[The Dream without plan is just a wish]
Dear รสาลูกรัก #ForRasa30 #ForRasa20
จู่ๆ ปะป๊าก็กลัวขึ้นมาว่า วันนึง เกิดมีเรื่องอะไรขึ้นมาทำให้ปะป๊าไม่ได้สอนลูกตอนที่ลูกเติบใหญ่ อย่างน้อยปะป๊าเชื่อว่า web marumura แห่งนี้น่าจะยังอยู่ให้ลูกได้เบิกความคิด ประสบการณ์ของปะป๊าให้ลูกแก้เหงาได้ และวันนี้มันมีเรื่องนึงที่ปะป๊าอยากเล่าให้ลูกฟังมากๆ … คือความฝันและการวางเป้าหมาย
ปู่ย่าตายาย มีหน้าที่ชี้ภูเขาให้เธอ พ่อแม่ มีหน้าที่สอนวิธีปีนภูเขา… ส่วนคนปีนภูเขา ก็คือตัวเธอ
ปะป๊าไม่ค่อยชอบความคิดที่ว่าเราจะต้องเหลือสมบัติ หรือต้องทำให้ลูกสบายที่สุด ไม่ใช่เพราะปะป๊าไม่มีเงิน หรืออิจฉาคนมั่งคั่งใดๆ แต่ชีวิตของเราคงมีคุณค่าน้อยลงไป หากเราไม่ได้กล้าฝัน และเราคงจะไม่รู้เลยว่าตัวเราเองทำอะไรได้บ้าง หากมีพ่อแม่มายกภูเขาประเคนให้ลูกโดยไม่ต้องป่ายปีน
แต่หน้าที่พ่อแม่คือ ให้อุปกรณ์กับสอนวิธีปีนภูเขาให้ลูก… ปะป๊ายอมจ่ายค่าเทอมเกือบปีละล้านให้ลูกเพื่อหวังว่ามีคืออุปกรณ์ปีนเขาที่ดีที่สุดที่พ่อแม่พอจะหาให้ได้ แต่ตอนปีน… นั่นเป็นเรื่องของลูก
ตอนอยู่ญี่ปุ่น พวกเขาสอนปะป๊าว่า ให้สรุปเป้าหมายและแผนการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดๆ ก็ให้เขียนออกมาในกระดาษหนึ่งแผ่นหรือหนึ่งสไลด์

อย่างเช่น สมมติเราอยากมีรายได้ปีละสิบล้าน หัวบนสุดของกระดาษคือเป้าหมายที่จะต้องทำ คือ ① ตอนที่ปะป๊าเรียนที่ญี่ปุ่นเขาเรียกมันว่า 王座 (ภาษาไทยเขาอ่านว่า โอสะ) คือบัลลังก์พระราชา ส่วนอื่นๆ ของกระดาษจะต้องเขียนมาเพื่อ support เป้าหมายบัลลังก์พระราชาอันนี้
แต่ถัดมาแทนที่จะเขียนส่วนที่ ② คนญี่ปุ่นสอนว่า ให้เขียนส่วนที่สามด้านล่างก่อน เป็นการ brainstorm คือพยายามใส่ทั้งข้อมูล ไอเดีย ความคิดอาทิเช่น หนทางที่จะทำให้รายได้เพิ่ม ไพ่ในมือของตัวเรา ธุรกิจเราที่เราถืออยู่และเป็นข้อได้เปรียบ เราจะต้องมาจัดกลุ่ม หาข้อมูลเพิ่มเติม หรือทดความคิดในส่วน ③
หลังจากเขียน ① กับ ③ เสร็จแล้ว เนี่ยแหล่ะ ถึงมา How to ที่จะไปถึง เป้าหมาย 王座 เพราะแท้ที่จริงแล้ว how มันคือ plan คนญี่ปุ่นสอนบอกปะป๊าว่า ให้เขียน แผนออกมาเป็นข้อๆ bullet ต้องมีแค่ 2-4 ข้อเท่านั้น (ถ้าจะเอาให้ดีที่สุด ตามหลักการบิดาแห่งยอดนักนำเสนอที่ดังที่สุดในยุคของปะป๊า Steve Jobs บอกว่า ต้องเขียน 3 ข้อ)
The Dream without plan is just a wish เพราะความฝันที่ปราศจากแผน มันจะเป็นแค่ความปรารถนา
ปลายปี กลางกรุง กทม เด็กอายุ7-10 ขวบ รวมตัวกัน https://www.instagram.com/toklomband/ ขึ้นร้องเพลงที่ Central World เหมือนกับวงดนตรีเด็กๆ ของญี่ปุ่นที่อยากมีฝัน โดยเริ่มกันที่ชิบุยะ ชินจุกุ ปะป๊าได้มีโอกาสเห็นน้องๆ ขึ้นมาแสดง จริงอยู่ หากจะพูดถึงคำว่ามืออาชีพ ก็ยังอีกหลายปี แต่ระยะทางหมื่นลี้ย่อมเริ่มจากก้าวแรก

แต่พวกเขามีต้นทุนอย่างนึงที่เข้าข้างเด็กกลุ่มนี้มาก คือเขามีเวลาอีกเยอะให้ฝึก ให้ได้เติบโต ต่างจากหลายๆ คนที่ถึงจะมีฝันก็ใช่ว่าจะมีเวลาให้ได้ทำมากมาย แต่…อย่าคิดว่ามีแต่คนอายุน้อยจะฝันได้
คนที่มีความหวัง ไม่ใช่แค่เฉพาะหนุ่มสาว แม้แต่ผมอายุ 79 ปี และคนวัยเดียวกับผมอีกเยอะครับ
มีความหวังอยากเห็นประเทศเปลี่ยนแปลง
วันมูหะมัดนอร์ มะทา
แม้แต่ คนที่ทำ marumura จนถึงวันนี้ เขาก็ยังไม่หยุดฝัน หรือหยุดแผน มันพิสูจน์ได้ว่า ไม่มีอะไรสายเกินไป

ปะป๊าไม่รู้ว่า วันที่ลูกได้อ่านบทความนี้ ลูกปีนเขาอยู่ตรงไหน ลูกกำลังผิดหวัง หรือสมหวังแล้ว หรือลังเลในความฝันตัวเองมากแค่ไหน
ถึงแม้ประโยคคำคม ว่าคนวัยจะแปดสิบก็ยังมีฝัน จากประโยคข้างบน คนพูดจะโกหกก็ตาม แต่สิ่งที่เป็นความจริงแน่ๆ คือ อย่าฝันโดยไม่มีแผน
เรื่องที่เกี่ยวข้อง >>
– เมื่อบอสของผม สอนวิธีการครองโลก
– สิ่งมีชีวิต ที่เรียกว่า เมีย
– อยากจำกลับลืม อยากลืมกลับจำ
– Olympic Series – แด่ดวงดารา
– Olympic Series – นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า…?
#Dear รสาลูกรัก #ForRasa30 #ForRasa20 #The Dream without plan is just a wish


