มหากาพย์ Yasuda Zaibatsu: จักรวรรดิการเงินที่โลกหมุนตาม ตอนที่ 4… วันที่ฟ้าผ่ากลางใจเมือง โศกนาฏกรรมการลอบสังหาร และการผลัดแผ่นดิน
บนโลกธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยตัวเลขและผลกำไร เรื่องราวที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่การล้มละลายหรือการถูกคู่แข่งแย่งชิงส่วนแบ่งการตลาด แต่คือการที่ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่พุ่งทะยานจนถึงจุดสูงสุด ทว่าตัวตนของผู้สร้างกลับกลายเป็นเป้าสายตาแห่งความเกลียดชังของคนทั้งสังคมโดยที่เขาไม่รู้ตัว
เบื้องหลังความมั่งคั่งระดับพลิกแผ่นดินของ Yasuda Zaibatsu ที่เราคุยกันมาในตอนก่อนๆ ปฏิเสธไม่ได้เลยครับว่า วินัยอันเข้มงวดและความประหยัดมัธยัสถ์แบบสุดโต่งของ ยาซุดะ เซนจิโร่ คือเสาหลักที่ค้ำจุนอาณาจักรนี้ไว้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความเค็มที่เคยเป็นภูมิคุ้มกันชั้นเลิศในยุคสร้างตัว กลับกลายเป็นยาพิษร้ายแรงที่ย้อนกลับมาทำลายตัวเขาเองในวันที่โลกภายนอกกำลังเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
เรื่องราวในตอนนี้คือโศกนาฏกรรมครั้งประวัติศาสตร์ของวงการธุรกิจญี่ปุ่น เป็นจุดเปลี่ยนที่น่าเหลือเชื่อซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่า เงินทองมหาศาลไม่อาจซื้อความปลอดภัยได้ และในวันที่ฟ้าผ่าลงกลางใจเมือง อาณาจักรยาซุดะที่ไร้เงาของผู้ก่อตั้งเกือบจะต้องล่มสลายลงตามไปด้วย หากไม่มีการผ่าตัดองค์กรครั้งใหญ่จากฝีมือของคนนอกตระกูล
ช่วงต้นทศวรรษ 1920 ประเทศญี่ปุ่นตกอยู่ในสภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก หลังจากผ่านพ้นช่วงสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง เศรษฐกิจของญี่ปุ่นที่เคยรุ่งเรืองถึงขีดสุดจากการส่งออกสินค้ากลับดิ่งหัวลงเหวอย่างก้าวกระโดด เกิดภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ โรงงานพากันปิดตัว ชาวนาและกรรมกรตกงานนับล้านคน ค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้นจนเกิดจลาจลข้าวสารไปทั่วประเทศ
ท่ามกลางความอดอยากของประชาชน สายตาของคนในสังคมเริ่มจับจ้องไปที่กลุ่มทุนไซบัตสึขนาดยักษ์ ผู้คนมองว่ามหาเศรษฐีเหล่านี้ร่ำรวยขึ้นจากการเก็งกำไรและสูบเลือดสูบเนื้อจากหยาดเหงื่อของคนยากจน และบุคคลที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของ นายทุนหน้าเลือด ที่สมบูรณ์แบบที่สุดในสายตาของสาธารณชนในตอนนั้น ก็คือชายชราวัย 82 ปีที่ชื่อ ยาซุดะ เซนจิโร่

Yasuda Zenjiro
