คั่นรายการ โดย Lordofwar Nick
เมื่อญี่ปุ่นต้อง “แปลงสาร” ในวิดีโอเกมเพื่อไม่ให้ “ขัดใจฝรั่ง”
ตั้งแต่โลกเรามีกระแสที่เรียกว่า “โลกาภิวัฒน์” ในช่วงปลายยุค 90 คือช่วงที่เรากำลังจะเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 (คือเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน) ดูเหมือนว่าชนชาติต่างๆ ในโลกเริ่มที่จะ “แชร์” วัฒนธรรม ค่านิยม รวมถึงรสนิยมในอาหาร ความบันเทิง อะไรต่างๆ ร่วมกัน สิ่งที่เคยเป็นอะไรที่แค่ของท้องถิ่น ของชนชาติหนึ่ง กลายเป็นของที่รู้สึกรับรู้หรือนิยมชมชอบกันในระดับโลกได้ แต่ แต่ แต่ ครับ ก่อนหน้านั้น รสนิยม ค่านิยม อะไรต่างๆ ยังถูกขีดเส้นแบ่งแยกแบบ ของใครของมันอยู่มาก ดังนั้น เมื่อวิดีโอเกมของญี่ปุ่นคิดจะเอาตัวเกมไปขายฝรั่ง จึงต้องมีการ “แปลงสาร” ดัดแปลงเนื้อหา กราฟฟิค หรืออาร์ตเวิร์ค เพื่อให้ “ถูกกับ” รสนิยมฝรั่งบ้าง เพื่อไม่ให้กระทบใจขัดใจฝรั่งบ้าง ในบางประเด็นที่ “อ่อนไหว” โดยเฉพาะการเมือง
คือหลังจากที่ผมได้เขียนเรื่องเกม Advanced Daisenryaku ก็เลยคิดว่า อ่ะ ไหนๆ ก็ไหนๆ มาเขียนเรื่องนี้ต่อให้เป็นบันทึกประวัติศาสตร์ไปเลยดีกว่า
อย่างว่าแหละครับ เด็กไทยยุค 80-90 น่ะ เรารับวิดีโอเกมมาจาก “ญี่ปุ่น” ครับ ในยุคที่ยังเป็นตลับ (นับแต่แฟมิคอมมาเลย) พอมาหลังๆ (หลังปี 2000) ผมเพิ่งได้มารับรู้ รู้จักเกมของฝรั่งแล้วก็ตกใจครับว่า เห้ย มันแปลงสารกันขนาดนี้เลยเหรอ
การแปลงสารนั้น มีหลายระดับ ระดับเบาะๆ สุดก็ แค่เปลี่ยนชื่อ อย่างเกม Rockman ของญี่ปุ่น เอาชื่อแบบนี้ไปขายฝรั่งนี่ ฝรั่งคงไม่เก็ต เลยต้องเปลี่ยนชื่อเป็น Mega Man อะไรก็ไม่เจ็บเท่างานอาร์ตเวิร์คโฆษณานี่แหละ คนญี่ปุ่นขอบอะไรที่น่ารักแนว SD แต่ฝรั่งคงมองว่า “มันผิดสัดส่วนว่ะ” มันเลยทำอาร์ตเวิร์คออกมาแบบนี้

By Capcom – http://www.capcom.co.jp/, Fair use, Link
งานคัฟเวอร์อาร์ต ROCKMAN ปี 1987 (ที่มา wikipedia)

By GameSpot, [1], Fair use, Link
งานคัฟเวอร์อาร์ตสุดห่วยในเวอร์ชั่นอเมริกาเหนือครับ แต่ถึงมันจะห่วย มันก็สะท้อนให้เห็นถึง “รสนิยม” ของตัวละครฮีโร่ที่ไม่เหมือนกันระหว่างเด็กญี่ปุ่นกับเด็กฝรั่งยุคนั้น (ที่มา wikipedia)

เอิ่ม นี่มันไม่ใช่ ROCKMAN ที่กลูรู้จักแล้ว 555 (ที่มา x.com)

