บิทคอยน์ – พรุ่งนี้ไม่สายที่จะรวยกัน? (หรือเปล่า)
ชายคนนึง ใส่นาฬิกาข้อมือซ้าย มันราคาหนึ่งล้านบาท… เขาบอกผมว่า
“ผมซื้อนาฬิกาเรือนนี้ได้ ไม่ใช่เพราะทำงาน… แต่เพราะบิทคอยน์” (เอิ่ม รู้ว่ามันเจ๋ง แต่อย่าเพิ่งอวดก็ได้)
วิเคราะห์ ญี่ปุ่นจริงจัง วันนี้ ผู้เขียนขอนำ บทความที่สถาบันสื่อที่น่าเชื่อถือที่สุดของญี่ปุ่น Nikkei เขียนเอาไว้ตอน ม.ค. ปี 2025 มันคือการสรุปการเดินทางของสัตว์ประหลาดวัยสิบขวบนิดๆ ของโลกการเงินมาเล่าให้ทุกท่านฟัง…
จากพิซซ่าสองถาดสู่มูลค่ามหึมา
บิทคอยน์ถือกำเนิดขึ้นในปี 2009 โดยมีรากฐานจากเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) ซึ่งเผยแพร่ผ่านเอกสารวิชาการโดยบุคคลนิรนามชื่อซาโตชิ นากาโมโตะ การทำธุรกรรมครั้งแรกเกิดขึ้นในปี 2010 เมื่อลาสซ์โล ฮานเยซซ์ นักพัฒนาซอฟต์แวร์ ใช้บิทคอยน์จำนวน 10,000 BTC ซื้อพิซซ่าสองถาด มูลค่าของบิทคอยน์ในตอนนั้นเทียบได้กับเพียง 0.0025 ดอลลาร์ต่อ 1 BTC แต่ในปลายปี 2024 ราคาของมันพุ่งขึ้นถึงประมาณ 93,000 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นกว่า 37,000,000 เท่า
บิทคอยน์กับคำสามคำ บับเบิ้ลบุ = ฟองสบู่ ?
ตลอด 15 ปีที่ผ่านมา บิทคอยน์ผ่านช่วงฟองสบู่มาแล้ว 3 ครั้งใหญ่:
- ปี 2017 – “ปีทองของคริปโท” ในไทยและทั่วโลก ราคาพุ่งจาก 1,000 ดอลลาร์ เป็น 20,000 ดอลลาร์ เกิดปรากฏการณ์ “เศรษฐีคริปโท” มากมาย
- ปี 2020-2021 – ช่วงโควิด-19 ทำให้ธนาคารกลางทั่วโลกอัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบ เงินล้นตลาดไหลเข้าหุ้นและคริปโท ราคาทะลุ 60,000 ดอลลาร์
- ปี 2024 – การอนุมัติ Bitcoin ETF โดย SEC สหรัฐฯ และความหวังเรื่องนโยบายคริปโทที่ผ่อนคลายจากประธานาธิบดีทรัมป์ ผลักดันราคาทะลุ 100,000 ดอลลาร์
ผู้อ่านทราบไหมครับ ทำไมศัพท์ทางเศรษฐศาสตร์ถึงใช้คำว่า ฟองสบู่… เพราะเสี้ยววินาทีที่ฟองสบู่แตก มันเร็วมาก ไม่มีใครรู้ จะรู้อีกทีก็คือ โอ๊ะ… มันแตกแล้ว โอ๊ะ… ทรัพย์สินที่เราถือ มันราคาลงฮวบแล้วนี่นา
ดังนั้นจะถามว่า ฟองสบู่บิตคอยน์จะแตกหรือยัง… พวกเราจะรู้คำตอบแน่… แต่เราจะรู้เมื่อหลังพริบตามันแตกเท่านั้น
บิทคอยน์คือทองคำดิจิทัล?
