“หมู่บ้านสุงิซาวะ” ตำนานหมู่บ้านที่หายไปจากแผนที่
ช่วงต้นยุคโชวะ ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่งที่อยู่ลึกบนภูเขาในจังหวัดอาโอโมริ ชื่อว่า “หมู่บ้านสุงิซาวะ (杉沢村)” จู่ๆ ชายหนุ่มคนหนึ่งก็คลุ้มคลั่ง สังหารคนในหมู่บ้านทั้งหมด สุดท้ายก็ปลิดชีวิตตัวเองตามไปด้วย หมู่บ้านสุงิซาวะจึงถูกทิ้งร้าง และหายไปจากแผนที่
แต่เหล่าวิญญาณมากมายที่ถูกฆ่ายังคงล่องลอยอยู่ในซากร้างของหมู่บ้านสุงิซาวะ และใครก็ตามที่หลงเข้าไป อาจถูกพาไปสู่เส้นทางแห่งความตาย
อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครรู้ตำแหน่งที่ตั้งของ “หมู่บ้านสุงิซาวะ”
ความเป็นมาของหมู่บ้านสุงิซาวะ
ตำนานของหมู่บ้านสุงิซาวะ ปรากฏเป็นครั้งแรกในบทความรวมเรื่องเล่าตำนานท้องถิ่น ที่จัดพิมพ์โดยมหาวิทยาลัยฮิโรซากิ (เมืองฮิโรซากิ จังหวัดอาโอโมริ) ตีพิมพ์เมื่อ ค.ศ.1995
บทความนี้เกิดจากการรวบรวมเรื่องเล่าตำนานที่นักศึกษามหาวิทยาลัยฮิโรซากิเคยได้ยินมา เรื่องราวของหมู่บ้านสุงิซาวะ ก็ถูกเล่าว่าเป็นสถานที่ลึกลับที่ขึ้นชื่อว่ามีตำนานน่ากลัว
ต่อมาในปี ค.ศ.1997 เรื่องราวของหมู่บ้านสุงิซาวะถูกโพสต์บนเว็บไซต์ พร้อมข้อมูลว่าหมู่บ้านสุงิซาวะตั้งอยู่ใกล้กับสนามบินอาโอโมริ มีถนนเพียงเส้นเดียวที่มุ่งสู่หมู่บ้าน ทางเข้าหมู่บ้านมีเสาโทริอิ และเมื่อเข้าไปในหมู่บ้าน ก็จะพบบ้านร้างหลังหนึ่งที่เต็มไปด้วยเลือดเปรอะเปื้อน และวิญญาณมากมายเฝ้ารออยู่
ยังว่ากันว่า ตรงทางเข้ามีหินรูปหัวกะโหลกอยู่ด้วย
จากข้อมูลเหล่านี้ ก็คงมีคนพยายามตามหากัน ว่าตำแหน่งที่ตั้งที่แท้จริงของ “หมู่บ้านสุงิซาวะ” อยู่ที่ไหนกันแน่
จนกระทั่ง…ในปี ค.ศ.1999 มีคนโพสต์รูปถ่ายสถานที่แห่งหนึ่ง โดยบอกว่าเป็นทางเข้า “หมู่บ้านสุงิซาวะ”
สถานที่นั้นมีลักษณะคล้ายกับข้อมูลที่มีคนเล่าไว้
เป็นรูปถ่ายเสาโทริอิไม้ มีต้นสนสูงใหญ่ขนาบ 2 ข้าง ข้างใต้โทริอิมีอนุสาวรีย์หินสลักว่า “เทพซารุตะฮิโกะ” ซึ่งเป็นเทพแห่งการนำทาง ทำให้เกิดประเทศญี่ปุ่น และเป็นจุดเริ่มต้นของทุกสรรพสิ่ง
ด้านหลังโทริอิเข้าไปนั้นเป็นป่ารก
ตำแหน่งของสถานที่นี้ อยู่บนภูเขาในหมู่บ้านโคสุงิ เมืองโอบาตาเกะซาวะ จังหวัดอาโอโมริ
(ชื่อหมู่บ้านกับชื่อเมือง คล้ายๆ ชื่อ “หมู่บ้านสุงิซาวะ”)
และสถานที่นี้ก็อยู่ใกล้สนามบินอาโอโมริด้วย ขับรถมาประมาณ 15 นาที
