Nobel Series: น้ำ (ตา) …. “ไม่มีเทคโนโลยีใดจะถือกำเนิดขึ้นได้ โดยปราศจากคราบน้ำตา”
Dear Rasa #ForRasa10 #ForRasa20
เนื่องในช่วงที่ใกล้สัปดาห์วิทยาศาสตร์ ผมอยากเขียนเรื่อง Based on True Story ที่เป็นความทรงจำที่ดีที่สุดเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ ตอนที่ผู้เขียนอยู่ญี่ปุ่น…
ลึกลงไปในภูเขาคามิโอกะ จังหวัดกิฟุ เหมืองเก่าถูกเปลี่ยนเป็นห้องทดลองลึกลงไปใต้ดินหลายร้อยเมตร ที่นั่นเงียบ…เย็น…และมืดสนิท ราวกับไม่มีสิ่งมีชีวิตใดเคยก้าวย่างไปถึง แต่ที่นั่นเอง คือสถานที่ที่ความมืดที่สุด กลับทำให้โลกเห็น “แสง” ที่อยู่ไกลกว่ากาแล็กซีทางช้างเผือก…
มันคือบ้านของ “คามิโอกะเดน (Kamiokande)” — ห้องทดลองที่เต็มไปด้วยน้ำบริสุทธิ์ 50,000 ตัน ล้อมรอบด้วยหลอดตรวจจับแสง (Photomultiplier Tubes) หลายพันหลอด ที่สามารถตรวจจับแสงเพียงวาบเดียว…จากอนุภาคล่องหนที่ชื่อว่า “นิวตริโน (neutrino)”
นิวตริโนเป็นอนุภาคที่ไม่มีประจุไฟฟ้า มีมวลเล็กมาก (หรืออาจไม่มีมวลเลย) และสามารถผ่านวัตถุได้เกือบทุกชนิดโดยไม่มีปฏิสัมพันธ์ ในทุกๆ วินาที มีนิวตริโนหลายพันล้านล้านตัวผ่านเข้ามาในร่างกายเราแล้วผ่านออกไปอีกด้าน โดยที่เราไม่รู้สึกอะไรเลย นักวิทยาศาสตร์ตั้งชื่อเล่นให้มันว่า ผีแห่งจักรวาล

23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2530 (ค.ศ. 1987) – เวลา 07.35 น. (เวลาญี่ปุ่น)
ในระยะทาง 168,000 ปีแสงจากโลก ดาวมหาฤกษ์ใน Large Magellanic Cloud ได้ระเบิดเป็น Supernova 1987A – การระเบิดที่ปลดปล่อยพลังงานมากกว่าดวงอาทิตย์ที่เปล่งแสงตลอด หมื่นล้านปี
แต่ก่อนที่แสงจะเดินทางมาถึงโลก นิวตริโนหลายล้านล้านล้านตัวได้เดินทางผ่านอวกาศมาเป็นเวลากว่า 160,000 ปี และในเช้าวันนั้น…
อาจารย์ โคชิบะและคณะเห็นแสงวาบสีน้ำเงินอ่อนๆ ภายในถังน้ำ – เมื่อนิวตริโนพุ่งชนกับนิวเคลียสในน้ำ มันจะสร้างอิเล็กตรอนหรือมิวออนที่เคลื่อนที่เร็วกว่าแสงในน้ำ ทำให้เกิดแสงเชเรนคอฟสีน้ำเงินอ่อนๆ Cherenkov light
การค้นพบนี้ไม่ได้เป็นเพียงความสำเร็จทางวิทยาศาสตร์ แต่เป็นการเปิดเผยความลับของจักรวาลที่ซ่อนอยู่ในสิ่งที่เรียบง่ายที่สุด: น้ำ
11 เหตุการณ์จากอนุภาคนิวตริโนถูกบันทึกไว้วันนั้น นั่นเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่มนุษย์ตรวจจับนิวตริโนจากเหตุการณ์นอกโลกได้
มีคนเล่ากันว่า อาจารย์โคชิบะ ถึงขนาดหลั่งน้ำตา เพราะราคาของคามิโอกะเดนแม่งแพงมาก การที่ญี่ปุ่น ทุ่มเงินไม่อั้น ขนาดขุดภูเขา ก็เพื่อรอแสงของนิวตริโนวันนี้แหล่ะ…
ความพยายามของอาจารย์ไม่สูญเปล่า อาจารย์โคชิบะได้รางวัลโนเบลในปี 2002