By Capcom – GiantBomb, Fair use, Link
ไม่เป็นไรครับ นั่นมันคือสมัยก่อน ยุคนี้โลกาภิวัฒน์แล้ว และฝรั่งก็ยอมรับอะไรที่เป็นอนิเมะญี่ปุ่นแล้วครับ นี่คือ Mega Man 11 ที่ต่างกับ Rockman แค่ชื่อแล้ว (ที่มา wikipedia)
ทีนี้เรามาดูเรื่องการแปลงสารในวิดีโอเกมด้วยเหตุผลทางการเมืองบ้าง
สมัยก่อนยุคแฟมิคอม มีเกมนึงที่ผมชอบเล่นกับเพื่อน สมัยนั้นด้วยความที่คนไทยส่วนใหญ่อ่านภาษาญี่ปุ่นกันไม่ออก จึงทำให้เกิดการ “ตั้งชื่อเกมเอาเอง” กันไปหลายเกม อย่างเกม Castlevania เนี่ย ชื่อภาคญี่ปุ่นคือ อะคุมะโจ ดราคิวล่า (悪魔城ドラキュラ) “ปราสาทมารแดร็กคูล่า” แต่คนไทยเหรอ ตั้งชื่อว่า “เกมแส้” เฉยเลย (สัส 555 ก็พระเอกใช้แส้ไงแหม) เกมที่ผมจะพูดนี่ก็ เหมือนกัน ไม่รู้จะเรียกอะไร เรียกชื่อเกมนี้ว่า “คิวบา” ครับ
หลังจากที่ผมเรียนภาษาญี่ปุน แล้วกลับไปอ่าน พอรู้เนื้อเรื่องนี่ ขนลุกเลย สัส
ชื่อเกมนี้จริงๆ คือ “เกบารา” ครับ (ออกโดย SNK น่าจะปี 1987) และตัวเราที่เป็นคนเล่นคนที่หนึ่ง จะรับบทเป็น เช เกบารา “พี่เช” ส่วนคนเล่นคนที่สองจะเป็น ฟิเดล กัสโตร ครับ (สัสเอ้ย) แล้วเนื้อเรื่องของเกมนี้คือ เรากับเพื่อน (พี่เชกับฟิเดล กัสโตร) จะควงปืนลุยเข้าไป ช่วยตัวประกัน สังหารศัตรู ปลดปล่อยเมืองต่างๆ ไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายคือโค่นเผด็จการบาติสตาแห่งคิวบา (สาสสสสสสสสส) เนื้อเรื่องนี้ผมกล้ายืนยันนั่งยันนอนยันเลย ว่าปรากฎในเกม (จะขึ้นข้อความหลังเราเคลียร์แต่ละฉากได้) ช่างกล้าเอาประวัติศาสตร์มาเล่นเนาะ

โดย Alberto Korda, restored by Adam Cuerden – Minerva Auctions, สาธารณสมบัติ, ลิงก์
“เช ยังไม่ตาย” ว่าไปนั่น 555 (ที่มา wikipedia)

ส่วนคนนี้ พี่ “เช ชวาลา” ครับ ไม่มีในประวัติศาสตร์จริง ไม่มีในเกมด้วยนะเอ้อ

โดย Unknown (Mondadori Publishers) – [1], สาธารณสมบัติ, ลิงก์
ฟิเดล กัสโตร (ที่มา wikipedia)

โดย Cuban government – http://www.peres-fondateurs.com/~resistance/?page_id=118, สาธารณสมบัติ, ลิงก์
ฟุลเฮนซิโอ บาติสตา ประธานาธิบดีคิวบาที่เป็นพวกโปรอเมริกัน ภายหลังพ่ายแพ้ต่อกองกำลังกบฎของเช เกบารา แล้วหนีไปอยู่สเปนจนหัวใจวายตายในปี 1973 ส่วนในเกมนั้นจะโดนถล่มตายคาที่จ้า (ที่มา wikipedia)
แน่นอน เนื้อเรื่องแบบนี้ เด็กญี่ปุ่นคงอินอยู่ แหม่ มีหน้าก่อนเปิดเกมออกมาเลยว่า “ขออุทิศแด่ วีรบุรุษแห่งการปฏิวัติคิวบา เช เกบารา” ปลุกใจกันซะขนาดนี้

