คั่นรายการโดย Lordofwar Nick
“มีปัญหา ปรึกษา Chat GPT สิ” (7) เจ็บเพราะเชื่อใจคน ดีกว่าเจ็บเพราะไม่เชื่อใจคน
สวัสดีครับท่านผู้อ่าน
นานมาแล้วผมเคยอ่านการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องอะไรสักอย่าง จำชื่อไม่ได้ แต่มันมีประโยคหนึ่งที่ว่า “เจ็บเพราะเชื่อใจคน ดีกว่าเจ็บเพราะไม่เชื่อใจคน”
มันหมายความว่ายังไง?
เหลียวมาดูทุกวันนี้ ทุกที่ในโลก มีคนประสบปัญหาชีวิต สุขภาพจิต จากการใช้โซเซียล ที่ญี่ปุ่น ถึงกับมีเทรนด์การไล่ “อันเฟรนด์” เพื่อนในโลกออนไลน์กันหมด
ในอีกด้าน ญี่ปุ่นก็มีปัญหาเรื่อง Cyberbullying อยู่เยอะและคงจะแรง เพราะปกติรังแก (อิจิเมะ) กันในโลกสามมิติกันอย่างรุนแรงมานานแล้ว แค่ขยายวงไปสู่โลกโซเชียลมันจะเป็นไรไป ส่วนเมืองไทย มันก็คงจะมีแหละครับ แต่ภาพของการเสพดราม่า ตั้งป้อมถล่มคนที่เห็นต่างทางการเมืองสาดคำจำพวก “สลิ่ม” “ควายแดง” “สามกีบ” “ส้มเน่า” นี่ ดูจะชัดเจนกว่า พูดอีกอย่างก็คือ คนไทยไม่ค่อยมาบูลลี่ “รายบุคคล” กันนักหรอก เพราะ “เล่นกีฬาสี” โจมตีกันแบบ “สงครามชนเผ่า” มันสนุกกว่า มีพวกเยอะดี ครึกครึ้น ชอบ มีกองเชียร์แล้วก็ต้องมี “กองแช่ง” มาประจันกัน
ไม่ว่าจะยังไง โลกโซเซียลกลายเป็นเครื่องบ่มเพาะความทุกข์และปัญหาทางจิตให้กับคนในยุคนี้
เกี่ยวกับเรื่องนี้ Chat GPT ได้ตอบผมมาดังนี้
สวัสดีครับคุณพีระดนย์ คำถามนี้ดีมากและเป็นประเด็นสำคัญมากในยุคนี้เลยครับ เพราะหลายคนที่มีประสบการณ์ชีวิตผ่านความทุกข์หนักมาก่อน มักจะรู้สึกสงสัยว่า “แล้วทำไมรุ่นใหม่ที่ดูเหมือนจะมีพร้อมกว่าหลายด้าน กลับเจอวิกฤตทางจิตใจง่ายจัง?” คำตอบมีหลายชั้นครับ ผมขอสรุปโดยแยกเป็นประเด็น และปิดท้ายด้วยแนวทางเผื่อจะใช้กับเด็กเจนอัลฟ่าในอนาคตนะครับ
📌 ทำไมเด็กรุ่นใหม่ (Gen Z) ถึงมีภาวะซึมเศร้า-แพนิคมากขึ้น?
1. สังคมที่เร่งรีบ และเปรียบเทียบกันตลอดเวลา
○ เด็ก Gen Z โตมากับโลกที่มี social media ตลอด 24 ชม. ทุกอย่างถูกวัดผ่านยอดไลก์ ความเห็น การเปรียบเทียบกับ “ชีวิตคนอื่นที่ดูดีเสมอ” ทำให้รู้สึกด้อยค่าได้ง่ายมาก โดยเฉพาะถ้าไม่มีฐานใจที่มั่นคง
2. ความไม่แน่นอนของอนาคต
○ เศรษฐกิจ โลกที่เปลี่ยนเร็ว เทคโนโลยีแทนแรงงาน ความกังวลเรื่องภาวะโลกร้อน ฯลฯ ทำให้พวกเขารู้สึกว่า “ฉันจะอยู่ไปเพื่ออะไร?” ซึ่งเป็น existential crisis ที่ลึกซึ้งกว่าวัยของพวกเขามาก
3. ครอบครัวมีเวลาน้อยลง / ขาดโมเดลการรับมือกับทุกข์
○ หลายบ้านพ่อแม่ทำงานหนัก หรือเครียดเกินไป จนไม่สามารถสื่อสารเรื่อง “ความทุกข์อย่างสงบ” ให้ลูกเห็นเป็นตัวอย่าง
○ เด็กจึงไม่มีเครื่องมือในการจัดการอารมณ์ ไม่รู้จักความอดทนอย่างค่อยเป็นค่อยไป
4. ระบบการศึกษาเน้นผลลัพธ์ ไม่ใช่กระบวนการ
