คั่นรายการ โดย Lordofwar Nick
คำว่า “คาคุโงะ”(覚悟)นั้นไซร้ ไม่ใช่แค่ “เตรียมใจ” แต่ต้อง “ตื่นรู้” เสียก่อน
สวัสดีครับท่านผู้อ่าน จากที่ผมได้มีโอกาสแบบ ครึ้มอกครึ้มใจ ได้ดู OVA เรื่อง “ทายาทอสูรสงคราม” (Apocalypse Zero ชื่อญี่ปุ่น คาคุโงะ โนะ สุสุเมะ 覚悟のススメ) ในยูทูป แล้วก็ไปหาอ่านมังงะเวอร์ชั่น Eng. ตามในเวบของฝรั่ง ซึ่งจะว่าไงดี อนิเมะก็สนุกนะครับ แต่อ่านมังงะแล้ว มันได้อารมณ์มากกว่า อ้าวแล้วมันเกี่ยวกับหัวเรื่องวันนี้ยังไงวะ 555
ก็พระเอกเรื่องนี้ ดันชื่อ ฮางาคุเระ คาคุโงะ (葉隠覚悟) เองนี่หว่า 5555
คือว่า แบบ การ์ตูนเรื่องนี้ พระเอกแม่มโคคร “โอโตโกะดาเตะ” มากๆ คือยึดคุณธรรมชายชาตรีตามขนบญี่ปุ่นแบบสุดๆ โดยเฉพาะคำพูดที่ว่า จะต้องปกป้อง “ผู้คนที่ไร้เขี้ยวเล็บ” (คิบะนาคิฮิโตะ 牙無き人) ไม่ต้องอะไรมาก เปิดมาบทแรกก็ แบบนี้เลยครับ

ยัง ยังไม่พอ ฉากเปิดตัวตอนใส่ชุดเกราะครั้งแรกเปิดพลังแบบ FULL POWER ออกมานี่ คาคุโงะ คันเรียว (覚悟完了)”เตรียมใจเรียบร้อย” เลยทีเดียว…

