โอซาก้าเมืองเก่าที่ข้าพเจ้าคิดถึง by Lordofwar Nick
เดินเท้าจากสถานีรถไฟฮันคิวมิโน่ ถึงบุโดคังอำเภอมิโน่ ภาพชุดสุดท้ายก่อนจากลา
สวัสดีครับท่านผู้อ่าน ในวันนี้จะขอนำเสนอภาพถ่ายและเรื่องราวประกอบ ว่าด้วยชีวิตการเดินทางไปฝึกดาบอิไอที่บุโดคังอำเภอมิโน่ ก็เป็นเวลาประมาณปีกว่าๆ ที่ผมได้มาอาศัยฝึกเพิ่มเติมกับที่นี่ และอาจารย์ทุกท่านก็ใจดีกับผม บางท่านให้ผมอาศัยนั่งรถกลับด้วยเพราะฝึกเสร็จมันมืดเดินมาเกรงจะไม่ปลอดภัยเพราะบุโดคังที่นี่ก็นับว่าอยู่ในซอยลึก ลึกประมาณไหนก็ดูแผนที่กูเกิลกันนะครับ อันนี้จะจำลองเส้นทางการเดินจากสถานีรถไฟมิโน่ (ซึ่งผมจะลงรถเมล์ตรงวงเวียนแถวนั้น)

อันนี้ไม่แน่ว่าเป็นตรอกแถวสถานีรถไฟหรือเปล่า

ที่จอดรถ

รถไฟที่ญี่ปุ่นนี่ ถ้าสายนอกเมืองก็วิ่งบนดิน เห็นตู้รถไฟสีน้ำตาลแดงนี่ก็ของฮันคิว

มองดูรางรถไฟ

เดินมาตามถนนสายเล็กๆ จะไปหาซอยเข้าไปบุโดคัง

อพาร์ทเมนต์?

ที่จอดรถตามย่านที่อยู่อาศัย

สะพานข้ามแม่น้ำมิโน่

มองไปมีแต่บ้านคน เป็นย่านที่อยู่อาศัยจริงๆ

ที่ทำการไปรษณีย์ มิโน่นิอินะ 箕面新稲


เดินผ่านตึกอพาร์ทเมนต์อะไรต่างๆ ไปซ้ายมือจะเจอกับโรงเรียนมัธยมต้น


อันนี้รู้สึกว่าจะเดินหักเลี้ยวซ้ายเข้าซอยมาแล้วนะครับ


เที่ยวชมบ้านเรือนในซอย


เดินเข้าซอยลึกไปอีก

ซ้ายมือเป็นสนามโรงเรียนประถม

ในที่สุดก็มาถึงหน้าประตูบุโดคัง ขอบอกเลยว่าภาพถ่าย street view google ถ่ายมาไม่ถึงข้างหน้าที่นี่นะครับ นี่คือรูปที่ข้ามกาลเวลามาสิบห้าปีมาให้ท่านผู้อ่านได้ชมกัน

ชัดเจนว่าที่นี่ บุโดคัง 武道間

เข้าประตูแล้ว

ทางเข้าอาคารครับ

ป้ายว่า บุโดคังประจำอำเภอมิโน่ 箕面市立武道館
พูดถึงคำว่า ประจำอำเภอ แล้ว ผมเองก็เคยไปโรงพยาบาลประจำอำเภอเหมือนกันนะครับ เป็นโรคผิวหนังที่หนังหัว หมอบอกว่าเป็น ชิชชิน 湿疹 ก็คือเซ็บเดิร์มนั่นหละ คงจะมาจากวิถีชีวิตที่ไม่เหมาะสมที่เป็นมาตลอด นอนดึก เครียด กินของมันๆ เยอะ กินเหล้ากินเบียร์เยอะ หมอให้แผ่นพับมาด้วย มีแผ่นพับแสดงว่าคนญี่ปุ่นโดยเฉพาะผู้ชายคงเป็นกันมาก หมอก็ออกใบสั่งยาให้ไปซื้อกับร้านขายยาที่ขายยาตามใบสั่งแพทย์เอาเอง (รพ. ที่นั่นไม่มีการจำหน่ายยาใน รพ. อย่างบ้านเรานะครับ) ทุกวันนี้อาการกำเริบน้อยลงเพราะตัดผมสกินเฮด ลดน้ำหนัก และคอยชโลมน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นที่ไรผมและบริเวณหนวดเครา ชีวิตไปเรียนเมืองนอกไม่ใช่จะมีแต่เรื่องดีๆ บางครั้งเราต้องเจอความเจ็บป่วย ได้โรคติดตัวมาอีก นั่นแหละครับ