พิกัด https://maps.app.goo.gl/zpEpDgngR7DZ93kt6
ซากหมู่บ้านสุงิซาวะ
ข้างโทริอิที่เชื่อว่าเป็นทางเข้าหมู่บ้านนั้น ต้นไม้ถูกถางเป็นทางเดินเข้าไปในป่ารก แต่เมื่อเดินเข้าไปสักพักก็จะเจอพื้นที่โล่งกว้าง แตกต่างจากป่ารอบข้างที่หนาทึบ หากบอกว่าเคยมีหมู่บ้านอยู่ตรงนี้ก็ไม่น่าแปลกใจเลย
ภายในลานโล่งนี้มีอาคารเล็กๆ หลังคาสีแดงหลังหนึ่ง แล้วก็มีป้ายหลุมศพ 2-3 ป้ายตั้งอยู่ มีดอกไม้และขวดน้ำวางอุทิศไว้
แม้ว่าตามกูเกิลแมพ พื้นที่นี้จะชื่อว่า “หมู่บ้านโคสุงิ” แต่คนก็เรียกกันว่าเป็นซากของ “หมู่บ้านสุงิซาวะ”
และกลายเป็นสถานที่หลอนที่โด่งดังมาจนถึงปัจจุบัน รายการทีวีไปถ่ายทำ ยูทูบเบอร์ไปท้าพิสูจน์ เหล่าผู้กล้าเดินทางไปเยี่ยมเยียนมากมาย
ยูทูบเบอร์คนหนึ่งเดินเข้าไปในป่าตอนกลางคืน สำรวจซากของหมู่บ้านสุงิซาวะ พอเดินเข้าไปลึกๆ ก็ได้ยินเสียงเหมือนเสียงเด็กเตือนว่า “อย่าไปทางนั้น”
ศาลเจ้าอิชิงามิ ทางเข้าหมู่บ้านสุงิซาวะ
นอกจากนี้ จากข้อมูลที่ว่า “ทางเข้ามีหินรูปหัวกะโหลกอยู่”
ทำให้มีอีกสถานที่นึงที่คนสงสัยว่าอาจจะเป็น “หมู่บ้านสุงิซาวะ” ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่แรก
ศาลเจ้าอิชิงามิ (石神神社) เป็นศาลเจ้าบนภูเขา ห้อมล้อมด้วยป่า โทริอิเรียงรายตามทางเดินขึ้นบันไดหิน และในศาลเจ้ามีก้อนหินขนาดใหญ่ 2 เมตร ที่รูปร่างเหมือนกะโหลก มีเบ้าลูกตา 2 ข้าง เป็นหินศักดิ์สิทธิ์ที่คนสักการะขอพรให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บ โดยเฉพาะโรคเกี่ยวกับดวงตา
คนก็เลยว่ากันว่า ศาลเจ้าแห่งนี้อาจจะเป็นทางเข้าของ “หมู่บ้านสุงิซาวะ” ก็ได้
พิกัด ศาลเจ้าอิชิงามิ https://maps.app.goo.gl/wsKp4L2uZHzsSSBd8
คดีฆาตกรรมทั้งครอบครัว
ข้อมูลของทางจังหวัดอาโอโมรินั้น ไม่มีบันทึกเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ชายหนุ่มสังหารคนทั้งหมู่บ้าน แต่มีคดีที่คล้ายกันอยู่
เมื่อปี ค.ศ.1953 เกิดเหตุฆาตกรรมครอบครัว 7 คน ที่หมู่บ้านนิอินะ (ปัจจุบัน คือ เมืองฮิโรซากิ ที่ตั้งของมหาวิทยาลัยฮิโรซากิ ที่เผยแพร่ตำนานของหมู่บ้านสุงิซาวะ เป็นครั้งแรก)
โดยผู้ก่อเหตุ ก็คือ ลูกชายของครอบครัวที่ถูกฆ่า
ฆาตกรเป็นลูกชายคนที่ 3 ของครอบครัวที่ทำสวนแอปเปิล พ่อของเขายกมรดกทั้งหมดให้ลูกชายคนโตสุด ตัวฆาตกรต้องออกไปใช้ชีวิตนอกบ้านอย่างยากจน เขารู้สึกว่าถูกพ่อและพี่ชายคนโตรังเกียจ
