Ashikaga : โชกุนท่ามกลางแผ่นดินแตกแยก ตอนที่ 3 : สองราชสำนัก หนึ่งแผ่นดิน
หลังการล่มสลายของรัฐบาลโชกุนคามาคุระในปี ค.ศ. 1333 ญี่ปุ่นดูราวกับได้ก้าวพ้นจากระบอบการปกครองของนักรบเข้าสู่ยุคใหม่อีกครั้ง จักรพรรดิโกะ-ไดโกะ (後醍醐天皇, Emperor Go-Daigo) เสด็จกลับมามีบทบาททางการเมืองอย่างเปิดเผย และทรงเริ่มการปกครองที่รู้จักกันในชื่อ “การฟื้นฟูเค็มมุ” ด้วยพระประสงค์ที่จะฟื้นอำนาจของราชสำนักให้กลับมาเป็นศูนย์กลางของประเทศ

จักรพรรดิโกะ-ไดโกะ (後醍醐天皇, Emperor Go-Daigo)
อย่างไรก็ตาม ความเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างของสังคมญี่ปุ่นในศตวรรษที่ 14 ทำให้ความพยายามดังกล่าวเผชิญกับข้อจำกัดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตลอดเวลากว่าร้อยปีที่ผ่านมา อำนาจที่แท้จริงได้ย้ายจากราชสำนักไปสู่ชนชั้นซามุไร ระบบการเมือง เศรษฐกิจ และการควบคุมพื้นที่ ล้วนตั้งอยู่บนกำลังของนักรบในหัวเมือง การพยายามฟื้นระเบียบแบบราชสำนักในโลกที่ซามุไรเป็นแกนกลาง จึงเป็นภารกิจที่ยากยิ่ง
ในช่วงแรกของการฟื้นฟูเค็มมุ ซามุไรจำนวนมาก รวมถึง อะชิคางะ ทาคาอุจิ (足利尊氏, Ashikaga Takauji) ยังคงให้การสนับสนุนราชสำนัก ด้วยความคาดหวังว่าจะได้รับการจัดสรรที่ดิน ตำแหน่ง และความมั่นคงตามบทบาทที่ตนมีส่วนในการโค่นล้มรัฐบาลคามาคุระ แต่ในทางปฏิบัติ ราชสำนักกลับยึดถือแนวคิดการปกครองแบบเดิม ให้ความสำคัญกับขุนนางและระบบราชการมากกว่าผลประโยชน์ของชนชั้นนักรบ
ความไม่พอใจจึงค่อย ๆ สะสมขึ้นในหมู่ซามุไร ทาคาอุจิซึ่งอยู่ในตำแหน่งผู้นำทางทหาร เริ่มกลายเป็นศูนย์รวมของกลุ่มซามุไรที่รู้สึกว่าตนไม่ได้รับความเป็นธรรม ความตึงเครียดระหว่างราชสำนักกับฝ่ายนักรบจึงทวีความรุนแรง และในที่สุดก็แตกหักอย่างเปิดเผย
เมื่อความขัดแย้งปะทุขึ้น จักรพรรดิโกะ-ไดโกะทรงพ่ายแพ้และเสด็จออกจากเกียวโต ไปประทับอยู่ที่โยชิโนะ (吉野) ในขณะเดียวกัน ฝ่ายของทาคาอุจิได้สถาปนาจักรพรรดิอีกพระองค์หนึ่งขึ้นประทับ ณ เกียวโต เกิดเป็นสถานการณ์ที่ญี่ปุ่นมีจักรพรรดิพร้อมกันสองพระองค์ ซึ่งต่อมาถูกเรียกว่า “ราชสำนักฝ่ายใต้” และ “ราชสำนักฝ่ายเหนือ”
ยุคนี้เป็นที่รู้จักในประวัติศาสตร์ว่า “ยุคสองราชสำนัก” หรือยุคนัมโบกุโจ (南北朝時代) ความแตกแยกครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงความขัดแย้งทางทหาร หากแต่เป็นการเผชิญหน้ากันในเรื่อง ความชอบธรรมในการปกครองประเทศ ราชสำนักฝ่ายใต้ยืนยันความชอบธรรมจากสายเลือดจักรพรรดิที่สืบต่อกันมา ขณะที่ราชสำนักฝ่ายเหนือมีความได้เปรียบในเชิงการเมืองและการทหาร เนื่องจากได้รับการสนับสนุนจากอะชิคางะ ทาคาอุจิและกลุ่มซามุไร
สำหรับสังคมญี่ปุ่นในเวลานั้น “ความชอบธรรม” มิได้เป็นเรื่องนามธรรม หากแต่มีผลโดยตรงต่อการตัดสินใจของผู้คนในหัวเมือง ซามุไรและขุนนางท้องถิ่นต้องเลือกว่าจะยืนอยู่ฝ่ายใด การเลือกข้างไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเชื่อหรืออุดมการณ์เพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับความอยู่รอดของตระกูล ที่ดิน และอำนาจในการปกครองพื้นที่ของตนเอง