○ เด็กถูกฝึกให้เรียนเพื่อคะแนน เพื่อเข้ามหาวิทยาลัย ไม่ใช่เพื่อรู้จักตนเองหรือพัฒนาจิตใจ
○ ไม่มีพื้นที่ให้เรียนรู้การล้มเหลวอย่างมีเกียรติ
5. ฮอร์โมน + พันธุกรรม + สารเคมีในสมอง
○ บางกรณีซึมเศร้า-แพนิคมีปัจจัยทางชีวภาพร่วมด้วย และการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เครียดตลอดเวลาจะไปกระตุ้นให้มันแสดงออกชัดเจนขึ้น
⚔️ เทียบกับ “วิกฤตวัยกลางคน” ของคุณ
คุณพีระดนย์ผ่านมาด้วยการ กลับเข้าสู่แก่นของตัวเอง ทั้ง BJJ ปรัชญาเซ็น ศิลปะการต่อสู้ ฯลฯ
สิ่งที่คุณทำคือ:
- ดึงพลังจาก “รากเหง้า” และ “สิ่งที่ให้ความหมายกับชีวิต”
- สร้างวินัย สร้างสมาธิผ่านร่างกาย
- พัฒนาจิตใจผ่านการรับรู้ความจริง (เซ็น / ฟุโดจิ / การฝึกอย่างมีสติ)
นั่นคือสิ่งที่คนรุ่นใหม่ “ยังไม่เคยได้รับการฝึกฝน” ครับ พวกเขาเหมือนมีโลกให้มอง แต่ไม่มีพื้นดินให้ยืน
🧭 แนวทางเชิงป้องกันสำหรับ “เด็ก Gen Alpha” ที่อาจใช้ได้
1. ฝึกให้รู้จัก “จิตใจของตนเอง” ตั้งแต่เด็ก
○ ผ่านการนั่งสมาธิสั้นๆ ฝึกหายใจ การตั้งคำถามกับตัวเองแบบง่ายๆ เช่น “วันนี้รู้สึกยังไง?” หรือ “ถ้าโกรธ ทำยังไงให้หายเร็วๆ แบบไม่ต้องทำร้ายใคร?”
2. สอนให้รู้ว่า ความทุกข์ = ธรรมดา
○ ไม่ต้องหลีกเลี่ยงความเครียดหรือปัญหา แต่ให้เขารู้จักมัน พูดคุยถึงมันได้เหมือนเรื่องปกติ ไม่ใช่เรื่องต้องอาย
3. ให้ได้สัมผัส “กิจกรรมที่ช้าและลึก”
○ เช่น ศิลปะการต่อสู้ที่ไม่ใช่แค่การแข่ง, งานฝีมือ, การปลูกต้นไม้ ฯลฯ
○ สิ่งพวกนี้ฝึกให้ใจ “อยู่กับสิ่งเดียว” และเข้าใจคุณค่าที่ไม่อยู่ในรูปคะแนนหรือยอดไลก์
4. สร้างความสัมพันธ์ที่ “ปลอดภัย”
○ เป็นพ่อแม่หรือครูที่เด็กสามารถพูดคุยได้ทุกเรื่องโดยไม่ถูกตัดสิน หรือโดนรีบแก้ปัญหาให้
○ เด็กไม่ได้ต้องการคำแนะนำเสมอไป แต่ต้องการคน “ฟังจริงๆ”
5. ฝึก “ความพ่ายแพ้ที่มีเกียรติ”
○ ผ่านกีฬาแบบยืดหยุ่น เช่น BJJ ที่แพ้ = ได้เรียนรู้
○ หรือเกมฝึกคิดแบบหมากล้อม หมากรุก ที่ไม่เน้นเร็ว แต่เน้นลึก
สรุปสั้นๆ
ใช่ครับ สภาพแวดล้อมของ Gen Z มีส่วนอย่างมากที่ทำให้ภาวะซึมเศร้า-แพนิคเกิดง่ายขึ้น แต่สิ่งที่ขาดจริงๆ คือ “ฐานภายใน” ที่มั่นคง ไม่ว่าจะเป็น
- การฝึกสติ
- ความสัมพันธ์ที่มีความเข้าใจ
- กิจกรรมที่ฝึกวินัยและความลึก
สิ่งที่คุณใช้ฟื้นตัวจากวิกฤตวัยกลางคนคือกุญแจสำคัญที่เราน่าจะส่งต่อให้รุ่นใหม่ โดยปรับให้อยู่ในบริบทของพวกเขา
ก่อนอื่นนะครับ…ผมไม่ได้ชื่อ พีระดนย์ นะครับ 555 (ไปเอามาจากไหนฟะ?)
แต่ผมยอมรับนะว่า Chat GPT สรุปสาระที่ผมต้องการจะสื่อ (ซึ่งผมพยายามสื่อมาตลอดในงานเขียนที่ผ่านๆ มา) ได้สั้นและกระชับดีกว่าผมอีก
ทีนี้ ขอย้อนมาที่ประโยคที่ผมพูดตอนต้น “เจ็บเพราะเชื่อใจคน ดีกว่าเจ็บเพราะไม่เชื่อใจคน”
มันคืออะไร?
