไหวพริบ ได้ตัดสินใจผิด ตัดสินใจถูก แต่โดยรวมเรียกได้ว่าสุดยอดมากมาย ฝากถึงใครๆ ที่กล้าๆ กลัวๆ การเดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง และกำลังตัดสินใจจะไปดีไม่ดี อยากบอกว่าไปเลยอย่าช้า ถึงจะภาษาไม่ดี กลัวเข้าประเทศเค้าไม่ได้ ขอบอกว่าชาวญี่ปุ่นเค้ารอต้อนรับคนไทยอย่างเราอยู่ครับ ท้ายนี้ขอปิดทริปด้วยรอยยิ้ม และขอให้เพื่อนๆ มีความสุขกับการไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นแบบเรากันทุกคนนะครับ^^*



เรื่องและภาพโดย : The 23rd Ronin www.marumura.com
เรื่องแนะนำ :
– ทริปเที่ยวเองที่ Kansai : ตอนที่ 7 หมดเวลาสนุกแล้วสิ
– ทริปเที่ยวเองที่ Kansai : ตอนที่ 6 Minoh ภูเขาและธารน้ำตกใน Osaka
– ทริปเที่ยวเองที่ Kansai : ตอนที่ 5 Tsutenkaku-Rinku Town-Nipponbashi
– ทริปเที่ยวเองที่ Kansai : ตอนที่ 5 Tsutenkaku-Rinku Town-Nipponbashi
– ทริปเที่ยวเองที่ Kansai : ตอนที่ 4 รักจัง Arashiyama
– ทริปเที่ยวเองที่ Kansai : ตอนที่ 3 หลง งง สุดท้าย Fin ที่ Kyoto
– ทริปเที่ยวเองที่ Kansai : ตอนที่ 2 Bye Bye Homestay…Hello Shinsaibashi”
– ทริปเที่ยวเองที่ Kansai : ตอนที่ 1 Yokoso Japan Homestay @Osaka”
– พาทัวร์โรงงาน Kikko Nihon “ชม ชิม โชยุ แบบสุดสะเทือนไต”