ครับ เรื่องเบียวการ์ตูน พอแค่นี้ก่อน มาพูดเรื่องความหมายของคำว่า “คาคุโงะ” กันดีกว่า
ในการ์ตูนญี่ปุ่นเราอาจจะเห็นหลายเรื่องที่ชอบใช้คำว่า “คาคุโงะ” ในบริบทของการท้าให้มาสู้มาเสี่ยง (ชีวิต) กัน อย่างเช่น “คาคุโงะชินาไซ” (覚悟しなさい) “จงเตรียมใจซะ” ซึ่งบางทีก็แฝงความหมายว่า “ปลงเสียเถิด แกตายแน่ เตรียมใจไว้ (ทำใจไว้เลย)” หรือสำนวนว่า “คาคุโงะ โนะ อุเอะ” (覚悟の上)”เตรียมใจไว้ก่อนแล้ว” เช่นแบบจะไปทำภารกิจที่รู้ว่างานนี้ ไปแล้วไปลับ ไม่ได้กลับมาแน่นอน ก็รู้แหละ แตก็ไป อะไรแบบนี้
แต่จริงๆ แล้ว เขาว่าคำนี้เป็นคำยืมแปลจากพุทธศาสนาครับ
คาคุ (覚) นั้น คือ “ตื่น” (ซาเมรุ 覚める)
โงะ (悟) นั้น คือ “รู้” (รู้แจ้งเห็นจริง) (ซาโตรุ 悟る)
แปลแบบตรงตัวอักษร “คาคุโงะ” ก็ต้องแปลว่า “ตื่นรู้” (ดังคำว่า ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน)
ยังมีคนกล่าวว่า คำว่า “คาคุโงะ” นั้น ที่จริงเป็นคำยืมแปล ของคำสันสกฤตว่า Jāgara (जागर) ซึ่งถ้าถอดอักษรเทวนาครี เป็นบาลีสะกดตัวอักษรไทย ก็จะได้คำว่า ชาคร (ชา-คะ-ระ) รากคำนี้ปรากฎชื่ออย่างใน“ชาครชาดก” ดังว่า
ชาครชาดก
พระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๙ [ฉบับมหาจุฬาฯ]
ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑
๔. ชาครชาดก (จากพระไตรปิฎก ลำดับเรื่องที่ ๔๑๔) ว่าด้วยผู้หลับและตื่น
(รุกขเทวดาถามพระโพธิสัตว์ว่า)
[๑๓๕] ในโลกนี้ เมื่อเขาตื่น ใครหลับ เมื่อเขาหลับ ใครตื่น
ใครจะเข้าใจปัญหานี้ของเราหนอ ใครจะตอบปัญหานี้แก่เราได้
(พระโพธิสัตว์ตอบว่า)ข้าพเจ้า [๑๓๖] เมื่อพวกเขาตื่นอยู่ ข้าพเจ้าหลับ เมื่อพวกเขาหลับ ข้าพเจ้าตื่นอยู่ เข้าใจปัญหานี้ ข้าพเจ้าขอตอบท่าน
(รุกขเทวดาถามว่า)
[๑๓๗] เมื่อพวกเขาตื่น ท่านหลับอย่างไร เมื่อพวกเขาหลับ
ท่านตื่นอย่างไร ท่านเข้าใจปัญหานี้อย่างไร ท่านตอบข้าพเจ้าได้อย่างไร
(พระโพธิสัตว์ตอบว่า)
[๑๓๘] คนเหล่าใดไม่รู้จักธรรมว่า นี้เป็นสัญญมะ และว่านี้เป็นทมะ
เมื่อคนเหล่านั้นหลับอยู่ ข้าพเจ้าก็ตื่นอยู่น่ะซิเทวดา
[๑๓๙] ชนเหล่าใดคลายราคะ โทสะ และอวิชชาได้แล้ว
เมื่อชนเหล่านั้นตื่นอยู่ ข้าพเจ้าก็หลับนะซิเทวดา
[๑๔๐] เมื่อท่านเหล่านั้นตื่นอยู่อย่างนี้ ข้าพเจ้าก็หลับ เมื่อท่านเหล่านั้นหลับแล้วอย่างนี้ ข้าพเจ้าก็ตื่น ข้าพเจ้าเข้าใจปัญหานี้อย่างนี้ จึงตอบท่านอย่างนี้
(รุกขเทวดากล่าวสดุดีพระโพธิสัตว์ว่า)
[๑๔๑] ถูกแล้ว เมื่อเขาตื่นท่านหลับ เมื่อเขาหลับท่านตื่น ท่านเข้าใจปัญหานี้ถูกต้องแล้ว จึงตอบเราได้ถูกต้อง
ชาครชาดกที่ ๙ จบ
สัญญมะ คือ การบังคับควบคุม ยับยั้งมิให้การกระทำกับคำพูดของตน ไปเบียดเบียนทำร้ายผู้อื่น
ทมะ คือ การข่มใจตัวเอง ให้ใฝ่เรียนใฝ่รู้ ทำตัวเองให้ เก่งขึ้น ดีขึ้น รู้ทันต่อสิ่งต่างๆ ไปทุกวัน
คนที่จิตยังข้องอยู่ในกิเลส จิตไม่ตระหนัก ไม่รู้ถึงสัจธรรมของโลก สัจธรรมของชีวิต (ซึ่งที่สุดอัลติเมทแล้วคือ ไตรลักษณ์ ได้แก่ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา) คนหมู่นี้ เรียกว่ายังหลับ ยังไม่ได้ “ตื่น”
อยากจะเป็นผู้ “ตื่น” ต้องทำไง?
ก็ต้องฝึกหัดสองอย่าง หนึ่งคือ หัดบังคับยับยั้ง (สัญญมะ) สองคือ หัดข่มใจตนเอง ให้ใฝ่เรียนรู้ ฝึกฝนตนเองทุกวัน ของแบบนี้ไม่ใช่จู่ๆ พูดลอยๆ แล้วจะทำได้ มันต้องฝึกต้องหัด
และอะไรที่จะเป็นเวทีที่จะฝึก สัญญมะ และ ทมะ ได้แบบ จับต้องได้เป็นรูปธรรมเท่ากับการฝึกวิชาต่อสู้นั้นเป็นไม่มี โดยเฉพาะ ทมะ นี่แหละสำคัญนักแล หากไม่มีสิ่งนี้ ยากที่จะฝึกไปให้ตลอดได้ ดังคำที่เขาพูดต่อไปนี้

