MITSUBISHI: จากพ่อค้าเดินเรือ สู่ตำนานสามเพชร ตอนที่ 8 : สามเพชรแห่งอนาคต
รุ่งอรุณของศตวรรษที่ 21 ประเทศญี่ปุ่นก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่จากยุคอุตสาหกรรมสู่ยุคเทคโนโลยีดิจิทัล เมืองโตเกียว (Tōkyō / 東京) ที่เคยส่องแสงด้วยป้ายไฟนีออนกลายเป็นเมืองที่เปล่งประกายด้วยหน้าจอ LED และจอภาพดิจิทัลขนาดมหึมา เศรษฐกิจโลกกำลังเคลื่อนตัวด้วยพลังงานใหม่และข้อมูลเป็นศูนย์กลาง
สำหรับ มิตซูบิชิ (Mitsubishi / 三菱) ซึ่งมีอายุเกินกว่าศตวรรษแล้ว นี่ไม่ใช่เพียงอีกหนึ่งช่วงเวลาของการปรับตัว แต่คือบทใหม่ของการนิยามความหมายของ “การสร้างอนาคต”
หลังผ่านวิกฤตฟองสบู่ในทศวรรษ 1990 มิตซูบิชิได้เรียนรู้ว่าความยั่งยืนไม่อาจเกิดจากการเติบโตอย่างรวดเร็วอีกต่อไป แต่ต้องมาจากการสร้างคุณค่าอย่างต่อเนื่อง การร่วมมือกับสังคม และการคิดเพื่อคนรุ่นต่อไป แนวคิดนี้สะท้อนชัดในทุกบริษัทของกลุ่มมิตซูบิชิในช่วงต้นศตวรรษใหม่
ปี 2005 ธนาคารโตเกียว–มิตซูบิชิ (Bank of Tokyo–Mitsubishi / 東京三菱銀行) รวมกับธนาคารยูเอฟเจ (UFJ Bank / UFJ銀行) กลายเป็น “มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป” (Mitsubishi UFJ Financial Group / 三菱UFJフィナンシャル・グループ) หรือ MUFG ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทั้งด้านสินทรัพย์และเครือข่ายระหว่างประเทศ
MUFG ไม่ได้เป็นเพียงธนาคาร แต่เป็นศูนย์กลางของระบบการเงินในโลกยุคใหม่ ที่ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการให้บริการทางการเงินแก่ผู้คนทั่วโลก ตั้งแต่ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา จนถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัทนำแนวคิด “Finance for a Better Future” มาใช้ เพื่อให้สอดคล้องกับค่านิยมดั้งเดิมของมิตซูบิชิที่เน้นประโยชน์ต่อสังคมควบคู่กับผลกำไร
ในอีกด้านหนึ่ง มิตซูบิชิ เฮฟวี่ อินดัสตรีส์ (Mitsubishi Jūkōgyō / 三菱重工業) ยังคงเป็นผู้นำของอุตสาหกรรมหนักญี่ปุ่นในยุคใหม่ บริษัทหันมาเน้นเทคโนโลยีพลังงานสะอาด เช่น โรงไฟฟ้าพลังงานลม ระบบผลิตไฟฟ้าจากไฮโดรเจน และเทคโนโลยีลดการปล่อยคาร์บอน (Carbon Capture and Storage)
ในปี 2014 บริษัทได้เปิดตัวโครงการ “Mitsubishi SpaceJet” ซึ่งเป็นโครงการสร้างเครื่องบินโดยสารขนาดเล็กที่ออกแบบและพัฒนาโดยญี่ปุ่นเอง แม้โครงการจะต้องหยุดชั่วคราวในภายหลังเพราะผลกระทบทางเศรษฐกิจ แต่ SpaceJet ก็ถือเป็นสัญลักษณ์ของความกล้าที่จะสร้างนวัตกรรมของคนญี่ปุ่นในศตวรรษที่ 21
