คั่นรายการโดย Lordofwar Nick
เมื่อผมเดินอยู่ในวิถีนักรบ จนได้มาพบกับ “ทิพยอำนาจ” (6) ประตูสวรรค์เปิดแล้ว
เอาล่ะครับ มาลุยกันต่อดีกว่าครับ
ใน “ทิพยอำนาจ” ได้กล่าวถึง “ศีล” ซึ่งในที่นี้หมายถึง ความเป็น “ปกติ” ของจิต ในการที่จะอ่านตรงนี้ ขอให้ท่านผู้อ่านลืมนึกถึงเรื่องของ “ศีล” ที่หมายถึงข้อห้ามต่างๆ นานา ที่มุ่งห้ามพฤติกรรมภายนอกในทางกายภาพ (จำพวก ปาณาห้ามฆ่าสัตว์ ถ้ายุงกัดเราต้องตบ ไม่ใช่ละ 555) ไปนะครับ ขอให้มามุ่งที่เรื่องของจิตเลยทีเดียว :ซึ่งท่านผู้เขียนได้กล่าวไว้ตังนี้ครับ
ท่านที่ได้อ่านบทที่ ๑-๒ มาแล้ว ย่อมทราบว่าภูมิจิตของผู้ได้ฌานสูงยิ่งเพียงไร และห่างไกลจากลักษณะจิตใจของมนุษย์สามัญปานฟ้ากับดิน การที่จะก้าวพรวดพราดจากลักษณะจิตใจของคนสามัญขึ้นไปสู่ลักษณะจิตใจของผู้ได้ฌานนั้น ไม่มีทางจะสำเร็จได้ จำจะต้องปรับปรุงลักษณะจิตใจจากความเป็นมนุษย์ผู้ไร้ศีลขึ้นไปสู่ความเป็นผู้มีศีลเสียก่อน เพราะท่านว่า ศีลเป็นที่ตั้งของสมาธิและฌาน ผู้มีศีลสมบูรณ์ดีจึงจะมีสมาธิและฌานได้ ศีลนั้นเมื่อว่าโดยต้นเค้าได้แก่ความเป็นปกติของจิต คือเป็นจิตที่ปราศจากความคิดร้าย ความคิดเบียดเบียน ความคุมแค้นคิดหาช่องทางทำร้ายคนที่ตนเกลียด เป็นจิตที่ปราศจากความคิดโลภเพ่งเล็งหาช่องย่องเบาเอาทรัพย์สินของผู้อื่น และล่วงกรรมสิทธิ์ในสิ่งที่เขาหวงแหน และเป็นจิตที่ปราศจากความเห็นผิดไปจากคลองของมนุษยธรรม มีความเห็นชอบอย่างมนุษย์ที่ดีเขาเห็นกันอยู่ คือเห็นว่าทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว โลกนี้มี โลกอื่นมี บิดามารดาผู้ให้กำเนิดมี ผู้เกิดผุดขึ้นเอง (เช่น เทวดา) มี ฯลฯ
การรักษาปกติภาพของจิต เป็นการรักษาต้นศีล ส่วนการรักษาศีลตามสิกขาบทที่ทรงบัญญัติไว้นั้น เป็นการรักษาปลายศีล เพราะต้นเหตุของความดี-ความชั่วอยู่ที่จิต ถ้าจิตชั่วคือมีกิเลสและทุจริตแล้ว ย่อมบังคับกายวาจาทำชั่ว ถ้าจิตดีคือเป็นปกติ กิเลสและทุจริตไม่ครองอำนาจเหนือจิต จิตย่อมไม่บังคับกายวาจาให้ทำชั่ว การรักษาจิตจึงเป็นการรักษาต้นเหตุ การรักษากายวาจาเป็นการรักษาปลายเหตุ แต่ก็เป็นความจำเป็นอยู่เหมือนกัน ที่จะต้องรักษาตามสิกขาบทพุทธบัญญัติ เพื่อปิดกั้นอกุศลบาปธรรม มิให้มันหลั่งไหลออกไปทางกายวาจา และป้องกันอกุศลบาปธรรม มิให้มันได้ช่องเข้ามาครอบงำย่ำยีจิตใจ หากแต่ว่าการรักษาศีลตามข้อห้ามนั้นไกลต่อความเป็นสมาธิ ไม่พอจะเป็นบาทฐานของสมาธิและฌานได้ ต้องรักษาศีลที่จิตใจ คือรักษาความเป็นปกติของจิตใจให้มั่นคงแข็งแรง เมื่อจิตใจดำรงอยู่ในความเป็นปกตินานๆ เข้า ก็ย่อมมีลักษณะผ่องแผ้ว ชื่นบาน เยือกเย็นและมั่นคง ควรแก่ความเป็นพื้นฐานที่ตั้งของสมาธิต่อไป
