วิชายุทธ วิถีเซน by Lordofwar Nick
ตามหาวิชาดาบอิไอ (9) “โอเอะ มาซาจิ” ปรมาจารย์ดาบอิไอแห่งยุคเมจิ
ตามหาวิชาดาบอิไอ (9) “โอเอะ มาซาจิ” ปรมาจารย์ดาบอิไอแห่งยุคเมจิ
สวัสดีครับท่านผู้อ่าน ช่วงนี้ก็ยังเขียนสิ่งที่นึกได้ไปก่อนนะครับ จากการที่กลับมาฝึกอิไอเป็นประจำ (ทุกวันอาทิตย์) ก็แบบว่า ได้ศึกษาและแกะทำกระบวนท่าชุดหนึ่งซึ่งต้องบอกว่าค่อนข้างจะแอดวานซ์ การเคลื่อนไหวซับซ้อนหลายชอต กระบวนท่าชุดนี้ของสำนักมุโซจิกิเด็นฯ นี้ เรียกว่า “บังไก” (番外 “นอกสารบบ” ไม่เกี่ยวอะไรกับ บังไค 挽回 ในเรื่อง BLEACH นะจ๊ะ) ซึ่งสำหรับผมนับว่าควรค่าแก่การแกะและฝึก เพราะมันทำให้ได้เห็นจุดเชื่อมต่อระหว่างอิไอ (การชักดาบ) กับเคนจุตสุ (การประดาบ) เป็นการฝึกหัดความเข้าใจเรื่องมูฟเมนต์ให้ดียิ่งขึ้น
คือผมอยากจะบอกว่า ชุดกระบวนท่า “บังไก” นั้น ถูกบัญญัติขึ้นใหม่ในยุคเมจินี่เองครับ และบัญญัติโดยบุคคลที่สำคัญมากๆ เรียกว่าถ้าไม่มีท่านผู้นี้ วิชาดาบอิไอสำนักมุโซจิกิเด็นฯ อาจสูญก็ได้ แต่นอกจากจะไม่สูญจากการถ่ายทอดแล้ว ยังเผยแผ่ออกไป จากในระดับประเทศ จนถึงระดับนานาชาติอย่างทุกวันนี้
วันนี้จะขอนำเสนอประวัติของท่านอาจารย์ “โอเอะ มาซาจิ” ครับ (ภาพทั้งหลายที่มามาจาก wikipedia นะครับ)
ท่าน “โอเอะ มาซาจิ” (大江正路) เกิดเมื่อวันที่ 10 เดือนสิบ ปีที่ห้าแห่งศักราชคะเอย์ (ตีเทียบเป็นปฏิทินฝรั่งคือ วันที่ 21 พฤศจิกายน 1852 (พ.ศ. 2395)) เป็นลูกคนรองของ โอเอะ คุราจิ (大江庫次) ที่หมู่บ้านซุงะ โทสะกุน แคว้นโทสะ (ปัจจุบันคือจังหวัดโคติ) เริ่มแรกเรียนวิชาดาบ (เคนจุตสุ) กับ ฮิเนะโนะ เบนจิ (日根野弁治 คนนี้เป็นครูดาบที่มีลูกศิษย์อยู่มาก เป็นครูของ ซากาโมโต้ เรียวมะ ด้วย โอ้)
ซามูไรแห่งแคว้นโทสะผู้โด่งดังในประวัติศาสตร์ในฐานะนักเคลื่อนไหวล้มล้างระบอบโชกุน การถูกลอบสังหารของเขากลายเป็นคดีดังที่ขนาดต้องเขียนหนังสือขายประมาณว่า “ใครฆ่าซากาโมโต้ เรียวมะ” ซึ่งถ้าไปถามกลุ่มชินเซ็น เขาก็บอกเขาไม่ได้ทำนะเอ้อ (ที่มา wikipedia)
ต่อมาจึงได้เรียนวิชาดาบอิไอสำนักเอชินริว “สายชิโมมูระ”
(เรื่องประวัติการแตกสายนี่ ขอเชิญอ่านได้ที่ ตามหาวิชาดาบอิไอ ตอนที่ 5 นะครับ