ขณะที่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (Mitsubishi Jidōsha / 三菱自動車) ก็เริ่มต้นเส้นทางใหม่อีกครั้งในยุคที่โลกหันมาสนใจพลังงานสะอาดและความยั่งยืน บริษัทเปิดตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้า “ไอ–มีฟ (i-MiEV / アイ・ミーブ)” ในปี 2009 ซึ่งถือเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าผลิตจำนวนมากรุ่นแรกของญี่ปุ่น รถคันเล็กสีขาวที่เคลื่อนไปอย่างเงียบงามในถนนแคบๆ ของเมืองคะมะคุระ (Kamakura / 鎌倉) กลายเป็นสัญลักษณ์ของความฝันใหม่ของญี่ปุ่นที่ต้องการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ในปีต่อมา มิตซูบิชิ มอเตอร์สยังเป็นผู้นำในการพัฒนาเทคโนโลยี “ปลั๊กอินไฮบริด (Plug-in Hybrid / プラグインハイブリッド)” โดยเปิดตัวรุ่น “เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี (Outlander PHEV / アウトランダーPHEV)” ที่ได้รับความนิยมทั่วโลก กลายเป็นหนึ่งในรถไฮบริดยอดขายสูงสุดของยุโรปในเวลานั้น
ด้านเทคโนโลยี มิตซูบิชิ เดนกิ (Mitsubishi Denki / 三菱電機) ได้พัฒนาเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และระบบอัตโนมัติที่มีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมโลก จากเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านไปจนถึงระบบควบคุมในสถานีรถไฟใต้ดิน โตเกียวเมโทร (Tōkyō Metro / 東京メトロ) บริษัทมีส่วนร่วมในโครงการพัฒนาเทคโนโลยีดาวเทียมของญี่ปุ่น เช่น ดาวเทียม “ฮิมาวาริ (Himawari / ひまわり)” ที่ใช้สำหรับตรวจอากาศทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ในยุคที่โลกพูดถึงคำว่า “SDGs” หรือ “Sustainable Development Goals” ขององค์การสหประชาชาติ มิตซูบิชิทุกบริษัทในเครือได้ปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับแนวทางนี้ พวกเขาเริ่มโครงการด้านสิ่งแวดล้อม การศึกษา และสังคมมากมาย เช่น การสร้างระบบพลังงานหมุนเวียนในหมู่บ้านห่างไกลของอินโดนีเซีย โครงการสนับสนุนการศึกษาในภูมิภาคเอเชีย และการพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับเมืองอัจฉริยะในญี่ปุ่น
ภาพของ “สามเพชร” จึงไม่ได้เป็นเพียงโลโก้ของกลุ่มธุรกิจอีกต่อไป แต่กลายเป็นเครื่องหมายของความรับผิดชอบและความมุ่งมั่นต่อโลกยุคใหม่
ในศตวรรษที่ 21 มิตซูบิชิได้ก้าวไปไกลเกินกว่าอุตสาหกรรมหนักหรือรถยนต์ มันกลายเป็น “ระบบแห่งคุณค่า” ที่ส่งต่อพลังงาน ความรู้ และเทคโนโลยีไปทั่วโลก กลุ่มบริษัทภายใต้เครือข่ายมิตซูบิชิมีมากกว่า 600 แห่ง ครอบคลุมตั้งแต่เทคโนโลยีอวกาศ การเงิน โลจิสติกส์ ไปจนถึงอาหารและอสังหาริมทรัพย์
ที่สำนักงานใหญ่ในมารุโนะอุจิ อาคารกระจกสูงสะท้อนแสงอาทิตย์ยามเช้า โลโก้สามเพชรสีแดงสดยังคงประดับอยู่บนยอดตึกเหมือนเดิม ราวกับกำลังบอกกับผู้คนที่เดินผ่านไปมาว่า “เรายังคงอยู่ตรงนี้ และจะยังคงก้าวต่อไป”
