วิชายุทธ วิถีเซน by Lordofwar Nick
ฟุโดจิชินเมียวโรคุ ฉบับสำนักพระราชวัง (15) จิตที่ไร้จิต
ครับผม เราก็มาอ่านต่อกันนะครับ (เลิกก๊อปปี้แล้วแปะซะทีเถอะ 555)
ข้อความต้นฉบับ
一 有心の心、無心の心といふ有り。有心の心といふは妄心と同事也。有心と云は何事にても一方へ思ひつむる 所あり。是を有心と云なり。又無心の心と云は本心の事也。一所にかたまり定る事なく、分別も思案 も何もなき時は、心は總身に舒廣りて、全体に行渉りたる心を無心の心といふ也。
๑ มีที่เรียกว่า จิตที่มีจิต จิตที่ไร้จิต ที่เรียกว่าจิตที่มีจิต เป็นสิ่งเดียวกับจิตหลงผิด ที่เรียกว่ามีจิตนั้น คือไม่ว่าเรื่องใดก็หลับหูหลับตาคิดไปในทางเดียว นี้เรียกว่า มีจิต อนึ่ง ที่เรียกว่าไร้จิตนั้น ก็คือจิตเดิม ไม่มีการแข็งตัวในที่หนึ่ง ไม่มีแบ่งแยก ไม่มีนึกคิด ไม่มีอะไรทั้งนั้นเลย จิตนั้น แผ่กว้างไปตลอดทั้งตัว จิตที่ข้ามผ่านไปทั่วทั้งกาย เรียกว่า จิตที่ไร้จิต
無心といふて石か木かのごとくなをいふにてなし。心に留る事のなきを無心無念と云也。常に水のたた(湛)へたる様にして、此身に有て、用の向ふ時は出て用を叶る也。 たとへば車の軸のかたまらぬによりてめぐるなり。 心も内に何事ぞ思ふ事あれば、人の云事も聞ながら聞不ㇾ覚。思ふ事に留る故なり。
แม้จะเรียกว่า ไร้จิต แต่ก็ไม่ได้กล่าวว่าเป็นอย่างหินหรือไม้ การไม่มีการค้างที่จิต เรียกว่า ไร้จิตไร้นึกคิด ทำให้เป็นอย่างน้ำที่เต็มอยู่เป็นนิตย์ มีในกายนี้ ยามที่มุ่งหวังประโยชน์ ก็ออกมาใช้ประโยชน์ได้ดังหวัง ดังเช่น เพลาของรถนั้นไม่ติดไม่แข็งจึงหมุนได้ จิตนั้นก็เช่นกัน หากข้างในมีคิดสิ่งใด ถึงฟังคนพูดก็ฟังไม่รู้จำ เหตุเพราะค้างอยู่ในการคิด
是心は物の有故なり。又此の心に有物をさらんさらんと思はざれ。思ねばひとりでに去ておのづから無心に成也。常に心掛る程、後は無心の位へ行也。
นี้เป็นเพราะจิตยังมีสิ่ง ทั้งในจิตนี้ยังคิดหมกมุ่นแต่ว่า มีสิ่ง หากไม่คิด จากไปคนเดียว จะกลายเป็นไร้จิตไปเอง จำใส่ใจไว้เป็นนิตย์ ภายหลังจึงไปสู่แห่งที่ของไร้จิต
古歌、思はじと思ふも物を思ふ也
思はじとだに思わじや君
เพลงโบราณว่า แม้จะคิดว่า จะไม่คิด กลายเป็นว่าคิด
ก็อย่าไปคิดว่าจะไม่คิดเลย
การตีความและอภิปราย
เรามาจนใกล้จะถึงจุดสุดท้ายของ “ฟุโดจิ” แล้วนะครับ
จิตที่ไร้จิต (มุชิน โนะ ชิน 無心の心) สำหรับผม ถึอเป็นขั้นกว่าของ “ไร้การตั้งท่า” (構は有りて構は無き คามาเอะ วะ อาริเตะ คามาเอะ วะ นาคิ) ใน คัมภีร์ห้าห่วง นะครับ
เพราะความใจคัมภีร์ห้าห่วงตรงนี้ ยังเป็นขั้นของคัมภีร์แห่งอาโป (น้ำ) มันคือเรื่องของกระบวนท่า เรื่องของสิ่งที่เห็นได้จากภายนอก