ผมคิดว่านะ
เราไว้ใจคนผิด หนึ่งครั้ง ก็จบไปหนึ่งคน มันคงไม่แย่ขนาดที่รู้สึกว่า โลกนี้ไว้ใจใครไม่ได้ ในโลกนี้ยังมีคนอีกหลายคน ที่น่าจะดีกับเรามากกว่านี้ เพียงแต่ต้องหาให้เจอ ซึ่งบางทีก็ไม่ได้อยู่ไกลตัวเราเลย (แต่เราอาจมองข้าม)
โอเค ใช่ ดาเตะ มาซามูเนะ เคยกล่าวคำคมไว้ว่า “ศรัทธา (เชื่อถือ) หากมากไป จะกลายเป็นขาดทุน (เจ็บตัว)” (信に過ぐれば損をする) มันก็ใช่ แต่ไม่ได้บอกให้ไม่เชื่อใจคนนะครับ แต่แค่บอกว่า ถ้าเราเอาความเชื่อ (เชื่อถือ เชื่อมั่น) มาบังตา อาจถูกคนหลอกเอาได้ หรือเชื่อมากไปจนไม่ระแวงระวัง จะเจ็บตัวทีหลังต่างหาก
แต่ถ้าเรา ไม่เชื่อใจใครเลย หรือสิ้นศรัทธาต่อทุกสิ่ง รับรองว่าจิตได้ดิ่งลงแน่ และจะหาความสุขทางใจไม่ได้เลยแม้สักชั่วโมงยาม
ฝากไว้ให้คิด นะครับ
อีกนิดนึง ไหนๆ ก็ไหนๆ ละ ช่วงสองสามเดือนมานี้ที่เหตุการณ์บ้านเมืองก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า คนไทย “ส่วนใหญ่” ยังมีความ “รักชาติรักแผ่นดิน” ในส่วนลึกของหัวใจ (แม้ที่ผ่านมาจะถูกพวกฝ่ายซ้ายพยายาม “กดหัว” เอาไว้ ด้วยคำที่ป้ายสีให้ดู “ต่ำ” จำพวก “คลั่งชาติ” หรืออะไรก็เถอะ) เรื่องการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ด้วย “ธงชาติ” นั้น ก็ขอโม้บ้างแล้วกันว่า “ผมทำมานานแล้ว” ผ่านการติดรูปธงชาติบน “กิ” เกือบทุกตัว (ยกเว้นตัวที่ติดตรา GF Team Thailand เพราะมันมีลายธงชาติอยู่ในตราอยู่แล้ว)
ทำไมถึงติด?
การติดแพตช์นั้น มีจุดหมายที่ไม่ใช่แค่ปิดรอยเย็บ (กรณีมันเก่าจนต้องซ่อม) อยู่สองอย่าง ๑ แสดง “สังกัด” ของตน (เช่น ตราของยิมที่สังกัด) ๒ แสดงรสนิยม ความชอบ สัญลักษณ์อะไรติดแล้ว “อารมณ์มันได้” (จะรูปเสือ มังกร หยินหยาง ฯลฯ อะไรก็เถอะ)
ถ้าพูดถึง “สังกัด” ล่ะก็…สำหรับผม ไม่มี “สังกัด” อะไรที่จะ “ยิ่งใหญ่” เท่ากับ “ประเทศชาติ” อีกแล้วครับ
ผมติดธงชาติไทย เพราะอยากบอกให้คนที่แวะเวียนมาลงเบาะที่ยิมได้รู้ว่า “ผมเป็นคนไทย”
เราเคยเสียกรุง (ศรีอยุธยา) สองครั้ง แต่ก็สู้เพื่อ “เอาคืน” ได้ถึงสองครั้ง
สิ่งใดที่เคยต้องเสียไป จงสู้เพื่อเอาคืนมา
ขอฝาก “จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้” ให้กับเด็กไทย Gen Alpha ที่จะโตไปในวันหน้า ด้วยเถิด

เอาละครับ ในตอนต่อไปก็คงจะเป็นตอนสุดท้าย “จบภาค” ไปก่อน เพื่อที่จะเปิดทางให้ได้ลงซีรี่ส์ใหม่ที่เขียนสต๊อกไว้ได้มาลงนะครับ อย่าลืมติดตามด้วยนะครับสวัสดีครับ
เรื่องแนะนำ :
– “มีปัญหา ปรึกษา Chat GPT สิ” (6) คน Gen Alpha ต้องได้ทั้ง “บุ๋น” และ “บู๊” ถึงจะอยู่รอด
– “มีปัญหา ปรึกษา Chat GPT สิ” (5) ยูยิตสูสอนลูก
– “มีปัญหา ปรึกษา Chat GPT สิ” (4) พันธกิจ “พิทักษ์โลก” ของคน Generation X
– “มีปัญหา ปรึกษา Chat GPT สิ” (3) “หนทาง” ที่ควรจะมุ่งหน้าไป
– “มีปัญหา ปรึกษา Chat GPT สิ” (2) เกิดมาอยู่ใต้ “ตาข่ายคลุมฟ้าดิน” (天羅地網)
#“มีปัญหา ปรึกษา Chat GPT สิ” (7) เจ็บเพราะเชื่อใจคน ดีกว่าเจ็บเพราะไม่เชื่อใจคน


