จำนวนเสื้อในตู้น่าใส่ใจ เราซื้อเสื้อผ้าใส่กันแบบคุ้มค่าแล้วหรือยัง?
เพื่อนๆ หลายคนที่เป็นขาช้อปน่าจะเคยประสบปัญหาเสื้อผ้าล้นตู้ แต่พอจะแต่งตัวออกไปข้างนอกกลับพบว่าไม่มีอะไรจะใส่ บางคนสงสัยว่าตัวเองใช้เงินไปกับการซื้อเสื้อผ้าเยอะเกินไปหรือเปล่า หลายคนลองไปตั้งคำถามในพันทิพว่าเพื่อนๆ คนอื่นๆ มีเสื้อผ้ากี่ตัว ใช้เงินไปกับเสื้อผ้ากี่บาทต่อเดือนเพราะสงสัยว่าตัวเองจะใช้เงินไปกับเรื่องนี้เยอะผิดปกติ
วันนี้เราจะลองมาหาคำตอบเรื่องนี้กันค่ะ
คำถามแรกคือโดยเฉลี่ยคนส่วนใหญ่ในโลกนี้มีเสื้อผ้าใส่กันกี่ชุด?
คุณ Maria Lee เป็นผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ https://capsulewardrobedata.com ได้ทำแบบสำรวจถามคนทั่วโลกว่าพวกเขามีเสื้อผ้ารองเท้าทั้งหมดกี่ชุด โดยสิ่งที่คุณ Maria Lee ต้องการคือการใช้ข้อมูลจากแบบสำรวจมาช่วยผู้คนให้สามารถจัด Capsule Wardrobe (ตู้เสื้อผ้าที่มีเสื้อผ้าเท่าที่จำเป็น แต่สามารถนำมาแมตช์ลุคง่ายและเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์)
เทคนิคการจัดตู้เสื้อผ้าแบบนี้มีข้อดีหลายอย่างเช่น แมตช์ง่ายทำให้ใส่เสื้อผ้าได้อย่างมั่นใจ ประหยัดเงินไม่ต้องซื้อเสื้อผ้าจำนวนมาก แต่เอาเงินไปซื้อเสื้อผ้าดีๆ แทน ประหยัดเวลาในการเลือกชุดใส่ในแต่ละวัน และยังดีต่อสิ่งแวดล้อมเพราะช่วยลดขยะเสื้อผ้าได้อีกด้วย
จากผลของแบบสอบถาม เราทราบว่า ผู้คนจากทั่วโลกตอบว่าตนเองมีจำนวนเสื้อผ้า 77 ชิ้นถึง 155 ชิ้น โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 148 ชิ้นนี้ โดยในจำนวนนี้คร่าวๆ ประกอบไปด้วย เครื่องแต่งกายท่อนบนเช่นเสื้อแบบทั่วไป 62 ตัว กางเกง 25 ตัว เดรส 18 ชุด กระโปรง 7 ตัว เสื้อตัวนอกเช่นโค้ท สูทและแจ็คเก็ค 17 ตัว และรองเท้า 20 คู่ โดยประมาณ
มาถึงตรงนี้เพื่อนๆ ลองเทียบดูกับเสื้อผ้าในตู้ของเพื่อนๆ ดูแล้วคงจะได้คำตอบคร่าวๆ ว่าเรามีเสื้อผ้าเยอะหรือน้อยกว่าค่าเฉลี่ย

ในหนังสือชื่อว่า “เคล็ดลับใช้ชีวิตอย่างมีสไตล์ที่ฉันได้เรียนรู้มาจากปารีส (Lessons from Madame Chic)” เขียนโดย เจนนิเฟอร์ แอล สก็อตต์ ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ได้เล่าประสบการณ์การใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับครอบครัวชาวฝรั่งเศส โดยหนึ่งในสิ่งที่ผู้เขียนได้เรียนรู้ก็คือ ในตู้เสื้อผ้าของชาวฝรั่งเศสจะมีไอเท็มหลักๆ เพียงสิบชิ้นเท่านั้นสำหรับใช้ในแต่ละฤดู