บิลเกตต์ หรือวอลเลน บัฟเฟต มนุษย์ที่เคยรวยที่สุดในโลก พูดชัดเจนว่า บิทอคอยน์คือโลกของคนโง่ ไปขายของที่แพงกว่าให้คนที่โง่กว่า แต่ปัจจุบัน นักลงทุนจำนวนมากมองบิทคอยน์เป็น “ทองคำดิจิทัล” ด้วยคุณสมบัติที่คล้ายคลึงกับทองคำ:
- มีปริมาณจำกัด (สูงสุดแค่ 21 ล้าน BTC เท่านั้น)
- เป็นทางเลือกในการเก็บรักษามูลค่า โดยเฉพาะในภาวะที่เงินเฟ้อสูง
- ไม่ขึ้นกับรัฐบาลหรือธนาคารกลางใด
สำหรับนักลงทุนไทย การลงทุนในบิทคอยน์ผ่าน ETF จะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจในปี 2025 เพราะมีความโปร่งใสและได้รับการกำกับดูแลที่ดี บริษัทจัดการลงทุนยักษ์ใหญ่อย่าง BlackRock แนะนำให้จัดสรรพอร์ตการลงทุน 1-2% ในบิทคอยน์
มุมมองต่อตลาดในปี 2025
อย่าลืมว่า ไม่มีสรรพสิ่งใดในโลกา ที่ขึ้นอย่างเดียว ไม่มีวันลง … แม้ราคาจะพุ่งสูงขึ้นมาก แต่หลายฝ่ายยังมองบวก!?
- Standard Chartered คาดการณ์ราคาปลายปี 2025 ที่ 200,000 ดอลลาร์
- VanEck บริษัทจัดการลงทุนสัญชาติอเมริกา บอกว่าเดือน 1 -3 บิทคอยน์จะไปที่ 180,000 ดอล แต่หลังจากนั้นจะต้องร่วง
- ฝั่งสถาบันไต้หวันบอกว่า บิทคอยน์ต้องไปถึง 140,000 เป็นอย่างน้อย และถ้าดีก็จะถึง 200,000
- นักวิเคราะห์ BCA ของแคนาดาคาดว่าราคาอาจปรับตัวลงมาที่ 45,000 ดอลลาร์ในปีเนี้ยแหล่ะ !!
แล้วจะดูยังไงอ่ะ ว่าบิทคอยน์สายเกินไปที่จะซื้อไหม
บิทคอยน์ไม่ได้สร้างรายได้หรือกระแสเงินสดเหมือนหุ้นหรืออสังหาริมทรัพย์ แต่มูลค่าของมันมักเชื่อมโยงกับการยอมรับของผู้ใช้งาน ซึ่งสามารถอธิบายได้ผ่าน “กฎของเมโทรคาฟฟ์” (Metcalfe’s Law) ที่กล่าวว่า มูลค่าของเครือข่ายจะเพิ่มขึ้นตามกำลังสองของจำนวนผู้ใช้งาน
メトカーフの法則 หรือที่รู้จักในชื่อ Metcalfe’s Law เป็นกฎที่ใช้ในการอธิบายว่า “มูลค่าของเครือข่ายเพิ่มขึ้นตามกำลังสองของจำนวนผู้ใช้งาน” ซึ่งกล่าวง่าย ๆ ก็คือ ยิ่งมีคนใช้งานเครือข่ายมากเท่าไร มูลค่าหรือประโยชน์ของเครือข่ายนั้นก็จะเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด (Exponential Growth)
ความหมายในทางคณิตศาสตร์
ในทางคณิตศาสตร์ Metcalfe’s Law สามารถเขียนได้ดังนี้:
มูลค่าเครือข่าย=n×(n−1) หรือ n^2
โดยที่ n คือจำนวนผู้ใช้งานในเครือข่ายนั้น ๆ
ตัวอย่างที่เข้าใจง่าย
- โทรศัพท์: ถ้ามีโทรศัพท์แค่เครื่องเดียว จะไม่มีใครให้โทรหาเลย แต่ถ้ามี 2 เครื่อง คนหนึ่งสามารถโทรหาอีกคนหนึ่งได้ และถ้ามี 3 เครื่อง จะสามารถเชื่อมต่อได้ถึง 3 คู่ ดังนั้น เมื่อจำนวนเครื่องเพิ่มขึ้น การเชื่อมต่อในเครือข่ายก็จะเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด
- โซเชียลมีเดีย: ยิ่งมีคนใช้งานแพลตฟอร์ม เช่น Facebook หรือ LINE มากเท่าไร โอกาสในการเชื่อมต่อ การแชร์ข้อมูล หรือการทำธุรกรรมก็จะเพิ่มขึ้น
ดังนั้นยิ่งมีคนอยากจะถือครอง สนใจบิทคอยน์เท่าไหร่ คุณค่าของมันก็จะเพิ่มขึ้นแบบยกกำลังสอง