“ขออุทิศแด่ วีรบุรุษแห่งการปฏิวัติคิวบา เช เกบารา” (ที่มา zeruzeru0000.com)
เด็กญี่ปุ่นคงอินครับ ดีไม่ดีอาจแอบฟินด้วย ได้เล่นเกมว่า อา ตัวเรานี้ได้เป็นวีรบุรุษปลดปล่อยประเทศจากผู้เผด็จการ แต่ผู้ใหญ่ฝรั่งคงไม่ปลื้มแน่ครับ ดันเอานักรบกองโจรที่หัวเอียงไปทางคอมมิวนิสต์สายโซเวียตมาเชิดชูเป็นฮีโร่เนี่ย (เอามาเป็นเกมให้ลูกหลานเล่น) ครับ พอจะเอาเกมนี้ไปขายที่อเมริกา เลยต้องลบชื่อบุคคลออกซะ แล้วเปลี่ยนชื่อเกมเป็น Guerrilla War เนื่อเรื่องประมาณว่านักรบกองโจรสองคน (ไม่ต้องไปเอ่ยชื่อมันหรอก) สู้เพื่อปลดปล่อยเกาะอะไรก็ไม่รู้ในทะเลแคริบเบียน เพื่อโค่นล้มเผด็จการ (ชื่ออะไรก็ไม่ต้องไประบุหรอก 555) ไปซะงั้น

By http://image.com.com/gamespot/images/bigboxshots/1/587321_39588_front.jpg, Fair use, Link
คัฟเวอร์อาร์ตของเกม Guerrilla War (ที่มา wikipedia)

“จงโห่ร้องอวยชัยให้แก่ เหล่าวีรชนแห่งการปฏิวัติ” ไม่ระบุชื่อ แต่โชว์หน้าหราเลยเนี่ยนะ 555 (ที่มา.thevintagegamers.com)
อีกเกมนึงที่แรร์ใช้ได้เลย (ไม่น่ามีคนพูดถึง) ก็คือเกมนี้ครับ ฮิตโตร่า โนะ ฟุคคัสสึ (“ฮิตเลอร์คืนชีพ”) ท็อป ซีเครต (ヒットラーの復活 トップシークレット) ออกโดย Capcom ในปี 1989 เนื้อเรื่องประมาณว่า พระเอกที่ชื่อสเปนเซอร์นั้น ได้รับคำสั่งให้ไปช่วยฮีโร่ที่ชื่อ Super Joe จากที่คุมขังของศัตรู ซึ่งเหมือนจะประมาณเป็นนีโอนาซี และก็ต้องหยุดยั้งแผนการของพวกมันที่คิดจะ “ฟื้นคืนชีพ” ให้แก่ฮิตเลอร์ จนฉากสุดท้ายเราก็จะได้พบกับฮิตเลอร์ที่คืนชีพ และก็จะได้สู้กับบอสตัวสุดท้ายคือฮิตเลอร์ (คิดได้ไงวะ) เกมนี้จริงๆ เกมเพลย์โดดเด่นมาก พระเอกกระโดดไม่ได้แต่ต้องยิงสลิงโหนไปมา มีระบบแผนที่และภารกิจที่ต้องเก็บไอเท็มบางตัวเพื่อผ่านด่าน (เช่น เครื่องสื่อสาร) ซึ่งแนวทางนี้ผมว่าเป็นต้นแบบของเกมแนวแอ็กชั่นผจญภัยแบบ Bio Hazard เลยนะ

อาร์ตเวิร์คของเกมนี้ (ที่มา ne.jp)