ท่านโอเอะในวัยหนุ่ม ด้วยความที่เป็นซามูไรของแคว้นโทสะ แน่นอนก็ย่อมเข้าไปมีส่วนในการศึกเพื่อ “เปลี่ยนแปลงการปกครอง” ด้วย นั่นก็คือสงครามโบชิน ปี พ.ศ. 2410 ตอนอายุ 16 ทางแคว้นสั่งให้ไปเฝ้าระวังตรงแถบฟุชิมิ (伏見) ปี พ.ศ. 2411 เกิดสงครามขึ้นที่ โทบะ-ฟุชิมิ กองกำลังของแคว้นฝ่ายปฏิวัติ อันมีนากาโอกะ ชินทาโร่ เป็นตัวกลาง บรรดาผู้นำจากแคว้นต่างๆ ได้แก่ อิตางากิ ไทสุเกะ แห่งแคว้นโทสะ และก็ ไซโก ทากาโมริ แห่งแคว้าซัตสึมะ เป็นต้น ได้ทำสัญญาลับว่าจะล้มระบอบโชกุน (โอ้ว) แล้วเปิดศึกเองแบบ ไม่รอคำสั่งแคว้น (โอ้ว) ยกธงผ้าจักรพรรดิ (นิชิกิ โนะ มิฮาตะ 錦の御旗 ประมาณว่า เราคือกองทัพของพระจักรพรรดิ โอ้ว) ซึ่งงานนี้ ท่านโอเอะตอนนั้นยังหนุ่ม นายว่าไงก็ต้องว่าตามกัน ก็เลยได้ต้องไปรบกับเขาด้วย

นากาโอกะ ชินทาโร่ (中岡慎太郎) ซามูไรแห่งแคว้นโทสะ
มีอีกเรื่องที่น่าพูดถึงคือ ปี พ.ศ. 2411 นั้น มี เหตุการณ์การปะทะกับชาวต่างชาติอันหนึ่ง เรียกว่าคดีซาไก (堺事件) คือซามูไรของแคว้นโทสะ ไปปะทะกับลูกเรือชาวฝรั่งเศสที่ว่าขโมยธงของแคว้นไป เหตุนี้เกิดขึ้นที่ท่าเรือซาไก แคว้นอิซุมิ (ทุกวันนี้อยู่ในเขตนครโอซาก้า) จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้พวกฝรั่งเศสโดนยิงตายไป 11 คน เรื่องนี้เลยต้องมีคนรับผิดชอบ (อีกแล้วครับท่าน) บรรดาซามูไรของแคว้นโทสะที่กระทำความผิดก็เลยต้องคว้านท้องไปตามระเบียบ พิธีคว้านท้องจัดที่วัดเมียวโคคุจิ (妙国寺 ทุกวันนี้อยู่เขตซาไก โอซาก้า) ในการนี้ ท่านโอเอะตอนนั้น รับหน้าที่ “ไคชากุ” (介錯) ช่วยตัดหัวปิดจ๊อบคนคว้านท้องตามธรรมเนียม
![]()
ภาพวาดเหตุการณ์คดีซาไก
เมื่อเข้าสู่ยุคเมจิ (จบศึก) ปีเมจิที่ 3 (พ.ศ. 2413) ได้เป็นครูสอนเคนโด้ที่โรงฝึกประจำแคว้นอยู่ระยะหนึ่ง ก็เกิดยุคเปลี่ยนแปลงรูปแบบการบริหารราชการที่เรียกว่า “ยุบแคว้นตั้งจังหวัด” (ไฮฮันจิเค็น 廃藩置県) แถมพอปีเมจิที่ 9 (พ.ศ. 2419) มีการออก “คำสั่งยกเลิกดาบ” (ไฮโตเรย์ 廃刀令) ห้ามการพกดาบซามูไรในที่สาธารณะไปอีก (นี่เรากำลังอ่านเรื่องเคนชินใช่ไหมเนี่ย 555) จากเหตุการณ์ตรงนี้ จึงนับว่าเสี่ยงที่วิชาดาบจะเสื่อมสูญ ท่านโอเอะก็เลย ไปเรียนวิชาดาบสำนักฮาเซกาวะ สายทานิมูระ กับผู้สืบทอดรุ่นที่ 16 ของสายทานิมูระคือ โกโต้ มาโกเบย์ มาซาสุเกะ (五藤孫兵衛正亮)