อะชิคางะ ทาคาอุจิ ตระหนักดีว่าการมีอำนาจทางทหารเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอในการปกครองประเทศ เขาจึงเลือกสนับสนุนราชสำนักฝ่ายเหนือ และใช้จักรพรรดิในเกียวโตเป็นหลักประกันด้านความชอบธรรมทางการเมือง แนวทางนี้เปิดโอกาสให้เขาสถาปนาระเบียบใหม่ โดยไม่ถูกมองว่าเป็นเพียงผู้ยึดอำนาจด้วยกำลัง
ในปี ค.ศ. 1338 ทาคาอุจิได้รับการแต่งตั้งเป็นโชกุน นับเป็นการเริ่มต้นของรัฐบาลโชกุนตระกูล Ashikaga อย่างเป็นทางการ แม้ญี่ปุ่นจะยังคงอยู่ในสภาวะที่มีสองราชสำนัก แต่ตำแหน่งโชกุนทำให้ทาคาอุจิกลายเป็นศูนย์กลางของฝ่ายนักรบ และเป็นผู้กำหนดทิศทางการเมืองในทางปฏิบัติ
อย่างไรก็ตาม ความแตกแยกระหว่างราชสำนักฝ่ายเหนือและฝ่ายใต้ยังคงดำเนินต่อไปอีกหลายทศวรรษ ไม่มีฝ่ายใดสามารถเอาชนะอีกฝ่ายได้อย่างเด็ดขาด สงครามยืดเยื้อทำให้ประเทศอ่อนแรง และเปิดช่องให้ไดเมียวในหัวเมืองสะสมอำนาจของตนเองมากขึ้น รัฐบาลโชกุน Ashikaga จึงต้องปกครองประเทศภายใต้เงื่อนไขที่ไม่สมบูรณ์ อำนาจของโชกุนต้องอาศัยการประนีประนอมกับกลุ่มต่าง ๆ อยู่ตลอดเวลา
ยุคสองราชสำนักจึงเป็นช่วงเวลาที่สะท้อนลักษณะเฉพาะของการเมืองญี่ปุ่นยุคกลางอย่างชัดเจน อำนาจ ความชอบธรรม และกำลังทหาร มิได้รวมศูนย์อยู่ที่จุดเดียว หากแต่กระจายตัวและแข่งขันกันอยู่ตลอดเวลา ความไม่มั่นคงนี้เองที่จะกลายเป็นปัญหาเรื้อรังของรัฐบาล Ashikaga และปูทางไปสู่ความเปราะบางในยุคต่อมา
เกร็ดความรู้ท้ายบท
-
ความชอบธรรมกับอำนาจ ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน
ในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ผู้ที่มีอำนาจทางทหารอาจไม่จำเป็นต้องมีความชอบธรรมในการปกครอง และผู้ที่มีความชอบธรรมก็อาจไม่มีอำนาจจริง ทั้งสองสิ่งต้องดำรงควบคู่กันจึงจะทำให้การปกครองมั่นคง -
ราชสำนักฝ่ายใต้ในมุมมองประวัติศาสตร์สมัยหลัง
แม้จะแพ้ทางการเมือง แต่ในเวลาต่อมา ราชสำนักฝ่ายใต้ได้รับการยอมรับว่าเป็นสายจักรพรรดิที่สืบทอดอย่างถูกต้องตามลำดับ -
ผลพวงของยุคสองราชสำนัก
ความแตกแยกยาวนานทำให้แนวคิดอำนาจรวมศูนย์อ่อนแรง และกลายเป็นพื้นฐานสำคัญของความวุ่นวายในยุคเซ็งโงคุ
เรื่องแนะนำ :
– Ashikaga : โชกุนท่ามกลางแผ่นดินแตกแยก ตอนที่ 2 : ชายผู้หันดาบกลับ
– Ashikaga : โชกุนท่ามกลางแผ่นดินแตกแยก ตอนที่ 1 จากซามุไรชายขอบ สู่เวทีอำนาจ
– ปฐมโชกุนแห่งตะวันออก ตอนที่ 8 : มินาโมโตะในตำนานและความทรงจำของชาวญี่ปุ่น
– ปฐมโชกุนแห่งตะวันออก ตอนที่ 7 : มรดกทางการเมืองและวัฒนธรรมของมินาโมโตะ
– ปฐมโชกุนแห่งตะวันออก ตอนที่ 6 : ความเสื่อมถอยของตระกูลมินาโมโตะ – เมื่ออำนาจเปลี่ยนมือ
ขอบคุณรูปภาพ :
https://www.emperor-history.com/godaigo/post-446
#Ashikaga : โชกุนท่ามกลางแผ่นดินแตกแยก ตอนที่ 3 : สองราชสำนัก หนึ่งแผ่นดิน #อาชิคางะ