เหตุผลที่เป็นเช่นนั้นเพราะในขณะที่ไซบัตสึรายอื่นอย่างมิตซุยหรือมิตซูบิชิ ยังพยายามเจียดเงินบริจาคเพื่อการกุศลหรือสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อสังคม เซนจิโร่กลับยังคงยึดมั่นในปรัชญาเดิมอย่างเหนียวแน่น เขาปฏิเสธการบริจาคเงินให้โครงการสาธารณะเกือบทั้งหมด และมักจะกล่าวประโยคตอกกลับผู้ที่มาขอเรี่ยไรเงินอยู่เสมอว่า เงินของเขาหามาด้วยความยากลำบาก และจะถูกใช้เพื่อการลงทุนที่งอกเงยเท่านั้น ไม่ใช่เพื่อการแจกฟรี
ความตระหนี่ถี่ถ้วนที่เกินพอดีนี้ได้บ่มเพาะความโกรธแค้นให้เกิดขึ้นในใจของกลุ่มนักเคลื่อนไหวทางการเมืองหัวรุนแรง และหนึ่งในนั้นคือชายหนุ่มวัย 31 ปีนามว่า อาซาฮิ เฮโกะ นักชาตินิยมขวาจัดผู้เชื่อว่าการล้างบางนายทุนที่เห็นแก่ตัวคือหนทางเดียวที่จะช่วยกู้ชาติได้
วันที่ 28 กันยายน ปี 1921 แสงแดดที่คฤหาสน์พักตากอากาศของเซนจิโร่ในเมืองโออิโซะ จังหวัดคานากาวะ ดูร่มรื่นตามปกติ ชายชรากำลังพักผ่อนอย่างสงบโดยไม่มีกองกำลังคุ้มกันหนาตา เพราะเขาเชื่อว่าชีวิตที่สมถะของเขาไม่น่าจะตกเป็นเป้าหมายของใคร อาซาฮิ เฮโกะ ได้เดินทางมาขอเข้าพบเซนจิโร่ โดยอ้างว่าต้องการนำเสนอโครงการสร้างโรงแรมสวัสดิการสำหรับกรรมกรผู้ยากไร้ และต้องการขอความอนุเคราะห์เงินทุนสนับสนุน
เมื่อเซนจิโร่ได้รับฟังคำขอเปิดรับบริจาคตามคาด สัญชาตญาณความเค็มของเขาก็ทำงานทันที ชายชราปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใยและเตรียมจะไล่แขกผู้มาเยือนให้ออกจากห้อง แต่อาซาฮิไม่ได้มาเพื่อเจรจา ชายหนุ่มชักดาบสั้นที่ซ่อนไวดังขวับก้าวเข้าจู่โจมแทงเข้าที่ร่างของมหาเศรษฐีเฒ่าอย่างโหดเหี้ยม เซนจิโร่พยายามดิ้นรนต่อสู้แต่ด้วยวัยสังขารที่ชราภาพทำให้เขาไม่อาจต้านทานแรงของชายหนุ่มได้ ชายผู้คุมชะตาระบบการเงินของญี่ปุ่นสิ้นใจลงบนกองเลือดในห้องพักของตนเอง และหลังจากภารกิจปลิดชีพนายทุนใหญ่สำเร็จ อาซาฮิ เฮโกะ ก็ใช้ดาบเล่มเดียวกันนั้นเชือดคอตายตามไปในทันทีบนจุดเกิดเหตุ
เรื่องที่น่าตกใจยิ่งกว่าตัวโศกนาฏกรรม คือปฏิกิริยาของสังคมญี่ปุ่นหลังจากข่าวนี้แพร่สะพัดออกไป ทันทีที่ประชาชนทราบข่าวการเสียชีวิตของ ยาซุดะ เซนจิโร่ แทนที่ผู้คนจะพากันไว้อาลัยหรือประณามฆาตกร หนังสือพิมพ์และชาวเมืองกลับพากันยกย่อง อาซาฮิ เฮโกะ ว่าเป็น วีรบุรุษผู้พลีชีพเพื่อคนยากจน มีประชาชนนับหมื่นคนเดินทางมาร่วมงานศพของฆาตกร ในขณะที่งานศพของเซนจิโร่กลับเป็นไปอย่างเงียบเหงาและเต็มไปด้วยเสียงสาปแช่ง
โศกนาฏกรรมครั้งนี้ส่งแรงสั่นสะเทือนไปถึงโครงสร้างของ Yasuda Zaibatsu อย่างรุนแรง บัลลังก์ผู้นำว่างลงอย่างกะทันหัน พร้อมกับวิกฤตความเชื่อมั่นของประชาชนที่พากันแอนตี้และถอนเงินออกจากธนาคารยาซุดะเพราะความเกลียดชัง ตระกูลยาซุดะในตอนนั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ทายาทรุ่นสองไม่มีใครกล้าก้าวขึ้นมารับตำแหน่งผู้นำอย่างเต็มตัวเพราะกลัวจะตกเป็นเป้าสังหารรายต่อไป อาณาจักรการเงินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศกำลังจะล่มสลายลงจากภายในเพราะพิษร้ายของภาพลักษณ์ที่พังทลาย