ปีเมจิที่ 15 (พ.ศ. 2425) เป็นศาสตราจารย์ของสมาคมวิชาบู๊ของจังหวัดโคจิ (กลายเป็นจังหวัดแล้วนะครับ ไม่มีชื่อแคว้นโทสะแล้วนะครับ) อยู่มาได้สองปีก็ลาออก ไปทำงานเป็นซูเปอร์ไวเซอร์ บ. เหมืองถ่านมิตซูบิชิ ที่เกาะทากาชิมะ จังหวัดนางาซากิ และก็เป็นครูสอนเคนโด้ไปด้วย ทำอยู่จนถึงปีเมจิที่ 24 (พ.ศ. 2434) ลาออก ปีต่อมาไปเป็นครูสอน “เกคิเค็น” (“ดาบโจมตี” คือกีฬาที่ใส่เกราะเอาชิไนมาตีใส่กัน ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของกีฬาเคนโด้ปัจจุบัน) ของโรงเรียนจังหวัดโคจิ สอนอยู่ได้หนึ่งปีก็ลาออก

ภาพกีฬา “เกคิเคน” (ที่มา exblog.jp)
ปีเมจิที่ 26 (พ.ศ. 2436) อิตางากิ ไทสุเกะ หนึ่งในคณะผู้ก่อการ ซึ่งพอมาถึงตอนนี้ก็ได้เป็นใหญ่เป็นโตในรัฐบาล ด้วยความที่เป็นหลานปู่ (พี่น้องของย่า) กับ ทานิมูระ คาเมะโนะโจ โยริคัตสึ (谷村亀之丞自雄) ซึ่งเป็นผู้สืบทอดสำนักเอชินริว (ถ้าใครอ่านตอนที่ 5 จะทราบว่าสำนักนี้สมัยก่อนเรียกชื่อไปต่างๆ เอชินริวบ้าง ฮาเซกาวะริวบ้าง ขอให้รู้ว่าคือสายสำนักวิชาเดียวกัน) สายทานิมูระ รุ่นที่ 15 ก็เลยดำริว่า ควรจะอนุรักษ์สืบสานวิชาไว้ ต้องมีครู มีโรงฝึกที่ดีๆ เหมาะๆ ตั้งโรงฝึกสอนวิชาดาบอิไอและวิชาพลอง โดยวิชาดาบอิไอนั้น ก็ให้ โกโต้ มาโกเบย์ มาซาสุเกะ เป็นครูสอน ในการตั้งโรงฝึก ก็ได้รับช่วยเหลือใหได้อาศัยพื้นที่ในเขตคฤหาสน์ของ ทาเคมูระ โยเอมอน (竹村与右衛門) เป็นที่ตั้งโรงฝึก
นี้ก็ทำให้วิชาดาบอิไอสำนักเอชินริวยังตั้งหลักสอนวิชาได้
ส่วนอาจารย์โอเอะนั้น ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2437 ก็ได้ไปเป็นครูสอนดาบที่โตเกียว แล้วก็กลับมาที่จังหวัดโคจิ สอนโรงเรียน ม.ต้น ที่จังหวัดโคจิ แล้วก็สอนวิชาดาบให้กับกรมตำรวจจังหวัดอิชิคาวะ และก็โรงเรียน ม.ต้น ที่จังหวัดอิชิคาวะด้วย แล้วพอปี พ.ศ. 2443 กลับมาที่จังหวัดโคจิ สอนเคนโด้และอิไอที่โรงเรียน ม. ต้น ประจำจังหวัดโคจิ พอปีเมจิ 44 (พ.ศ. 2454) สอนเคนโค้ที่ “บูโตคุไค” จังหวัดโคจิ ปี พ.ศ. 2467 เป็นครูสอนอิไอของไดนิปปอนบูโตคุไค
อาจารย์โอเอะ ถึงแก่อนิจกรรมเมื่อวันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2470 อำเภอโคจิ จังหวัดโคจิ สิริอายุได้ 76 ปี
คุณูปการของอาจารย์โอเอะ ในการอนุรักษ์และสืบสานวิชาดาบอิไอสำนักมุโซจิกิเด็นเอชินริว (ชื่อนี้เป็นอาจารย์โอเอะตั้งขึ้นมา เพื่อเป็นชื่อสายสำนักอย่างเป็นทางการ) มีดังนี้
