วิชายุทธ วิถีเซน by Lordofwar Nick
ฟุโดจิชินเมียวโรคุ ฉบับสำนักพระราชวัง (5) ไร้จิตไร้นึกคิด
อ่ะ วันนี้เราก็มาอ่านกันต่อดีกว่าครับ อ่านวันละนิดจิดจะได้ผ่องใส (ใช้มั้ยนั่น 55)
ข้อความต้นฉบับ
不動 [智] 地の位へ至りぬれば、立帰て本の住地の初心の位へ落る也。是を兵法の上にて云ば、一切兵法を不ㇾ知時は身がまへ太刀のかまへ何もしらぬ者なれば、身にも太刀にもこころの留る事なく、人がうてばをつ取り合たり。 何の心もなし。然れども所々様々の事を習ひ、身がまへ 太刀のかまへ色々の事を習ひぬれば、色々所々に心が留りて、人を打んとすればとやかくやとして、却て人に斬らるる。
หากถึงแล้วซึ่งแห่งที่ของปัญญาอันไม่หวั่นไหว ก็จะกลับตกมายังแห่งที่ของจิตเริ่ม (โชะชิน 初心) ของที่อาศัยเดิม หากกล่าวสิ่งนี้สำหรับพิชัยสงครามแล้ว ยามไม่รู้พิชัยสงครามเลยนั้น หากเป็นผู้ไม่รู้การตั้งท่ากาย การตั้งท่าดาบ ก็ไม่มีการค้างจิตไว้ในกายหรือในดาบ หากคนตีก็เพียงตีใส่กัน ไม่มีจิตใดทั้งสิ้น แต่หากว่าเรียนเรื่องต่างๆ นานา เรียนการตั้งท่ากาย การตั้งท่าดาบ เรียนเรื่องต่างๆ แล้วล่ะก็ จิตจะค้างอยู่ในที่ต่างๆ พอจะตีคนก็กลายเป็นว่าต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ กลับกลายถูกคนฟันเสีย
初めは不自由也。然るによりて一向に習はぬ時より不自由なれども、日を重て年月稽古すれば、後は身がまへも太刀のかまへも何にも其する所々こころが留らず、手足に能を覺て心はどこやら(何処やら)へいんで(忌んで?)何の心もなき様に成て、初何も不ㇾ知、習はぬ時の心の様になる也。是始終似たる位也。一から十へかぞへまわせば、一と十と隣に成る也。調子へ行ば、一の下一の上と隣に成也。佛法にも文字にもづつと位たけたる人は、佛とも法とも文字あるとも何とも見へぬ様になる也。無心無念の位に落着する也。至極の位に至り候えば手足身が覺へ候て心は一切入らぬ位に落着するもの也。
แรกเริ่มนั้นย่อมไม่ได้ดังใจนึก แม้โดยเป็นเช่นนั้น ถึงจะไม่ได้ดังใจยิ่งกว่ายามที่ไม่ได้เรียนเลย หากสั่งสมวันฝึกหัดเป็นเดือนปีล่ะก็ ภายหลัง แม้การตั้งท่ากาย การตั้งท่าดาบ แม้สิ่งใดก็ผ่านเลยไป จิตไม่ค้างอยู่ที่ใดๆ เลย มือเท้าจำการทำงานได้ ใจหลีกเร้นไปยังที่ไหนสักที่ เกิดภาวะที่ไม่มีจิตใดอยู่เลย กลายเป็นสภาวะของจิตตอนแรกเมื่อยังไม่รู้อะไร ไม่ได้เรียนอะไร นี้คือแห่งที่อันดุจเดียวกันทั้งต้นและจบ หากนับหนึ่งถึงสิบวนไป หนึ่งจะกลายเป็นอยู่ข้างเคียงสิบ หากไปยังทำนอง หนึ่งที่ต่ำจะกลายเป็นอยู่ข้างเคียงหนึ่งที่สูง แม้ในพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าก็ดี แม้ในอักษรก็ดี ผู้ที่บรรลุถึงขีดสุดมาได้นั้น ก็กลายเป็นไม่เห็นเป็นพระพุทธเป็นพระธรรมเป็นอักษรเป็นอะไรทั้งสิ้น (นี้) คือการตกมาถึงแห่งที่ของไร้จิตไร้นึกคิด (มุชินมุเน็น 無心無念) หากถึงแห่งที่อันเป็นที่สุดแล้ว มือเท้ากายจะจำได้ จิตนั้นจะตกถึงแห่งที่ที่ไม่เคยเข้าไปเลย
การตีความและอภิปราย
ที่จริง เรื่องของคำว่า “ไร้จิต” (มุชิน 無心)เนี่ย ผมหวนย้อนกลับไปดูสิ่งที่ตัวเองเคยเขียน มันก็ฮาดีนะ ผมเขียนไว้ครั้งแรกเมื่อตอนอายุ 44 แน่ะ! ในอันนี้แหละ เซนกับบราซิลเลียนยูยิตสู (10) ซึ่งพอกลับไปอ่านก็หัวเราะกับตัวเองนะ อะไรจะเขียนยาวเขียนเยอะปานนั้น 555
ปีนี้ 2025 ผมอายุ 48 ละ
ขอเขียนสั้นๆ ละกันนะ
สิ่งที่ได้ประสบมา
จริงๆ นะครับ ช่วงหนึ่งหลังจากผมเป็นสายน้ำเงิน บางที หรือ หลายทีเลย ผมรู้สึกว่า performance ผมนี่ “โคตรกาก” ยิ่งกว่าตอนเป็นสายขาวอีก!