ในนาทีวิกฤตนั้นเอง ตระกูลยาซุดะได้ตัดสินใจทำในสิ่งที่ถูกต้องที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัท นั่นคือการยอมกลืนน้ำลายตัวเอง ละทิ้งระบบตระกูลญี่ปุ่นดั้งเดิม แล้วหันไปเชิญ “คนนอก” ที่มีความเชี่ยวชาญระดับสูงเข้ามาผ่าตัดองค์กร ชายผู้ที่เข้ามารับบทบาทกัปตันทีมคนใหม่ในมรสุมครั้งนี้คือ ยูกิ โตโยทาโร่ อดีตผู้บริหารระดับสูงจากธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่น (BOJ)

Toyotaro Yuki
ยูกิ โตโยทาโร่ ก้าวเข้ามาพร้อมกับแผนการที่เรียกกันในเวลาต่อมาว่า “การปฏิรูปใหญ่ยาซุดะ” (Yasuda Dai-Kaikaku) สิ่งแรกที่ยูกิทำไม่ใช่การเดินหน้าหาผลกำไร แต่คือการทำลายภาพจำอันมืดมนของตระกูลยาซุดะทิ้งไปให้หมด เขาประกาศจัดตั้งบริษัทโฮลดิ้งส่วนกลางเพื่อจัดระเบียบโครงสร้างบริษัทลูกที่อุ้ยอ้าย และที่สำคัญที่สุดคือการบังคับให้ตระกูลยาซุดะสละสิทธิ์ในการบริหารงานโดยตรง ให้ทำหน้าที่เป็นเพียงผู้ถือหุ้น และส่งมอบอำนาจเด็ดขาดให้ผู้บริหารมืออาชีพ
จิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่ยูกิใช้ในการกู้ชื่อเสียงของยาซุดะกลับคืนมา คือการเปิดเผยความจริงที่ไม่มีใครเคยรู้มาก่อน เรื่องเงินบริจาคขนาดยักษ์ที่ ยาซุดะ เซนจิโร่ เคยแอบทำไว้เงียบๆ ก่อนเสียชีวิต ชายชราผู้ถูกตราหน้าว่าตระหนี่ถี่ถ้วน แท้จริงแล้วเป็นผู้บริจาคเงินจำนวนมหาศาลล้านเยนดื้อๆ เพื่อสร้างหอประชุมใหญ่ให้กับมหาวิทยาลัยโตเกียว (Imperial University of Tokyo) โดยมีเงื่อนไขเดียวในตอนนั้นคือ ห้ามระบุชื่อของเขาตราบใดที่เขายังมีชีวิตอยู่
ยูกิได้นำเงินก้อนนั้นมาสานต่อและเปิดตัวอาคารหอประชุมขนาดยักษ์ในนาม หอประชุมยาซุดะ (Yasuda Auditorium) เพื่อเป็นมรดกทางการศึกษาแก่เยาวชนคนรุ่นใหม่ การเคลื่อนไหวนี้เปรียบเสมือนหมัดฮุกทางการตลาดที่เปลี่ยนมุมมองของสังคมญี่ปุ่นจากหน้ามือเป็นหลังมือ ผู้คนเริ่มเข้าใจว่าเซนจิโร่ไม่ได้เป็นคนเห็นแก่ตัว แต่เขาเป็นคนที่มีวิธีคิดในการใช้เงินที่เข้มงวดและไม่ต้องการคำสรรเสริญเยินยอจอมปลอม
Yasuda Auditorium
เมื่อความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์กลับคืนมา ยูกิ โตโยทาโร่ ก็เริ่มวางระบบธนาคารสมัยใหม่ ควบรวมธนาคารย่อยๆ ในเครือเข้าด้วยกันจนทำให้ ธนาคารยาซุดะ กลายเป็นธนาคารพาณิชย์ที่มีความทันสมัย มีระบบบรรษัทภิบาลที่แข็งแกร่ง และพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความผันผวนทางการเมืองญี่ปุ่นที่กำลังหมุนเข้าสู่ยุคทหารเรืองอำนาจในทศวรรษต่อไปได้อย่างมั่นคง รากฐานที่เกือบจะพังทลายจากคมดาบของฆาตกร กลับถูกเชื่อมต่อและเสริมเหล็กกล้าจนแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม
