Nobel Series : ดิน
“ไม่มีสงครามใดจะจบลงได้ โดยปราศจากศพทหาร”
“ไม่มีความสำเร็จใดจะเกิดขึ้น โดยปราศจากการเสียสละของคนที่รัก”
“ไม่มีเทคโนโลยีใดจะถือกำเนิด โดยปราศจากคราบน้ำตา”
Dear Rasa #ForRasa10 #ForRasa20
ไม่นานนี้ ผู้เขียนเล่าเรื่องวิทยาศาสตร์ และพูดถึงสงครามไทย-กัมพูชาให้ลูกสาวฟัง… สิ่งที่ได้ยินจากปากลูกสาวผมเอง ทำให้ผมประทับใจ
“หนูจะเรียนให้เยอะๆ … จะสร้างหุ่นยนต์เพื่อหยุดสงคราม”
ดูเหมือนเรื่องแต่ทำให้ไปนึกถึงตัวละครตัวนึงในการ์ตูน “ดราก้อนบอล” … เด็กสมัยใหม่อาจจะไม่รู้จักแล้ว แต่ในยุคของผู้เขียน “บลูม่า” คือนางเอกของการ์ตูนเรื่องนี้ที่แท้จริง
ในยามที่เกิดวิกฤต ประวัติศาสตร์บอกเสมอว่า วิธีแก้ไขมีเพียงหนึ่งเดียว คือเปลี่ยนผู้นำ!!
ในสงครามโลกครั้งที่สอง “เนวิลล์ แชมเบอร์เลน” นายกฯ ของอังกฤษพลาดท่าต่อฮิตเลอร์ มีการเปลี่ยนผู้นำใหม่เป็น “วินสตัน เชอร์ชิล” และหลังจากนั้น ทุกท่านก็รู้กันว่า เชอร์ชิลกลายเป็นประวัติศาสตร์ เป็นพระเอกของสงครามโลก
ในเรื่องดราก้อนบอล เคยมีตอนพิเศษที่เขียนถึงโลกที่ไม่มีโกคู… โลกโดนจักรกลยึดทำลาย เหลือเพียงสองนักสู้ Z คู่สุดท้ายคือโกฮังกับทรังคซ์ ที่ยืนหยัดต่อสู้ … แต่ก็ไร้ความหวัง
เพียงแค่บลูม่าคิดถึงสิ่งที่ต่างออกไป จนดูเหมือนนักประดิษฐ์เพ้อเจ้อ เธอคิดจะหยุดสงครามนี้ โดยการย้อนเวลาไป และเชื่อว่าหากผู้นำแห่งความหวังที่ชื่อ “โกคู” ยังอยู่ โลกคงจะไม่วิกฤต
ไทม์แมชีน!
แต่การเดินทางข้ามเวลาไม่ใช่เรื่องง่าย… บลูม่าน่าจะทรมานกับปัญหาทางฟิสิกส์ที่ยากที่สุด
ทฤษฎีสัมพันธภาพของไอน์สไตน์ บอกว่าเวลาและพื้นที่เป็นหนึ่งเดียวกัน หากต้องการบิดเบือนเวลา เธอต้องสร้างแรงโน้มถ่วงที่มหาศาล หรือเคลื่อนที่ด้วยความเร็วแสง แต่นั่น! ต้องใช้พลังงานเท่ากับมวลของดวงอาทิตย์
ทฤษฎีควอนตัม เสนออีกทางเลือก หลุมเวิร์มหรือ “Einstein-Rosen Bridge” – อุโมงค์ในอวกาศเวลาที่เชื่อมต่อจุดสองจุดที่ห่างไกลกัน แต่… การสร้างหลุมเวิร์มที่เสถียร ก็ต้องใช้ Exotic Matter ที่มีความหนาแน่นของพลังงานเป็นลบ
*** นักฟิสิกส์ Kip Thorne และ Michael Morris เสนอทฤษฎีว่า ถ้าอยากสร้าง wormhole ที่มนุษย์สามารถเดินทางผ่านได้ (Traversable Wormhole) ต้องใช้ Exotic Matter เพื่อรักษา “ช่อง” ของ wormhole ไม่ให้ยุบตัวลง เพราะแรงโน้มถ่วงมหาศาลจะปิดมันทันที ถ้าไม่มีพลังงานเชิงลบค้ำจุน***
เรื่องสุดท้ายที่ในเรื่องดราก้อนบอลก็พูดไว้ ซึ่งโลกในตอนนี้ เชื่อมากๆ ว่า มันเป็นเช่นนั้น…