ในสิบชิ้นนั้นหลักๆ ประกอบด้วยเดรส กระโปรง เสื้อเบลาส์และกางเกง (ทั้งขาสั้นและขายาว) โดยใช้วิธีผสมเสื้อผ้าฤดูหนาวเข้ากับฤดูใบไม้ร่วง มิกซ์เสื้อผ้าฤดูร้อนเข้ากับฤดูใบไม้ผลิ และเพื่อให้สิบชิ้นหลักนี้สามารถใส่ได้จริงและดูครบเครื่อง ก็จะเติมแต่งด้วยเครื่องประดับ หมวก แว่นตา รองเท้าที่เข้ากัน และอาจมีการสลับสับเปลี่ยนจากเสื้อเบลาส์เป็นเสื้อยืดเพื่อให้ได้ลุคส์ที่หลากหลาย โดยมีข้อแม้ว่าทุกอย่างต้องเป็นของคุณภาพดี การเลือกใช้เสื้อผ้าที่มีคุณภาพดีและลดจำนวนเสื้อผ้าให้อยู่ในปริมาณที่พอใช้จริงๆ และไม่ซื้อเสื้อผ้าคุณภาพไม่ดีมาเพราะติดกับดักป้าย sale ห้องจะได้ไม่รกแล้วยังเป็นการทำให้ตัวเองได้สัมผัสประสบการณ์ความรู้สึกดีๆ จากการใช้ของประณีตอีกด้วย
แน่นอนว่าในความเป็นจริงคงไม่ใช่คนฝรั่งเศสทุกคนที่มีเสื้อผ้าแค่ 10 ชิ้น แต่แนวคิดเรื่องการให้ความสำคัญกับของที่ชอบจริงๆ และการไม่ใช้ของสิ้นเปลือง และให้เกียรติตัวเองด้วยการใช้ของคุณภาพดี ก็ถือเป็นแนวคิดน่าสนใจและน่าชื่นชมไม่น้อย
นอกจากฝรั่งเศสแล้ว ประเทศญี่ปุ่นก็เป็นอีกประเทศหนึ่งที่ผู้เขียนมองว่าผู้คนส่วนใหญ่แต่งตัวดี เป็นประเทศที่มีหลายฤดู ชวนให้คิดว่าคนญี่ปุ่นอาจจะต้องเตรียมเสื้อผ้าหลายชุดให้เข้ากับแต่ละฤดู น่าจะมีเสื้อผ้าเยอะมาก แต่คิดอีกแง่หนึ่ง คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่มักจะชอบใส่เสื้อผ้าสีเรียบๆ คุมโทนไม่ฉูดฉาด เช่น ขาว ดำ น้ำตาล เทา เป็นไปได้ไหมว่าคนญี่ปุ่นไม่ได้มีเสื้อผ้าเยอะ แต่ใช้วิธีมิกซ์แอนด์แมทช์เสื้อผ้าที่คุมโทนอย่างชาญฉลาดทำให้ใส่ได้หลายโอกาส
ข้อมูลจาก Vogue Japan บอกว่า จำนวนเสื้อผ้าที่คนเราจำเป็นต้องมีจริงๆคือ 74 ชุดโดยแบ่งเสื้อผ้าตามประเภทของกิจกรรมที่ทำ เช่น ใส่ไปทำงาน ใส่อยู่บ้าน ใส่ไปเล่นกีฬา ใส่ไปงานเลี้ยงฉลอง และใส่เพื่อทำกิจกรรม Outdoor เป็นต้น นอกจากนี้ ถ้าพวกเราช่วยกันยืดอายุเสื้อผ้าที่ใส่กันให้ยาวออกไปอีก 9 เดือน จะช่วยลดอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดอ็อกไซด์ได้มากถึง 25%
คำถามต่อไปก็คือ แล้วเราจะทำยังไงเพื่อลดเสื้อผ้าที่รกตู้ให้น้อยลง?