เกร็ดน่ารู้ท้ายตอน
หอประชุมยาซุดะ (Yasuda Auditorium) ภายในมหาวิทยาลัยโตเกียว ซึ่งได้รับการสนับสนุนเงินทุนก่อสร้างจาก ยาซุดะ เซนจิโร่ นั้น ในเวลาต่อมาได้กลายเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์การเมืองญี่ปุ่นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในช่วงปี 1968-1969 หอประชุมแห่งนี้ได้กลายเป็นป้อมปราการหลักของกลุ่มขบวนการนักศึกษาปีกซ้าย (Zenkyoto) ในการประท้วงต่อต้านระบบทุนนิยมและอำนาจรัฐ เกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงกับตำรวจปราบจลาจลจนตัวอาคารได้รับความเสียหายอย่างหนัก ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าประชดประชันทางประวัติศาสตร์อย่างมากที่อาคารซึ่งสร้างขึ้นจากเงินของมหาเศรษฐีไซบัตสึที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ กลับกลายมาเป็นสมรภูมิรบหลักของกลุ่มผู้ประท้วงที่เกลียดชังระบบทุนนิยม
เรื่องแนะนำ :
– มหากาพย์ Yasuda Zaibatsu: จักรวรรดิการเงินที่โลกหมุนตาม ตอนที่ 3… ตอน สยายปีกอาณาจักร Yasuda กลยุทธ์ที่ทำให้แตกต่างจากไซบัตสึรายอื่น
– มหากาพย์ Yasuda Zaibatsu: จักรวรรดิการเงินที่โลกหมุนตาม ตอนที่ 2… ตอน เดิมพันเปลี่ยนโลก เมื่อวิกฤตของรัฐบาลเมจิ คือบันไดสู่มหาอำนาจทางการเงิน
– มหากาพย์ Yasuda Zaibatsu: จักรวรรดิการเงินที่โลกหมุนตาม ตอนที่ 1 จากเศษเหรียญในตลาดมืด สู่รากฐานของความตระหนี่
– Sumitomo: 400 ปีแห่งอำนาจธุรกิจญี่ปุ่น ตอนที่ 8 เมื่อ “ความยั่งยืน” กลายเป็นเกมใหม่
– Sumitomo: 400 ปีแห่งอำนาจธุรกิจญี่ปุ่น ตอนที่ 7 เมื่อญี่ปุ่นไม่พออีกต่อไป
– Sumitomo: 400 ปีแห่งอำนาจธุรกิจญี่ปุ่น ตอนที่ 5 วันที่อำนาจถูก “รื้อ”
ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ :
https://www.ndl.go.jp/portrait/e/datas/343
https://www.tohokukanko.jp/attractions/detail_1007078.html
https://www.yasuda-re.co.jp/yasudadna/meguri/page06/
– The University of Tokyo Archives: “The History of Yasuda Auditorium and the Donation of Zenjiro Yasuda” (u-tokyo.ac.jp)
– National Diet Library of Japan: “The Assassination of Zenjiro Yasuda and the Social Background of 1921” (ndl.go.jp)
– Mizuho Financial Group History Records: “Yuki Toyotaro and the Great Reformation of Yasuda Zaibatsu” (mizuho-fg.co.jp)
มหากาพย์ Yasuda Zaibatsu: จักรวรรดิการเงินที่โลกหมุนตาม ตอนที่ 4… วันที่ฟ้าผ่ากลางใจเมือง โศกนาฏกรรมการลอบสังหาร และการผลัดแผ่นดิน