“ทฤษฎี Many-Worlds Interpretation”
“หากอนาคตแต่ละแบบเป็นจักรวาลคู่ขนาน การเปลี่ยนแปลงอดีตจะสร้างเส้นเวลาใหม่ ไม่ใช่ลบล้างเส้นเวลาเดิม”
ก็เหมือนที่ “ทรังค์ซ” บอกว่าบลูม่าแค่อยากจะเห็นสักโลกนึง ที่มนุษย์ชนะจักรกล และไม่ทุกข์ทรมานแบบที่เธอเจอ
แต่ผลลัพธ์ดีเกินคาดในเรื่องดราก้อนบอลเล่มที่ 28 ไทม์แมนชีนของบลูม่า ไม่ใช่แค่จะทำให้โลกที่ย้อนเวลากลับไปชนะจักรกลได้เท่านั้น แต่เมื่อทรังคซ์ย้อนเวลากลับไปเจอโกคู ก็ได้ know how มากมายจนกอบกู้โลกสำเร็จ!!

ในการ์ตูนดราก้อนบอล คนทั่วไปมักจดจำทรังค์ซผู้กล้าที่เดินทางข้ามเวลามาช่วยโลก แต่ความจริงแล้ว ผู้ที่แท้จริงที่กอบกู้โลกคือบลูม่า…
“การกอบกู้โลกที่แท้จริง ไม่ได้เกิดจากพลังถล่มสุริยจักรวาล แต่เกิดจากวิทยาศาสตร์”
จากประโยคที่ดูเพ้อเจ้อของลูกสาวตัวเอง ที่เธอคิดจะปกป้องดินแดนที่รัก ด้วยวิทยาศาสตร์ ผมจงใจเขียนเรื่องสั้นเป็นซีรีส์เอาไว้ เพราะมันใกล้วันวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยแล้ว…
และผู้เขียนเชื่อจากก้นบึ้งหัวใจเองว่าวิกฤตของเราในระยะยาว จำเป็นต้องใช้คนรุ่นใหม่จำนวนมาก ที่ต้องรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อแก้ปัญหา
(ลองหันไปดูสิ อเมริกาเป็นเจ้าโลกเพราะเขามีเทคโนโลยี… ญี่ปุ่นรุ่งเรืองจากดินเปล่าได้ก็เพราะเป็นนักประดิษฐ์ มังกรจีนหรือเวียดนามเงยหน้าบนเวทีโลกได้ก็เพราะ STEM)
สุดท้าย ดีใจที่ญี่ปุ่นยังไม่หลงลืมบูชาทีเด็ดของตัวเอง “วิทยาศาสตร์การประดิษฐ์” ด้วยโฆษณาชิ้นนึง…

“เรื่องราวนั้น เริ่มต้นด้วยด้วยสิ่งประดิษฐ์ชิ้นหนึ่ง”
“ไม่ว่ายุคไหน นักประดิษฐ์ก็ทำให้โลกนี้สนุก”
“เพราะอย่างนั้น เหล่าวิศกรทั้งหลาย…”
“มาสร้างสรรค์โลกกันเถอะ”
เรื่องที่เกี่ยวข้อง >>
– Nobel Series : เมื่อคนญี่ปุ่น คุยกับน้องหมาน้องแมวผ่านไลน์ได้
– รู้ไหมว่า…ตอนนี้ “สัตว์เลี้ยง” มีมากกว่าเด็กในญี่ปุ่นแล้ว
– เจ้าฝันอะไร ในวันที่ดินแดนไม่มีหวัง
– ทำดีย์ คนดีย์ อะไรถึงเรียกว่าดี (TOYOTA VERSION)
– 4-1 = 0 The end game
#Nobel Series : ดิน