วันก่อนผู้เขียนได้อ่านบทความในเว็บไซต์ Theeleganceedit.com เป็นบทความแนะนำการจัดตู้เสื้อผ้าสำหรับคนที่อยากเป็นสายมินิมอล แต่ยังคงอยากมีเสื้อผ้าจำนวนขั้นต่ำที่จะได้ใส่ครบทุกโอกาส โดยมีทางเลือกที่น่าสนใจคือใช้สูตรเสื้อผ้า 35 ชิ้น (เหมาะสำหรับสาวๆ เพราะมีกระโปรงและเดรสอยู่ในลิสต์ แต่หนุ่มๆ ก็สามารถเอาไปปรับใช้ได้)
ใน 35 ชิ้นนั้นประกอบด้วย
- เสื้อแขนสั้น 4 ตัว
- เสื้อแขนยาว 4 ตัว
- เสื้อเบลาส์ 2 ตัว
- เสื้อยืดสไตล์ลำลอง 2 ตัว
- กางเกงยีนส์ 2 ตัว
- กางเกงขายาว 2 ตัว
- กางเกงขาสั้น 1 ตัว
- เลกกิ้ง 2 ตัว
- เบลเซอร์ 1 ตัว
- แจ็คเก็ตอเนกประสงค์ 1 ตัว
- เทรนช์โค้ท 1 ตัว
- คาร์ดิแกน 1 ตัว
- แจ็คเก็ตหนัง 1 ตัว
- เสื้อโค้ทที่ให้ความอบอุ่นได้ดี 1 ตัว
- เดรสอเนกประสงค์ 1 ตัว
- เดรสสำหรับงานกลางคืน 1 ตัว
- กระโปรงมีลาย 1 ตัว
- กระโปรงที่ยาวตั้งแต่ใต้เข่าถึงกลางน่อง 1 ตัว
- รองเท้ากีฬา 1 คู่
- รองเท้าโลฟเฟอร์ 1 คู่
- รองเท้าบู๊ทสั้นแค่ข้อเท้า 1 คู่
- รองเท้าแตะ 1 คู่
- รองเท้าส้นสูง 1 คู่
- รองเท้าที่ใส่ได้อเนกประสงค์ทุกวัน 1 คู่
นอกจากนี้ หลายๆ เว็บไซต์เกี่ยวกับการแต่งกายยังแนะนำให้ถ่ายรูปลุคที่แมตช์แล้วชอบเอาไว้ เผื่อว่าวันไหนคิดลุคไม่ออกก็เปิดรูปดูได้เลย และจะได้ไม่ต้องซื้อเสื้อผ้าที่ไม่เข้ากับลุคที่มีอยู่เข้ามาเพิ่มให้เปลืองเงินอีกด้วย

สำหรับตัวผู้เขียนเองเป็นคนที่ชอบซื้อเสื้อผ้ามากก็เลยไม่ได้ทำตามสูตรสำเร็จใดๆ เพื่อให้มีเสื้อผ้าน้อย ถือหลักแค่ว่าไม่ซื้อจนเดือดร้อนกำลังทรัพย์ และพอมีเยอะเกินจะเก็บไว้ได้เพราะพื้นที่มีจำกัดก็นำไปบริจาค เหตุผลส่วนหนึ่งที่ชอบซื้อเสื้อผ้าเป็นเพราะชอบถ่ายรูปและชอบเดินทางท่องเที่ยว เสื้อผ้าแต่ละชุดถูกนำไปสวมใส่ในการเดินทางไปยังที่ต่างๆ โดยที่ผู้เขียนมักจะเลือกชุดที่เข้ากับบรรยากาศของสถานที่นั้นๆ แล้วถ่ายรูปเก็บไว้ ดังนั้นทุกครั้งที่มองไปเสื้อผ้าแต่ละตัว ความทรงจำดีๆ เกี่ยวกับสถานที่ที่ได้ไปเที่ยวมาก็ผุดขึ้นมาแจ่มชัดในความทรงจำ