บางศาสนา มุ่งแต่จะบังคับให้คนเป็นคนดี “โดยเปลือกนอก” คือการกระทำการกายภาพเป็นหลัก จึงได้มีแต่ “ข้อห้าม” “ข้อบังคับ” นั่นนี่มากมาย ห้ามผู้หญิงแต่งตัวเปิดเผยเพราะจะทำให้ผู้ชายเกิดความหื่น? น่าขำว่า ทำไมไม่สอนผู้ชายให้หัดอบรมจิตตัวเอง ว่าอย่าไปคิดอกุศล? ถ้ามัวติดแต่เรื่องการทำตามกฎแต่เปลือกนอก แต่ขาดการอบรมจิตใจให้ไม่คิดเบียดเบียนทำร้ายผู้อื่น มันก็มีแต่ความขืน ความฝืน ในจิตตัวเอง ดีไม่ดี ไอ้ความขืน ความฝืน เพราะจิตยังอยากจะทำชั่ว แต่ติดว่าไม่กล้าแหกกฎ มันก็จะนำไปสู่ความวิปริตต่างๆ นานา เช่นการเป็นคนเจ้าถ้อยหมอความ พยายามพลิกลิ้นพูดผิดให้เป็นถูก หรือการเป็นคนเจ้าเล่ห์เพทุบาย พยายามหาช่องว่าง รูโหว่ ที่จะได้ทำชั่วได้ “แบบไม่ละเมิดข้อบังคับ” ดีไม่ดี ถึงจุดหนึ่ง อาจเปลี่ยนแปลง เขียนกฎขึ้นมาใหม่ ให้สนองความอยากของตัวเองยังได้เลย กลายเป็นบอกว่าความชั่วคือความดีเลยก็มี
ดังนั้น เราควรจะเลิกไปมองเรื่องของการบังคับให้คนทำดี “แต่เปลือกนอก” แต่มาสนใจการอบรมให้จิตของคนนั้น เป็นจิตที่ดี “เป็นปกติ” ดีกว่า
พูดเรื่อง ถ้าจิตชั่วคือมีกิเลสและทุจริตแล้ว ย่อมบังคับกายวาจาทำชั่ว นิทานเซนเรื่องนี้ต้องมาแล้วครับ (คลาสสิก สุดๆ)
อยู่มาวันหนึ่ง มีนักรบซามูไร (บูชิ 武士) มาหาท่านอาจารย์ฮากุอิน (白隠禅師) มาถามว่า “นรกมีจริงไหม พุทธะคืออะไร”
ท่านอาจารย์ก็ด่าให้ว่า “ซามูไรอะไรกั๊น มามัวยึดติดกับเรื่องหลังความตาย น่าสมเพชว่ะ”
ซามูไรได้ยินก็เดือดดาล ชักดาบบอกว่า “ไอ้คนไร้มรรยาท กูจะฟันซะเลยนิ” กรากจะเข้าไปฟัน
ท่านอาจารย์พูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ว่า “ประตูนรกเปิดแล้ว” (ตอนนี้แหละ นรกอยู่ในใจเจ้าแล้ว)
ซามูไรได้ยินอย่างนั้นก็ว่า “อย่างนั้นหรือ ข้าเสียมารยาทไป ต้องขออภัยด้วย” แล้วก็ก้มหัวให้ ท่านอาจารย์ฮากุอินเห็นเช่นนั้นก็กล่าวว่า
“ประตูสวรรค์เปิดแล้ว” (ตอนนี้แหละ สวรรค์อยู่ในใจเจ้าแล้ว)
จบ
หมายเหตุ สำนวนนี้ผมแปลมาจากที่ไปเห็นฉบับญี่ปุ่นเขาเขียนไว้ใน นี้ แต่ยังพยายามรักษาสำนวนให้เข้ากับสำนวนไทยที่แพร่หลายมาอยู่ก่อนแล้ว เพื่ออรรถรสในการอ่านนะครับ
ถ้าคำสอนของมูซาชิในคัมภีร์ห้าห่วง สอนว่า “ทำกายแห่งพิชัยสงครามให้เป็นกายปกติ ทำกายปกติให้เป็นกายแห่งพิชัยสงคราม” ล่ะก็
ในเรื่องของการฝึกจิต ผมก็อยากจะบอกว่า “ทำจิตแห่งฌานให้เป็นจิตปกติ ทำจิตปกติให้เป็นจิตแห่งฌาน” เพราะ “เมื่อจิตใจดำรงอยู่ในความเป็นปกตินานๆ เข้า ก็ย่อมมีลักษณะผ่องแผ้ว ชื่นบาน เยือกเย็นและมั่นคง ควรแก่ความเป็นพื้นฐานที่ตั้งของสมาธิต่อไป”
ก่อนจากกันวันนี้ ขอฝากผลงานหนังสั้นเอไอ “ไอ้มดขาว เทอร์ไมต์” หน่อยครับ เดือนนี้คลอดออกมาสองตอน Ep.6, Ep.7 ติดกันเลย (เนื้อเรื่องมันต่อเนื่องกัน)
ไอ้มดขาว เทอร์ไมต์ Rider Termite Ep.6 ท่ามกลางวิกฤต ฮีโร่ปรากฏ
สำหรับท่านที่อยากจะดูตั้งแต่ตอนแรกเลย มีเพลย์ลิสต์นะครับ
วันนี้ก็ขอแบบเบาๆ เพียงเท่านี้ก่อนนะครับ พบกันใหม่สัปดาห์หน้าครับสวัสดีครับ
เรื่องแนะนำ :
– เมื่อผมเดินอยู่ในวิถีนักรบ จนได้มาพบกับ “ทิพยอำนาจ” (5) “เฮียคุเร็นจิโตกุ” (百錬自得)
– เมื่อผมเดินอยู่ในวิถีนักรบ จนได้มาพบกับ “ทิพยอำนาจ” (4) ยืน เดิน นั่ง นอน
– Last Samurai Standing: ผมว่าผมเห็น “ส่วนเสี้ยวหนึ่ง” ของ “ตัวผมเอง” ในพระเอกของเรื่องนี้นะ
– เมื่อผมเดินอยู่ในวิถีนักรบ จนได้มาพบกับ “ทิพยอำนาจ” (3) คุณวางร่มไว้ตรงไหน?
– เมื่อผมเดินอยู่ในวิถีนักรบ จนได้มาพบกับ “ทิพยอำนาจ” (2) สู้ดิวะ กัมบัตเต๊ะ (頑張って) !
เมื่อผมเดินอยู่ในวิถีนักรบ จนได้มาพบกับ “ทิพยอำนาจ” (6) ประตูสวรรค์เปิดแล้ว