จากที่เคยจับคนทุ่มไปเรื่อยเปื่อยได้ตอนสายขาวสามสี่แถบ พอมาถึงตอนเป็นสายน้ำเงินสองแถบ กลับทุ่มใครแทบไม่ได้เลย ทั้งฝีมือ ทั้งความมั่นใจในตัวเองหายหมด ถ้าไม่ติดว่าอย่างน้อย (อย่างแย่สุด) เล่นไปมันก็ยังเสริมสร้างร่างกาย (เป็นฟิตเนส) ได้นี่ บางทีก็ท้อจนคิดอยากเลิกเล่นเหมือนกัน (เพราะมันทุเรศตัวเอง ทุเรศตัวเองแค่ไหน เอาเป็นว่าบางทีอยากกลับไปใส่สายขาวแทนละกัน)
แต่ก็ นะ พยายามมุมานะศึกษาหาความรู้เพิ่ม ค่อยๆ แก้โจทย์ตัวเองไปเรื่อยๆ ว่าต้องรู้อะไรก่อนๆๆ ค่อยๆ เคลียร์ไปทีละด่านๆ
พอมาถึงจุดที่เป็นสายน้ำเงินสี่แถบ บางทีจับคนเทคดาวน์ได้แบบ “ไม่มีกระบวนท่า” ด้วยซ้ำ คือล้มคนด้วยวิธีที่แลดูโง่ๆ เช่นจับรวบหลังแล้วเทน้ำหนักนั่งลงให้ล้มไปเลย หรือจับอีกฝ่ายที่พุ่งหัวเข้ามาพาลากหัวคะมำแล้วเข้าชาร์จที่สีข้างให้ล้ม
“แรกเริ่มนั้นย่อมไม่ได้ดังใจนึก แม้โดยเป็นเช่นนั้น ถึงจะไม่ได้ดังใจยิ่งกว่ายามที่ไม่ได้เรียนเลย หากสั่งสมวันฝึกหัดเป็นเดือนปีล่ะก็ ภายหลัง แม้การตั้งท่ากาย การตั้งท่าดาบ แม้สิ่งใดก็ผ่านเลยไป จิตไม่ค้างอยู่ที่ใดๆ เลย มือเท้าจำการทำงานได้ ใจหลีกเร้นไปยังที่ไหนสักที่ เกิดภาวะที่ไม่มีจิตใดอยู่เลย กลายเป็นสภาวะของจิตตอนแรกเมื่อยังไม่รู้อะไร ไม่ได้เรียนอะไร”
ขนาดผมมาได้ถึงแค่ขั้นที่เขียนอยู่ตอนนี้ ยังได้ประสบกับตัวเองเลยว่า คำสอนของพระอาจารย์ทาคุอันนั้น “เป็นเรื่องจริง ไม่เลื่อนลอย” ฉะนั้นเราก็ควรมาสนใจศึกษาธรรมะกันให้มากๆ นะครับ
เอาล่ะครับ วันนี้ก็เบาๆ แต่เพียงเท่านี้ก่อน อย่าลืมมาอ่านกันต่อสัปดาห์หน้านะครับ
(จะมาตัดแปะคำลงท้ายแบบนี้ไม่ได้นะเว้ย 555)
เรื่องแนะนำ :
– ฟุโดจิชินเมียวโรคุ ฉบับสำนักพระราชวัง (4) พระอวโลกิเตศวรพันกร
– ฟุโดจิชินเมียวโรคุ ฉบับสำนักพระราชวัง (3) ปัญญาที่ไม่หวั่นไหว
– ฟุโดจิชินเมียวโรคุ ฉบับสำนักพระราชวัง (2) เอาคมหอกย้อนกลับมาแทงคน
– ฟุโดจิชินเมียวโรคุ ฉบับสำนักพระราชวัง (1) ดั่งหินเหล็กไฟดั่งสายฟ้าแลบ
– ฟุโดจิชินเมียวโรคุ ฉบับสำนักพระราชวัง (0) ปูมหลังของหนังสือเล่มนี้
#ฟุโดจิชินเมียวโรคุ ฉบับสำนักพระราชวัง (5) ไร้จิตไร้นึกคิด