นี่แหละคือ “ทมะ” ล่ะ (ที่มา Facebook)
ด้วยเหตุผลที่ผมยกมานี้ จึงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ ที่จะเอาคำว่า “คาคุโงะ” มาใช้ในบริบทของการต่อสู้
และที่พระเอกของเรื่อง “ทายาทอสูรสงคราม” ต้องพูดว่า “เตรียมใจเรียบร้อย” แล้วนั้น มันก็มาจากการ “ตื่นรู้” การรู้เท่าทันความเป็นจริงบางอย่าง
ในการต่อสู้ เราไม่รู้หรอก ว่าสุดท้าย ผลจะเป็นไง เราจะชนะ (รอด) ก็ได้ หรือจะแพ้ (ตาย) ก็ได้ มันเป็นไปได้หมด แต่เราก็ ยอมรับมัน ไม่ปฏิเสธมัน ไม่ต้องไปดูที่ไหนไกลผมนี่แหละ sparring แต่ละยก แต่ละวัน ไม่รู้หรอก ในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า จะเป็นไง ยิมผมบางทีก็เจอขาจร drop-in มา ก็ต้อง “เตรียมใจ” บนความ “ตื่นรู้” นี่ แล้วก็ได้แต่เล่นไปจนหมดเวลา เท่านั้นเอง คิดมากไปปวดหัว กลัวมากไปก็ไม่ได้ทำให้อะไรมันเปลี่ยนแปลงไปได้ ถึงเวลาก็ต้องลุยไปตามเรื่องตามราว หาทางชนะ หาทางรอดกันไป ทำไม่ได้ก็ตาย (โดนซับมิชชั่น) เท่านั้นเอง ตายแล้วเกิด เกิดแล้วตาย วนไปแบบนี้ทุกวันนี่แหละ ชีวิตบนเบาะ เราก็เอาตรงนี้มาจับ มาพิจารณาธรรมเอา
ชีวิตคนเราทุกวันนี้ หาความแน่นอนวางใจได้ไม่ได้ หน้าร้อนเจอฝุ่นพิษ หน้าฝนบางทีก็เจอพายุ วุ่นวายกับกิจการงาน เราอยู่ตอนเช้า เราไม่รู้หรอก เย็นนี้ จะได้ไปซ้อมไหม เพราะฉะนั้น ผมก็เลย สะดุดใจ กับคำนี้

นี่แหละชีวิต (ที่มา Facebook)
ก็ประมาณนี้แหละครับ ถ้าเราเอาคำมาวิจัยให้ดีๆ เราอาจจะเจอกับ ธรรมะ ที่แฝงอยู่ในนั้น ก็เอาธรรมะนั้น มาเป็นเครื่องเตือนใจ ในการใช้ชีวิต นะครับ
สุดท้ายนี้จะบอกว่า คำว่า ชาคร เป็นรากคำที่แทบไม่เห็นที่ใช้โดดๆ มักจะใช้ในรูปผันแล้ว เช่น ชาคริต (แปลว่า ตื่นอยู่ ระวัง) ดังนั้น ถ้าฮางาคุเระ คาคุโงะ ในเรื่อง “ทายาทอสูรสงคราม” จะมีชื่อไทยละก็ เขาควรชื่อ “ชาคริต” ครับ

วันนี้ก็เอาแค่นี้ก่อนดีกว่า พบกันใหม่สัปดาห์หน้านะงับๆๆ
เรื่องแนะนำ :
– ตามหาวิชาดาบอิไอ (9) “โอเอะ มาซาจิ” ปรมาจารย์ดาบอิไอแห่งยุคเมจิ
– ตามหาวิชาดาบอิไอ (8) ตำนานปฐมาจารย์ดาบอิไอ “ฮายาชิซากิ จินสุเกะ ชิเงะโนบุ”
– ตามหาวิชาดาบอิไอ (7) “ยาวาระสำนักนัตสึบาระ” วิชายูยิตสูของดาบอิไอที่หายสาบสูญ!!
– ตามหาวิชาดาบอิไอ (6) “ไดนิปปอนบัตโตโฮ” วิชาดาบอิไอสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2!!
– ตามหาวิชาดาบอิไอ (5) ประวัติและพัฒนาการของวิชาดาบอิไอสำนัก “มุโซจิกิเด็นเอชินริว”
#คำว่า “คาคุโงะ”(覚悟)นั้นไซร้ ไม่ใช่แค่ “เตรียมใจ” แต่ต้อง “ตื่นรู้” เสียก่อน