วาระสุดท้ายของฮิตเลอร์ ในเกมนะ (ที่มา bn-sport.co.jp)
แน่นอน ฮิตเลอร์ก็ดี นาซีก็ดี ล้วนเป็นประวัติศาสตร์ที่ “ไม่อยากพูดถึง” สำหรับฝรั่งโดยเฉพาะฝรั่งยุโรป ฉะนั้น พอจะเอาเกมนี้ไปขาย ก็ต้อง “แปลงสาร” กันใหม่ ลบสัญลักษณ์สวัสดิกะนาซีออกไป เปลี่ยนชื่อ “ฮิตเลอร์” ในเกมเป็น Master-D อะไรประมาณนี้ เปลี่ยนชื่อเกมเป็น Bionic Commando (แต่พระเอกชื่อสเปนเซอร์เหมือนเดิมนาจา)
และ ด้วยความโดดเด่นของเกมเพลย์พระเอกโหนสลิง ทำให้ Bionic Commando ได้ไปต่อในโลกตะวันตก จ้า ทำภาคใหม่ๆ ออกมาให้เล่นเรื่อยๆ แต่มันก็คือ Bionic Commando นี่จุดเด่นอยู่ที่พระเอกอย่างเดียวแหละ แต่เนื้อเรื่องก็ไม่มีการเอานาซีอะไรมาเล่นอีกแล้ว

By http://www.tothegame.com/res/game/7321/boxshot_uk_large.jpg, Fair use, Link
Bionic Commando ฉบับปี 2009 (ที่มา wikipedia)
อ่ะ ปิดท้ายกันด้วยเคสนี้ที่ผมอึ้งไปเลย ถ้าใครแต่ก่อนชอบดูหนังโทคุซัทสึแนว Metal Hero น่าจะรู้จักตัวนี้ “โซลเบรน” ซึ่งซีรีส์ต้นฉบับเองค่อนข้างแป้ก เพราะมันมาแนวกู้ภัย ไม่ค่อยมีแอ็กชั่นอะไรนัก (เขาว่ากันว่า เพราะคนอาจจะคาดหวังเยอะ มันมาต่อจากวินสเปกเตอร์ไง แล้ววินสเปกเตอร์มันดังมากตอนนั้น ส่วนตัวผมๆ ว่าวินสเปกเตอร์เด่นเด้งกว่าเยอะ)

โซลเบรน (ที่มา amazon.co.jp)

ว่ากันว่า ด้วยความที่โซลเบรนเรตติ้งไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ตอนหลังๆ เลยต้องดึงวินสเปคเตอร์มาแจมเพื่อเรียกคนดู (ที่มา facebook)
แต่ แต่ พอเอามาทำเป็นเกม (ออกโดย Natsume ในปี 1991) ดันกลายเป็นว่า มันส์ใช้ได้เลยครับ เกมเพลย์ดี ฉับไว พระเอกเริ่มมาจากไม่เท่าไหร่เพราะมีแต่หมัดลุ่นๆ แต่ถ้าเก็บสัญลักษณ์อัลฟา (α) หรือเบต้า (β) ครบสามอันได้ จะได้ยูนิตหุ่นยนต์มาช่วยเสริมการโจมตี (ซึ่งก็ประสมกันได้ถึง 8 แบบ เช่น ααβ จะยิงแสงเลเซอร์ αβα จะกลายเป็นฟันดาบ) ยูนิตเสริมยังใช้เกาะพาพระเอกขึ้นที่สูงได้ด้วย (ลอยขึ้นแนวดิ่งเท่านั้น) ยิ่งกว่านั้น ถ้าเก็บอัลฟาหรือเบต้าในคอมบิเนชั่นเดียวกันครบสองครั้งในสเตจเดียวกัน (เช่น ααβ สองทีซ้ำกัน) ได้ จะได้ปืนมหาประลัยพร้อมกับพลังคุ้มกาย HP ไม่ลด (ในเวลาจำกัดนะ) อีกด้วย แอ็กชั่นมันทีเดียว ทั้งกระโดด เกาะลูกกรงเหล็ก บอสก็เดือดใช้ได้ สนุกจริงอะไรจริง

ภาพพระเอกถอดหมวกตอนจบ (ที่มา youtube)
แต่ แต่ แต่
ด้วยเกมเพลย์ที่ดี จึงน่าเอาไปขายฝรั่งใช่ไหมครับ
แต่สงสัยฝรั่งมันคงไม่รู้จัก “โซลเบรน” พอจะเอาเกมนี้ไปขายฝรั่ง เลยต้องดัดแปลงรูปร่างหน้าตาของพระเอกใหม่ให้ออกแนวๆ คนเหล็กอาร์โนลด์ กลายเป็นชื่อเกม Shatterhand ไปเลยซะงั้น