เดินออกดีกว่า ที่จริงผมได้ร่ำลาอาจารย์ที่โรงฝึกแล้ว หลังจากที่ผมรู้แน่ว่าไม่มีสิทธิ์สอบเลื่อนสายในเดือนสิงหาคม ก็เลยบอกลาอาจารย์ว่า เดือนกันยาผมกลับบ้าน (เมืองไทย) แล้วนะครับ คงจะไม่ได้มาฝึกอีกแล้ว พอสอบวิทยานิพนธ์ผ่านก็เตรียมตัวเคลียร์อะไรต่างๆ ทั้งบอกเลิกสัญญาเช่าห้อง เช่าโทรศัพท์ อินเตอร์เน็ต เตรียมแพ็กกระเป๋ากลับบ้านจริงๆ ละ

ตรอกเล็กๆ ใกล้ๆ บุโดคัง




เดินย้อนทางเดิมกลับมา ถ่ายภาพเก็บไว้ ที่อยู่ของคนในซอยนี้มีทุกระดับ ห้องเช่าเล็กๆ ไม่ต่างกับห้องแถวบ้านเช่าเมืองไทยก็มี

ผมเดินออกมาจากซอย ตั้งจะเดินไปเรื่อยๆ ชมภาพสองข้างทางว่าเลยจากซอยที่ผมเคยเดินเข้าไปบุโดคังทุกสัปดาห์ ตรงที่ผมไม่เคยเดินไปมีอะไรบ้าง









มองไปสองข้างทาง ยิ่งเดินลึกไป เจอแต่นาข้าวกับแปลงผัก


ก็เลยตัดสินใจเดินย้อนกลับทางเดิม (คือทางหลวงจังหวัดสาย 9) อันนี้คือเต็นท์รถมือสอง

ขนาดฝาท่อน้ำเสียยังมีศิลป์ ทำเป็นรูป “น้ำตกมิโน่” สัญลักษณ์ของอำเภอ




เดินชมทิวทัศน์สองข้างทางไป เจอร้านทำผมด้วย ผมไม่เคยทำอะไรมากกว่าตัดผมเลยนะครับเนี่ย


บ้านใครเนี่ย สีสันได้ใจมาก



เดินมาถึงย่านสถานีรถไฟแล้วก็ขอดูไว้เป็นครั้งสุดท้าย ที่คงจะไม่ได้มาตรงนี้อีก


มองสถานีรถไฟลอดรั้วออกไป รู้สึกเหงาอย่างบอกไม่ถูก
รถไฟยังมีสถานีปลายทาง ชีวิตนักเรียนที่ญี่ปุ่นของผมก็กำลังจะถึงปลายทางแล้วเช่นกัน และซีรี่ส์ “โอซาก้าเมืองเก่าที่ข้าพเจ้าคิดถึง” ซึ่งเป็นภาพชีวิตของผมที่มาอยู่เรียนหนังสือที่ญี่ปุ่นตลอดสามปีตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมปี 2003 ถึงปลายเดือนกันยายนปี 2006 ก็กำลังจะถึงตอนจบในสัปดาห์หน้าแล้วนะครับ
เรื่องแนะนำ :
– เกียวโตฉบับเก็บตก เที่ยวปราสาทนิโจ วัดคิโยมิซึ ก่อนโบกมือลาชีวิตมหาลัย
– “มาเอดะ จ้าวสังเวียน” Conde Koma การ์ตูนที่คนเรียน “บราซิลเลียนยูยิตสู” ทุกคนต้องอ่าน!
– ขอไปเที่ยวนาราอีกสักรอบ แวะซื้อนาราซึเกะกิน กับเลยไปเที่ยวศาลเจ้าคาสึงะไทฉะ
– เซนกับบราซิลเลียนยูยิตสู (4) กาย เทคนิค ใจ จากซามูไรถึงยูยิตสู
– ครั้งหนึ่งในชีวิตกับมรดกโลก “ปราสาทฮิเมจิ” เดือนมิถุนายน 2006 รูปเยอะจน บก. ร้องไห้หนักมาก (2) จบจริงๆ แล้วจ้า
– ครั้งหนึ่งในชีวิตกับมรดกโลก “ปราสาทฮิเมจิ” เดือนมิถุนายน 2006 รูปเยอะจน บก. ร้องไห้หนักมาก (1)
#เดินเท้าจากสถานีรถไฟฮันคิวมิโน่ ถึงบุโดคังอำเภอมิโน่ ภาพชุดสุดท้ายก่อนจากลา