- เป็นผู้บัญญัติจัดหมู่วิชาโบราณของสำนักเป็นสามหมวด คือ หมวดท่านั่งเซสะ (正座の部) หมวดท่านั่งชันเข่า (立膝の部 ทะจิฮิสะโนะบุ) หมวดอิไอระดับลึก (奥居合 โอคุอิไอ)ให้เป็นระเบียบแบบแผนและลำดับขั้นของการเรียนวิชาให้เป็นระบบ
- บัญญัติชุดกระบวนท่านอกสารบบ “บังไก” (番外) สามกระบวนท่า (ที่เคยกล่าวมาแต่ก่อนว่าบังไกมีสี่ท่านั้น จริงๆ บังไกที่บัญญัติโดย อ. โอเอะ มีเพียงสามกระบวนท่าครับ ส่วนกระบวนท่าที่สี่คือ อะคุมะบาไร (悪魔払い “ไล่ปีศาจ”) นั้น บัญญัติภายหลังโดยอาจารย์ยามาโมโตะ ฮารุสุเกะ ศิษย์อาจารย์โอเอะ (อาจารย์ยามาโมโตะนี่ตอนหลังเป็นผู้บัญญัติท่าเซย์เทย์ (ท่าสอบ) ของสมาพันธ์เคนโด้ฯ แผนกอิไอโด ครับ ก็เป็นอีกสายหนึ่งที่แตกออกไปเผยแพร่วิชาดาบอิไอ “สายเคนโด้”)
- บัญญัติชุดท่าเข้าคู่ซ้อมตีที่เรียกว่า ทะจิอุจิ โนะ คุราอิ (太刀打之位)
- ท่านมีลูกศิษย์ลูกหามากมาย ซึ่งทำให้เกิดการแตกสายสอนออกไป สายทานิมูระซึ่งตอนหลังเคลื่อนไหวก่อตั้งสมาพันธ์อิไอโดฯ ก็มี อ.โฮกิยามะ นามิโอะ รุ่นที่ 18 อ.ฟุคุอิ ฮารุมาสะ รุ่นที่ 19 (ส่วนผู้ก่อตั้งสมาพันธ์อิไอโดฯ คือ อ.โคโน่ เฮียคุเร็น รุ่นที่ 20 ซึ่งเป็นศิษย์ของ อาจารย์ฟุคุอิ รุ่นที่ 19 อีกที) ส่วนอ. ยามาโมโตะ ฮารุสุเกะ ภายหลังก็ไปอยู่สมาพันธ์เคนโด้ฯ (แผนกอิไอโด) กลายเป็นอีกสายหนึ่งไป
ครับ วันนี้มาพูดถึงกระบวนท่า บังไก กันดีกว่า น่าเสียดายว่า ผมไม่สามารถหาข้อมูลได้เลยว่ามันถูกบัญญัติขึ้นในปี พ.ศ. อะไร รู้เพียงว่าเป็น อ.โอเอะบัญญัติเท่านั้น และจริงๆ เป็นท่าขั้นแอดวานซ์สำหรับคนที่เรียบจบโอคุอิไอแล้ว ถ้าเทียบดั้ง ก็ โหย สามสี่ดั้งขึ้นไปครับถึงจะได้เรียน แต่ว่า ด้วยความที่ผมทุกวันนี้มันเป็นการฝึกเอาเองจากสื่อ (คำบรรยายในหนังสือ บวกกับวิดีโอในยูทูป ซึ่งเป็นอันที่ระดับผู้สืบทอดรุ่นหลังๆ ได้แสดงไว้) และไม่ได้มีสังกัดอะไร ก็เลยถือว่า ถือวิสาสะเรียนเอาเองแล้วกัน ดีหรือไม่ดีอย่างไรก็ต้องขออภัยด้วย ทั้งนี้ คนที่จะต่อท่านี้ได้ ต้องฝึกโอคุอิไอในหมวดท่ายืน (ทาจิวาซะ) ให้ได้แม่นเสียก่อน เพราะการเคลื่อนไหวลำดับค่อนข้างมาก ต้องมีพื้นความเข้าใจในการเคลื่อนไหวในวิชาให้ดีก่อน
“บังไก” ที่ อ.โอเอะ บัญญัติ มีสามกระบวนท่าครับ (ลำดับการเคลื่อนไหวอ้างอิงจากหนังสือของอาจารย์ฟุกุอิ โทราโอะ อย่างไรก็ดี จากที่ผมได้ดูวิดีโอหลายๆ อันของหลายๆ อาจารย์ พบว่าบางทีมูฟเมนต์ก็มีรายละเอียดปลีกย่อยที่ผิดจากนี้ไปบ้าง)