หน้าตาพระเอก Shatterhand (ที่มา Twentieth Century Gamer)
พูดไปแล้วหน้าตาพระเอกสไตล์คนเหล็กนี่ถือเป็นสมัยนิยมของฝรั่งยุคนั้นเลยนะครับ อย่างเกมที่พระเอกขว้างบูมเมอร์แรงอันนี้ของญี่ปุ่น “พาวเวอร์ เบรเซอร์” (ออกโดย Taito ในปี 1990) พอเอาไปทำเป็นแนวฝรั่ง กลายเป็น “พาวเวอร์เบลด” (ออกโดยบริษัทเดียวกันสาขาอเมริกาในปี 1992) คือเหมือนเอามาแค่แกนเรื่องที่พระเอกใช้บูมเมอแรงสู้กับกองทัพหุ่นยนต์แค่นั้น กราฟฟิคถูกวาดใหม่หมด (แต่เสียงเพลงในเกมยังเอาของเดิมญี่ปุ่นมา) ระบบเกมก็ทำให้เวอร์วังกว่าของญี่ปุ่น (เช่นพาวเวอร์อัพจนแบบแปลงเป็นร่างหุ่นยนต์ยิงพลังมหาประลัยได้) เรียกว่าเป็นคนละเกมไปเลยเหอะ

By http://hg101.classicgaming.gamespy.com/powerblade/powerblade.jpg, Fair use, Link
งานคัฟเวอร์อาร์ต Power Blade (ที่มา wikipedia)

By Video-game or computer emulator, Fair use, Link
ภาพเกมเพลย์ (ที่มา wikipedia)

ภาพเมนูสตาร์ท มาแนวคนเหล็กมากมาย (ที่มา tvtropes.org)

นี่ Power Blazer ของญี่ปุ่น จะดูเด็กน้อยมากๆ (ที่มา youtube)
จะบอกว่า ในขณะที่ Power Blazer ออกมาภาคเดียวจบ แต่ Power Blade ในฝั่งฝรั่งนี่ ขายดีจนมีภาคสอง (ซึ่งเกมเพลย์ กราฟฟิก mechanism การเคลื่อนไหวผิดไปจากเดิม พอเล่นได้ แต่ชอบภาคแรกมากกว่า) เลยทีเดียว (เพิ่งมารู้จากอากู๋ว่า Power Blade 2 นั้น มันเอามาขายในฉบับภาษาญี่ปุ่นว่า Captain Saver มาแบบยกมาทั้งดุ้นแค่เปลี่ยนชื่อกับเปลี่ยนคำบรรยายในเกมเป็นภาษาญี่ปุ่น ในเดือนกันยายนและตุลาคม 1992 พูดง่ายๆ คือแค่เปลี่ยนชื่อ แล้วเปิดตัวขายแทบจะพร้อมกัน)
วันนี้เขียนยาวไปมั๊ยนี่? หวังว่าท่านผู้อ่านคงจะสนุกกับเนื้อหาที่นำมาเสนอวันนี้นะครับ
พบกันใหม่สัปดาห์สุดท้ายของเดือนธันวาคม 2024 นะครับสวัสดีครับ
เรื่องแนะนำ :
– Advanced Daisenryaku: Deutsch Dengeki Sakusen เกมในดวงใจที่คงไม่มีวันเล่นจบ
– ตามหาวิชาดาบอิไอ (10) คำสอนสะเกาจิต สะกิดใจ จากวิชาดาบอิไอ
– คำว่า “คาคุโงะ”(覚悟)นั้นไซร้ ไม่ใช่แค่ “เตรียมใจ” แต่ต้อง “ตื่นรู้” เสียก่อน
– ตามหาวิชาดาบอิไอ (9) “โอเอะ มาซาจิ” ปรมาจารย์ดาบอิไอแห่งยุคเมจิ
– ตามหาวิชาดาบอิไอ (8) ตำนานปฐมาจารย์ดาบอิไอ “ฮายาชิซากิ จินสุเกะ ชิเงะโนบุ”
#เมื่อญี่ปุ่นต้อง “แปลงสาร” ในวิดีโอเกมเพื่อไม่ให้ “ขัดใจฝรั่ง”