คนในมหาวิทยาลัยโตเกียว ที่อาจาย์สังกัด แทบจะรุมกระโดดกอดอาจารย์ … เพราะมหาลัยที่อ้างตัวเองว่าเป็นมหาลัยที่เจ๋งที่สุด แต่แท้จริงแล้ว ก่อนปี 2000 โตไดไม่เคยได้รางวัลโนเบลสาขาวิทยาศาสตร์มาก่อน (ได้แต่วรรรณกรรม หรือเศรษฐศาสตร์ … ปล่อยให้มหาลัยเกียวโตะ ได้ไปก่อนตั้งหลายตัว) นี่คือ โนเบลที่โตได รอมาเป็นร้อยปี…
เมื่อก้าวแรกมาแล้ว… ก้าวที่สองก็ไม่นานเกินรอ
ที่ซุปเปอร์คามิโอกันเด เครื่องตรวจจับรุ่นใหม่ อาจารย์คาจิตะใช้เวลากว่า 10 ปีในการเก็บข้อมูลนิวตริโนจากบรรยากาศ และพบว่า นิวตริโน “สั่น (oscillate)” ไปมาระหว่างสาม flavor (อิเล็กตรอน, มิวออน, เทา) ซึ่งจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย…หากมันไม่มีมวล
การพิสูจน์นี้พลิกวงการฟิสิกส์โลก และทำให้อาจารย์คาจิตะได้รับรางวัลโนเบลฟิสิกส์ในปี 2015
มีนักวิทยาศาสตร์หลายคน เหน็บแนมอาจารย์ทั้งสองว่า.. เพราะอยู่ในมหาลัยโตเกียว ที่ยอมจ่ายยับ เพื่อเอาโนเบล หากพวกเขาได้เงินมาสร้างเจ้าเครื่องตรวจจับปาฏิหาริย์ พวกเขาก็น่าจะค้นพบนิวตริโนได้เช่นกัน
***แต่อย่าลืมว่า เหตุการณ์นี้ เหมือนกับสมัยนึงที่โคลัมบัสถูกเหน็บแนมว่า หากใครได้เรือแบบโคลัมบัส ก็คงพบแผ่นดินใหม่เช่นกัน… จนโคลัมบัสต้องท้าให้พวกปากมากเหล่านั้นตั้งไข่ บนโต๊ะ แต่ไม่มีใครทำได้ ส่วนโคลัมบัสอย่างที่ทุกท่านทราบที่เขาปักไข่ลงโต๊ะ เพื่อพิสูจน์ว่าถึงทุกคนจะมีอุปกรณ์แบบเขา ก็ใช่ว่าจะทำได้เช่นเขา
เช้าวันศุกร์ ปี 2002 อาจารย์ฟิสิกส์ เดินเข้ามาในห้องเรียน ก่อนจะเริ่มสอน อาจารย์พูดว่า
“เมื่อวานพวกเธอดูข่าวใช่ไหม… ค่ำคืนที่อาจารย์โคชิบะรับรางวัลโนเบลที่สวีเดน… เมื่ออาทิตย์ก่อนหน้า ผมยังกินราเมงกับเขาอยู่เลย ครูอยากให้พวกเธอตั้งใจเรียน… โนเบลไม่ใช่เรื่องไกลเกินฝัน”
ประโยคของอาจารย์ ยังคงติดตรึงในโสตประสาทของผม ของเด็กที่มาจากประเทศไทย ประเทศที่ไม่ได้มีเงินมากมายเพื่อวิทยาศาสตร์ ประเทศที่พวกเราไม่เคยเห็นใครได้โนเบลมาก่อน ประเทศที่บอกว่าจะใช้เทคโนโลยีนำพาประเทศ แต่ไม่เห็นการสนับสนุนเป็นรูปธรรม…. จนทำให้เราตั้งคำถาม
ฤาว่า เหรียญโนเบล จะอยู่ไกลเกิน สำหรับ คนไทยหรือเปล่านะ
เรื่องที่เกี่ยวข้อง >>
– Nobel Series : ดิน
– Nobel Series : เมื่อคนญี่ปุ่น คุยกับน้องหมาน้องแมวผ่านไลน์ได้
– รู้ไหมว่า…ตอนนี้ “สัตว์เลี้ยง” มีมากกว่าเด็กในญี่ปุ่นแล้ว
– เจ้าฝันอะไร ในวันที่ดินแดนไม่มีหวัง
– ทำดีย์ คนดีย์ อะไรถึงเรียกว่าดี (TOYOTA VERSION)
#Nobel Series: น้ำ (ตา) …. “ไม่มีเทคโนโลยีใดจะถือกำเนิดขึ้นได้ โดยปราศจากคราบน้ำตา”