- ฮายานามิ (“คลื่นเร็ว” 速浪) ชักดาบฟันทิศเฉียงขวา ฟันใส่สะพายแล่งขวา ย้ายเท้าขวามาทิศเฉียงซ้าย ฟันลงตรงๆ (การเคลื่อนไหวตรงนี้ก็คือท่าแรกของโอคุอิไอท่ายืน “ยูกิซึเระ” 行連 “ไปตาม” นี่แหละ) ยกดาบกัน วาดเท้าซ้ายมาหน้าเท้าขวา วาดดาบฟันขวางลำตัวตวัดไปข้างหลัง ก้าวเท้าขวา ฟันลงตรงๆ กลับหลังหัน วาดดาบ ก้าวเท้าขวา ฟันลงตรงๆ อีกรอบ
- ไรเด็น (“สายฟ้า” 雷電) เดินๆ พวกมาจับปลายฝักดาบ สะบัด หมุนด้ามดาบมาแนบอก (สะบัดให้พันการจับปลายฝึกดาบ) ก้าวขาขวาออกพร้อมชักดาบออก หันกลับไปข้างหลัง แทงมือเดียวใส่หน้าอก (ท่าแทงนี้เหมือนท่า “ทากิโอโตชิ” 瀧落 “สอยน้ำตก” ในหมวดทะจิฮิซะ) ก้าวเท้าขวา ฟัน ยกดาบกัน วาดเท้าซ้ายมาหน้าเท้าขวา วาดดาบฟันขวางลำตัวตวัดไปข้างหลัง ก้าวเท้าขวา ฟันลงตรงๆ
- จินไร (“ฟ้าผ่า” 迅雷) เดินๆ ชักเท้าขวาเฉียงขวาชักดาบ แทงไปทางซ้ายหลัง วกมาฟันลงๆ ตรงๆ ทิศเฉียงขวา ย้ายเท้าขวาไปทางทิศเฉียงซ้าย ฟังลงตรงๆ ย้ายเท้าขวามาตรงหน้า ฟันลงตรงๆ (ท่าตรงนี้ก็คือ ชิโฮกิริ 四方切 “ฟันสี่ทิศ” ในโอคุอิไอท่านั่งนี่แหละ แค่เปลี่ยนจากนั่งเป็นยืน) แล้ว วาดสองแขนกอดอก เอาสองแขน “ดัน” คนขวาง “ออกไป” แล้วก้าวเท้าขวาฟันใส่ข้างหน้าลงตรงๆ (ท่าตรงนี้คือ โซเดะสึริกาเอชิ 袖摺返 “ถูแขนเสื้อย้อนคืน” ในโอคุอิไอท่ายืน)
และนี่คือที่ผมได้ฝึกกระบวนท่า “ฮายานามิ” ขาดตกบกพร่องประการใดก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ
เอาล่ะครับ บอกตรงๆ จากการที่ได้กลับมาฝึกดาบอิไอครั้งแรกในรอบยี่สิบปีนี่ ไม่นึกเลยว่าจะมีเรื่องให้เอามาเขียนได้ขนาดนี้ ถ้าชอบก็บอกกันด้วย จะเป็นพระคุณอย่างสูงครับ
พบกันใหม่สัปดาห์หน้านะครับสวัสดีครับ
เรื่องแนะนำ :
– ตามหาวิชาดาบอิไอ (8) ตำนานปฐมาจารย์ดาบอิไอ “ฮายาชิซากิ จินสุเกะ ชิเงะโนบุ”
– ตามหาวิชาดาบอิไอ (7) “ยาวาระสำนักนัตสึบาระ” วิชายูยิตสูของดาบอิไอที่หายสาบสูญ!!
– ตามหาวิชาดาบอิไอ (6) “ไดนิปปอนบัตโตโฮ” วิชาดาบอิไอสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2!!
– ตามหาวิชาดาบอิไอ (5) ประวัติและพัฒนาการของวิชาดาบอิไอสำนัก “มุโซจิกิเด็นเอชินริว”
– ตามหาวิชาดาบอิไอ (4) เมื่อผมต้องสอบเลื่อนสาย
#ตามหาวิชาดาบอิไอ (9) “โอเอะ มาซาจิ” ปรมาจารย์ดาบอิไอแห่งยุคเมจิ