วันหนึ่ง ฆาตกรแอบเข้าไปในบ้านพ่อเพื่อหวังขโมยซุปมิโซะประทังชีวิต แล้วสายตาเขาก็ไปสะดุดเข้ากับปืนไรเฟิล ชั่วขณะนั้น เขาก็เกิดอาการหลอนหวาดระแวงขึ้นมาทันทีว่า “พ่อจะฆ่าเขา”
เขาจึงคิดว่า ต้องชิงลงมือ ก่อนจะถูกฆ่า
เที่ยงคืนของวันที่ 12 ธันวาคม 1953 เขาใช้ปืนนั้นยิงคนในบ้านทั้งหมด มี 7 คน ได้แก่ พ่อ, พี่ชายคนโต, ภรรยาของพี่ชายคนโต, ลูกชายของพี่ชายคนโต, ลูกสาวของพี่ชายคนโต, ย่า และป้า (พี่สาวของพ่อ)
และบ้านยังเกิดเพลิงไหม้ด้วย
ในการพิจารณาคดี ผู้ก่อเหตุถูกตัดสินว่า อยู่ในสภาพวิกลจริต จิตไม่ปกติ ในขณะที่เขาก่อเหตุ จึงไม่มีความผิดฐานฆาตกรรม
สิ่งที่พ่อของเขาทำอาจจะเลวร้ายจริงๆ ก็ได้ เพราะญาติและคนในหมู่บ้านต่างมาเป็นพยานช่วยให้เขารอดจากคดี มีหลักฐานว่าคนในครอบครัวมีประวัติป่วยทางสมอง ตัวผู้ก่อเหตุเองก็มีประวัติเจ็บป่วย และยังมีหลักฐานว่าผู้ก่อเหตุมีความเครียดสะสมจากสภาพแวดล้อมในครอบครัว
ผู้ก่อเหตุให้การว่า “คิดว่าพ่อจะฆ่า ก็เลยคว้าปืนมา และเมื่อรู้สึกตัวตื่นขึ้น พ่อก็นอนอยู่แทบเท้า ฉันจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้เลย”
ส่วนเรื่องเพลิงไหม้ คาดว่าไฟลุกจากการยิงปืน
หลังจากนั้น มรดกของพ่อถูกส่งทอดให้ลูกชายคนที่ 2
ผู้ก่อเหตุกับพี่ชายจึงช่วยกันทำสวนแอปเปิลจนประสบความสำเร็จ และใช้ชีวิตอย่างราบรื่นดี…
ลักษณะของคดีนี้เรียกได้ว่าใกล้เคียงกับตำนาน “หมู่บ้านสุงิซาวะ” มากที่สุด ซึ่งตำนานนี้ก็อาจเกิดจากการบอกเล่าจนผิดเพี้ยน หรือรวมหลายๆ เรื่องเข้าด้วยกันก็ได้
ทุกคนล่ะ คิดว่า “หมู่บ้านสุงิซาวะ” มีจริงไหม?
เรื่องแนะนำ :
– เกาะโอชิมะ เกาะร้างที่ศพคนโดดผาถูกซัดมารวมกัน
– อุโมงค์คิโยทากิ อุโมงค์ผีที่น่ากลัวที่สุดในเกียวโต
– “คาโกเมะ คาโกเมะ” การละเล่นปริศนาที่สุดของญี่ปุ่น
– 4 เรื่องเล่าหลอนเหตุแผ่นดินไหวโทโฮคุ
– สนามซ้อมรบที่เปื้อนเลือดผู้บริสุทธิ์ สู่ทุ่งดอกไม้สีคราม
ที่มาและรูปภาพ :
https://10mtv.jp/pc/column/article.php?column_article_id=3359
https://www.fujisan.co.jp/trends/?p=25314
https://web-mu.jp/history/14905/
https://newsee-media.com/niinamurajiken
#“หมู่บ้านสุงิซาวะ” ตำนานหมู่บ้านที่หายไปจากแผนที่ #หมู่บ้านหลอน #เที่ยวอาโอโมริ #Aomori #เรื่องเล่าผีญี่ปุ่น