แต่ “จิตที่ไร้จิต” นั้น เป็นเรื่องในระดับจิตใจ จิตใจที่ไม่มีอะไรขุ่นข้องหมองมัว จิตที่ปล่อย (วาง) ได้ จะนำไปสู่ “จิตที่ไร้จิต” ได้เอง เมื่อถึง “จิตที่ไร้จิต” การที่ “มีการตั้งท่า จึงไร้การตั้งท่า” มันก็จะออกมาเอง ถึงจุดหนึ่ง มันก็จะ “ตีของมันเอง โดนของมันเอง”
ซึ่งการจะไปสู่ “จิตที่ไร้จิต” ได้นั้น ในตอนที่แล้วก็ได้ให้คำสำคัญไปแล้วว่า จิตใจที่ไม่มีอะไรขุ่นข้องหมองมัว จิตที่ปล่อย (วาง) ได้
นั่นแหละครับ รู้ตรงนี้แล้วก็เอาไปฝึกไปหัดได้
สิ่งที่ได้ประสบมา
หลังจากที่ผมได้สายม่วง ผมเริ่มมองเห็นและสนุกไปกับการที่ “เล่นอย่างไม่มีกระบวนท่า” คือแต่ก่อนจะคิดว่า “ฉันจะต้องเคลียร์ขาด้วยวิธีนี้ๆๆ แล้วเข้าไป side control” แต่พอหลังจากได้สายม่วง วันแรกเลยที่โรล ผมเปลี่ยนวิะีคิด ไม่คิดอะไรล่วงหน้าเลย โดนเกี่ยวขา half guard ผมก็แค่รู้สึกว่า “ฉันต้องเอาตัวเองออกจากการโดนเกี่ยวขา” แล้วไถไปไถมาไถมาไถไป ปรากฎว่า mount เฉย!
การที่ไม่ต้องไปคิดหรือกะเกณฑ์อะไรให้จำเพาะเจาะจงเกินไปนัก มันกลับทำให้ผมรู้สึก “มีอิสระ” และ “สนุก” กับการโรลมากขึ้น สนุกตรงที่จะได้เห็นสิ่งที่ตัวเองไม่ได้คิดมาก่อน ว่ามันจะเป็นอะไรยังไง และก็สามารถเพ่งสมาธิจิตใจไปที่ร่างกายของตนและสิ่งที่เข้ามากระทบในชั่วขณะนั้นๆ ได้ดีขึ้น
ส่วนถ้าใครอยากจะฝึก “แผ่จิตให้ไปทั่วทั้งกาย” ตามความหมาย “ตรงตามตัวอักษร” จริงๆ ล่ะก็ ลองฝึกการหายใจด้วยการยืนไหมครับ?
ยืนเท้าขนานประมาณไหล่ หย่อนเข้าหน่อยอย่าตึง ร่างท่อนบนทำให้โปร่งๆ ว่างๆ ท่อนล่างยืนให้มั่น จัดคอ หน้าอก ให้ดี กำหนดลมหายใจเข้าออก เบาๆ ก็สัก 36 ที คอยดูอาการต่างๆ ในกายด้วย
โค้ชผมเขาสอนผมแบบนี้ ในช่วงที่กำลังจะขึ้นสายม่วง
ลองดูนะครับ
สัปดาห์หน้าตอนสุดท้ายแล้ว อย่าลืมติดตามกันด้วยนะครับ
เรื่องแนะนำ :
– ฟุโดจิชินเมียวโรคุ ฉบับสำนักพระราชวัง (14) ไม่ถอยกลับ
– ฟุโดจิชินเมียวโรคุ ฉบับสำนักพระราชวัง (13) ลูกแก้วที่ขัดดีแล้ว
– ฟุโดจิชินเมียวโรคุ ฉบับสำนักพระราชวัง (12) วิตกวิจาร
– ฟุโดจิชินเมียวโรคุ ฉบับสำนักพระราชวัง (11) คำว่าสำรวม
– ฟุโดจิชินเมียวโรคุ ฉบับสำนักพระราชวัง (10) ตีน้ำเต้าน้อยบนน้ำ
#ฟุโดจิชินเมียวโรคุ ฉบับสำนักพระราชวัง (15) จิตที่ไร้จิต


