ส.ว. ญี่ปุ่นมีไว้ทำไม? : เบื้องหลังกลไกที่มากกว่าการถ่วงดุล
ในระบบการเมืองของญี่ปุ่น สภาผู้แทนราษฎร มักเป็นตัวหลักในการออกกฎหมายและกำหนดทิศทางประเทศ แต่ขณะเดียวกัน “สภาสูง” หรือที่คนไทยมักเรียกว่า “ส.ว.” (House of Councillors) ก็มีบทบาทสำคัญอย่างที่หลายคนอาจไม่รู้มาก่อน
แล้วญี่ปุ่นมี ส.ว. ไว้ทำไม?
จุดเริ่มต้นของ ส.ว. ญี่ปุ่น: จากยุคหลังสงครามสู่ประชาธิปไตยแบบ 2 สภา
หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นรับเอาระบบรัฐสภาแบบตะวันตกมาปรับใช้ โดยมีการจัดตั้งรัฐธรรมนูญใหม่ในปี 1947 ซึ่งกำหนดให้ญี่ปุ่นมี “สองสภา” (bicameral system) ได้แก่
- สภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.)
- สภาสูง หรือ ส.ว. (House of Councillors)
เหตุผลหลักคือเพื่อลดอำนาจรวมศูนย์ของรัฐบาล และสร้างกลไก “ถ่วงดุล” เพื่อไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งครอบงำระบบได้ง่าย
บทบาทของ ส.ว. ในญี่ปุ่น
ส.ว. ญี่ปุ่นมีอำนาจที่ใกล้เคียงกับ ส.ส. หลายประการ แต่ก็มีข้อจำกัดบางจุด
-
ตรวจสอบกฎหมาย:
แม้ว่า ส.ส. จะเป็นผู้เสนอและผ่านร่างกฎหมายหลัก แต่ ส.ว. สามารถพิจารณาแก้ไขหรือชะลอการผ่านร่างได้ หากไม่เห็นด้วยจริง ๆ (แม้ท้ายที่สุด ส.ส. จะมีสิทธิยืนยันได้อยู่ดี) -
ตั้งคำถามต่อรัฐบาล:
ส.ว. มีสิทธิอภิปราย ตรวจสอบนโยบาย และเรียกตัวรัฐมนตรีมาชี้แจงได้ โดยเฉพาะในกรณีที่มีประเด็นอ่อนไหวต่อสาธารณะ -
เลือกตั้งนายกรัฐมนตรี (ร่วม):
ทั้ง ส.ส. และ ส.ว. จะมีบทบาทในขั้นตอนการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี แม้ว่าการตัดสินใจสุดท้ายจะขึ้นกับเสียงข้างมากของสภาล่าง -
เสียงสะท้อนจากภูมิภาค:
ส.ว. ส่วนหนึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบ “เขตจังหวัด” ทำให้เสียงจากท้องถิ่นยังมีโอกาสสะท้อนในระดับชาติ

ข้อวิจารณ์: ส.ว. มีจริงแต่ไม่มีพลัง?
แม้จะมีอำนาจในทางทฤษฎี แต่หลายครั้งบทบาทของ ส.ว. ญี่ปุ่นกลับถูกมองว่า “ไม่เด็ดขาด” และมักเป็นเพียง “ผู้สังเกต” มากกว่าผู้ผลักดัน เพราะ…
- หากไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมาย ส.ส. ก็สามารถ “ยืนยัน” การตัดสินใจเดิมได้อยู่ดี
- การเป็นสมาชิกแบบแบ่งครึ่งวาระ ทำให้สภาสูงเปลี่ยนแปลงช้ากว่าสภาล่าง
- และบางครั้งก็ตกอยู่ใต้การควบคุมของพรรคการเมืองใหญ่ เช่น พรรค LDP
แล้วทำไมยังต้องมี ส.ว. อยู่?
เพราะแม้จะไม่ใช่ “เสียงสุดท้าย” แต่ ส.ว. คือ “กลไกระงับอารมณ์” ของระบอบประชาธิปไตย — ช่วยชะลอ ลดความร้อนแรงของกฎหมายที่อาจผ่านด้วยอารมณ์มากกว่าสติ และยังเป็นเวทีสำหรับเสียงที่อาจถูกมองข้ามจากการเลือกตั้งแบบเขตใหญ่หรือพรรคการเมืองหลัก
ส.ว. ญี่ปุ่นอาจไม่ใช่ตัวละครที่ดราม่าที่สุดในการเมือง แต่เป็นตัวแสดงสำคัญที่ช่วยสร้างสมดุลในระบบ
การมี ส.ว. อาจไม่ได้หมายถึงอำนาจ แต่หมายถึง “หลักประกัน” ว่าทุกเสียงในสังคมมีที่ให้ส่งเสียงบ้าง — แม้จะเบากว่าเสียงของผู้มีอำนาจในสภาล่างก็ตาม
ที่มาส.ว.ญี่ปุ่น
ส.ว. ญี่ปุ่นมีจำนวน 248 คน มาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน แบ่งเป็น 2 ระบบคือ การเลือกตั้งแบบเขตและแบบสัดส่วน โดยมีการเลือกตั้งทุก 3 ปี ครั้งละครึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิก
อำนาจหน้าที่
- พิจารณาและให้ความเห็นชอบร่างกฎหมายที่ผ่านจากสภาผู้แทนราษฎร
- สามารถยับยั้งร่างกฎหมายได้ แต่สภาผู้แทนราษฎรสามารถยืนยันร่างเดิมด้วยเสียงข้างมาก
- มีส่วนร่วมในการเลือกนายกรัฐมนตรีร่วมกับสภาผู้แทนราษฎร
ข้อสังเกต
- แม้จะมีอำนาจในการยับยั้งร่างกฎหมาย แต่สภาผู้แทนราษฎรยังคงมีอำนาจเหนือกว่าในการยืนยันร่างกฎหมาย
- ระบบการเลือกตั้งแบบผสมช่วยให้มีตัวแทนจากหลากหลายกลุ่มในสังคม
เรื่องแนะนำ :
– ญี่ปุ่นพบพืชพิษร้ายแรงครั้งแรกในฮอกไกโด
– Kazurabashi สะพานที่ไม่มีราวกั้นในหุบเขา…แต่คนเดินข้ามกันมาหลายชั่วอายุคน
-อยู่ฟรี… ถ้ายอมช่วยถอนหญ้า Work Exchange ที่อบอุ่นเกินจะวัดค่าเป็นเงิน
– นิทรรศการศิลปะ Godzilla The Art Exhibition
– คดีสะกดรอยตามพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในญี่ปุ่น
ที่มาและรูปภาพ :
https://www.tokyoreview.net/2019/07/japan-explained-house-of-councilors/
#ส.ว. ญี่ปุ่นมีไว้ทำไม? : เบื้องหลังกลไกที่มากกว่าการถ่วงดุล #ส.ว. ญี่ปุ่น #การเมืองญี่ปุ่น