อิวาซากิ ยะตะโร (Iwasaki Yatarō / 岩崎 弥太郎)
แม้เวลาจะผ่านมาเกือบ 150 ปีนับตั้งแต่วันที่ชายจากจังหวัดโคจิ (Kōchi / 高知) ชื่ออิวาซากิ ยะตะโร (Iwasaki Yatarō / 岩崎 弥太郎) ตั้งบริษัทเดินเรือเล็กๆ ชื่อซึกุโมะ โชไก (Tsukumo Shōkai / 九十九商会) แต่จิตวิญญาณที่เขาทิ้งไว้ยังคงไม่เปลี่ยนไป
คือการทำงานเพื่อสังคม ความซื่อสัตย์ และความกล้าที่จะสร้างสิ่งใหม่
ในห้องประชุมของคินโยไก (Kin’yōkai / 金曜会) ทุกวันศุกร์ ผู้บริหารจากบริษัทในเครือมิตซูบิชิยังคงมานั่งล้อมโต๊ะไม้สีเข้มที่สืบทอดมาตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่สอง บนผนังด้านหนึ่งมีภาพถ่ายของยะตะโรในชุดกิโมโนสีดำ และด้านล่างของภาพมีข้อความสลักไว้ว่า…
“เราจะไม่หยุดสร้าง ไม่ว่าจะผ่านกี่ยุคสมัย”
แสงแดดยามบ่ายลอดผ่านหน้าต่างกระจกสะท้อนลงบนโลโก้สามเพชรที่ประดับอยู่กลางโต๊ะ เหมือนกับวันที่มันถูกออกแบบขึ้นครั้งแรกในศตวรรษก่อน
เพชรทั้งสามเม็ดนั้นไม่ได้ส่องแสงเพราะความมั่งคั่ง หากเพราะความหมายที่คนญี่ปุ่นมอบให้มันมาตลอดกว่า 150 ปี
-
- เพชรเม็ดแรกคือ ความซื่อสัตย์ (Shōji Kōmei / 処事光明)
- เพชรเม็ดที่สองคือ การอุทิศตนเพื่อสังคม (Shōki Hōkō / 所期奉公)
- เพชรเม็ดที่สามคือ การค้าขายอย่างมีคุณธรรม (Ritsugyō Bōeki / 立業貿易)
โลโก้สามเพชร
นี่คือมรดกที่แท้จริงของมิตซูบิชิ มรดกที่ไม่ได้อยู่ในตึกสูงหรือเรือรบ แต่สถิตอยู่ในหัวใจของคนญี่ปุ่นที่เชื่อว่า การสร้างสังคมที่ดีเริ่มต้นจากการทำงานด้วยความซื่อสัตย์ในทุกวัน
และในเช้าวันใหม่ที่สามเพชรสะท้อนแสงอีกครั้งบนท้องฟ้าเหนือโตเกียว เรื่องราวของมิตซูบิชิยังคงดำเนินต่อไปในมือของคนรุ่นใหม่ จากพ่อค้าเดินเรือแห่งโคจิ สู่เครือบริษัทระดับโลก “สามเพชรแห่งญี่ปุ่น” ยังคงเปล่งประกายอย่างเงียบงาม ในทุกลมหายใจของประเทศที่ไม่เคยหยุดสร้างอนาคตของตนเอง
เรื่องแนะนำ :
– MITSUBISHI: จากพ่อค้าเดินเรือ สู่ตำนานสามเพชร ตอนที่ 7 : ฟองสบู่และการเปลี่ยนผ่าน
– MITSUBISHI: จากพ่อค้าเดินเรือ สู่ตำนานสามเพชร ตอนที่ 6 : ยุคทองแห่งสามเพชร
– MITSUBISHI: จากพ่อค้าเดินเรือ สู่ตำนานสามเพชร ตอนที่ 5 : การเกิดใหม่หลังสงคราม
– MITSUBISHI: จากพ่อค้าเดินเรือ สู่ตำนานสามเพชร ตอนที่ 4 : มิตซูบิชิในสงคราม
– MITSUBISHI: จากพ่อค้าเดินเรือ สู่ตำนานสามเพชร ตอนที่ 3 : ทายาทอิวาซากิ กับอาณาจักรใหม่
– MITSUBISHI: จากพ่อค้าเดินเรือ สู่ตำนานสามเพชร ตอนที่ 2 : ขยายปีกสู่ทะเลและเหมือง
ขอบคุณรูปภาพ :
https://www.mhk.co.jp/
MITSUBISHI: จากพ่อค้าเดินเรือ สู่ตำนานสามเพชร ตอนที่ 8 : สามเพชรแห่งอนาคต #มิตซูบิชิ