ข้อดีอย่างหนึ่งของการชอบถ่ายรูปชุดเวลาไปเที่ยวก็คือเวลาจะบริจาคชุดสามารถทำใจได้ง่ายขึ้นที่ จะส่งต่อชุดให้คนอื่นได้โดยไม่เสียดาย เพราะครั้งหนึ่งเราก็เคยได้มีความสุข ได้ถ่ายรูปเก็บไว้แล้ว ได้เวลาที่ชุดจะถูกส่งต่อเพื่อสร้างความทรงจำดีๆให้คนอื่นต่อไปแบบไม่ยึดติด
ส่วนตัวผู้เขียนคิดว่า ความพอดีในเรื่องของเสื้อผ้าของแต่ละคนไม่เหมือนกัน จึงไม่มีคำตอบตายตัวว่าคนเราควรมีเสื้อผ้ากี่ชุด
หลายคนมองว่า คนเราไม่จำเป็นต้องมีเสื้อผ้าเยอะ แต่ต้องแต่งตัวดี เพราะการแต่งตัวดีนั้นนำมาซึ่งโอกาส
ในหนังสือที่ชื่อว่าจิตวิทยาสายดาร์ก มีเนื้อหาที่บอกว่าข้อมูลจากคำพูด (เนื้อหาคำพูด) ส่งผลต่อความประทับใจ 7% ข้อมูลจากการได้ยิน (น้ำเสียง) ส่งผลต่อความประทับใจ 38% ในขณะที่ข้อมูลจากการมองเห็น (รูปลักษณ์และภาษากาย) ส่งผลต่อความประทับใจมากถึง 55%
อย่างไรก็ตามคนที่มีชื่อเสียงระดับโลกบางคนกลับมองว่าใส่เสื้อผ้าแบบซ้ำๆ กันในแต่ละวันเป็นเรื่องที่ดี จะได้ไม่ต้องคิดมากเรื่องเสื้อผ้า เอาเวลาไปคิดเรื่องไอเดียสร้างสรรค์ในการทำธุรกิจดีกว่า
สำหรับเพื่อนๆ เสื้อผ้าคือสิ่งที่มีเอาไว้เพื่อนุ่งห่มปกปิดร่างกายตามความจำเป็นเท่านั้น หรือใช้สร้างความมั่นใจ เพื่อดึงดูดโอกาสดีๆ ได้ด้วย?
เสื้อทุกตัวถูกนำมาใช้งานอย่างคุ้มค่าหรือเปล่า?
เล่าสู่กันฟังบ้างนะคะ^^
ทักทายพูดคุยกับ คอลัมน์นิจ ได้ที่ >>> Facebook คอลัมน์นิจคิดandไรท์
เรื่องแนะนำ :
– เมื่อของเล่นเด็กในญี่ปุ่นเริ่มจะ Genderless การสนับสนุนความหลากหลายทางเพศในประเทศก็เริ่มจะคาดหวังได้?
– “แก่แล้วจะไปทำอะไรกิน” คงไม่ถึงกับสิ้นชีวิน 15 อาชีพที่ผู้สูงอายุชาวญี่ปุ่นสามารถทำได้
– แนะนำที่คั่นหนังสือน่ารักจากญี่ปุ่น
– ญี่ปุ่นเร่งให้ความสำคัญกับการบริจาคนมแม่แม้ต้องเจอกับอุปสรรค
– ญี่ปุ่นเตรียมปกป้องธุรกิจร้านหนังสือ หลังพบว่าร้านหนังสือกำลังทยอยหายไปจากญี่ปุ่น
ที่มา:
– https://dailyconnoisseur.blogspot.com/
– https://theeleganceedit.com/how-many-clothes-do-i-need-formula/
– https://terrynut.medium.com/
– https://capsulewardrobedata.com
– https://www.vogue.co.jp/fashion/article/how-many-clothes-do-we-need
#จำนวนเสื้อในตู้น่าใส่ใจ เราซื้อเสื้อผ้าใส่กันแบบคุ้มค่าแล้วหรือยัง? #คนญี่ปุ่น