พูดแค่นี้ เด๋วเนิร์ตไม่พอ มีให้เนิร์ตกว่านี้อีก
นักวิเคราะห์ตลาดจากบริษัท Bitbank คุณ Tomoya Hasegawa ได้เน้นถึงตัวชี้วัดแบบ On-chain Indicator นั่นคือ อัตราส่วนเหรียญที่มีกำไร (PSP = Percent Supply in Profit) ซึ่งใช้เปรียบเทียบราคาต้นทุน (Book Value) กับราคาตลาด (Market Value) เพื่อวัดว่าเหรียญบิทคอยน์ที่หมุนเวียนในตลาดมีกี่เปอร์เซ็นต์ที่อยู่ในสถานะกำไร หากราคาบิทคอยน์แตะระดับสูงสุดในประวัติศาสตร์ อัตราส่วนนี้จะเป็น 100% ในขณะที่ราคาต่ำสุดจะทำให้อัตราส่วนนี้ลดลงเป็น 0%
เมื่อเปรียบเทียบระหว่างอัตราส่วน PSP (ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 50 วัน) กับราคาบิทคอยน์ จะพบว่าหากอัตราส่วนนี้ต่ำกว่า 50% ตลาดมักจะรู้สึกว่าราคาต่ำเกินไปและดึงดูดการซื้อ ส่งผลให้ราคาฟื้นตัวขึ้น นอกจากนี้ ในช่วงที่ราคาตกลงและเหรียญส่วนใหญ่อยู่ในสถานะขาดทุน มักจะมีนักลงทุนระยะยาวเพิ่มขึ้นเพราะพวกเขารอการฟื้นตัวครั้งต่อไป ทำให้แรงกดดันในการขายลดลง และเป็นโอกาสให้ผู้ซื้อเริ่มกลับเข้าสู่ตลาด

ในทางตรงกันข้าม หากอัตราส่วน PSP สูงกว่า 95% ตลาดอาจร้อนแรงเกินไป ซึ่งจะนำไปสู่การหยุดซื้อและการขายทำกำไร ส่งผลให้ราคาปรับตัวลดลง ตัวอย่างเช่น ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา หลังจาก PSP ทะลุ 95% ตลาดเข้าสู่ช่วงปรับฐาน และ ณ วันที่ 16 ธันวาคม 2024 อัตราส่วน PSP อยู่ที่ 97%
ดังนั้น… ถ้าเอาตัวเลขนี้มาพูด… สรุปให้ผู้อ่านขาสั่นได้ว่า นี่อาจบ่งชี้ถึงแนวโน้มที่ราคาบิทคอยน์อยู่ใกล้จุดสูงสุดแล้ว
(แต่แน่นอน สถิติมีไว้ให้ทำลาย… เมื่อยังมีมนุษย์บนโลก ยังอยากจะซื้อบิทคอยน์เพิ่ม มันก็จะแพงได้อี๊กก)

บทส่งท้าย
“แม้ว่าประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐและจีนจะถือครองบิทคอยน์ที่ยึดได้จากการปราบปรามอาชญากรรม และบางประเทศมีการเข้าร่วมในกิจการขุดบิทคอยน์เพื่อรับผลตอบแทน แต่ยังไม่มีประเทศใดที่สะสมบิทคอยน์ไว้เป็นทรัพย์สินสำรอง นายคินูจิ โนโบฮิเดะ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจากสถาบันวิจัยโนมูระชี้ว่า ‘บิทคอยน์มีความผันผวนสูงและยังขาดความน่าเชื่อถือโดยทั่วไป จึงไม่เหมาะที่จะใช้เป็นเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ ซึ่งมีไว้สำหรับชำระหนี้ต่างประเทศในยามฉุกเฉินและการชำระเงินทางการค้า’”
บทส่งท้ายของสุดท้ายจริงๆ
พรุ่งนี้ จะสายหรือไม่สาย ที่จะรวยเพราะบิทคอยน์…
ไม่ได้อยู่ที่ อเมริกา หรืออยู่ที่ AI หรอก… แต่อยู่ที่ คุณ !!
เรื่องที่เกี่ยวข้อง >>
– [เรื่องสั้นหักมุมหรือเปล่าไม่รู้ BY AI] バイバイ2024 Good Bye 2024
– เลือกในสิ่งที่คุณเป็น และเติบโตในสิ่งที่คุณเลือก
– อยากได้โบนัสดีเหรอ ลองวิธี 3 สอ (พลอ) ดู !!
– [ทดความคิด] ทั้งชีวิต ทั้งปี เพื่อเรื่องเดียว “Bonus”
– เมื่อบอสของผม สอนวิธีการครองโลก
#บิทคอยน์ – พรุ่งนี้ไม่สายที่จะรวยกัน? (หรือเปล่า)



