คนญี่ปุ่นแต่งงานเพราะความรักมากขึ้น แต่งงานผ่านพิธีดูตัวน้อยลง และแต่งงานเพราะรู้จักกันในเน็ตเพิ่มอย่างรวดเร็ว
การแต่งงานผ่านพิธีดูตัวที่เรียกว่า “โอะมิไอ (お見合い)” นั้นจัดว่าเป็นวัฒนธรรมญี่ปุ่นรูปแบบหนึ่ง โดยไม่ใช่แค่แนะนำให้รู้จักกันเพื่อเป็นมิตรสหายกัน แต่แนะนำให้รู้จักกันในฐานะที่อีกฝ่ายเป็นแคนดิเดตสามี-ภรรยากันและกันในอนาคต โดยสมัยก่อนจะต้องอาศัยคนทำหน้าที่เป็นพ่อสื่อหรือแม่สื่อที่เรียกว่า นะโคโดะ (仲人) แต่ปัจจุบันก็มีรูปแบบบริษัทที่ทำธุรกิจจัดหาคู่ให้ดูตัวกันมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม เป็นเพียงมายาคติหากจะคิดว่าชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่แต่งงานกันผ่านโอะมิไอ ดูจากสถิติในเว็บ https://news.yahoo.co.jp/expert/articles/adfdc9fcc1507578de5ff99416df3bd5a348c6a5 จะพบปรากฏการณ์ที่น่าสนใจดังนี้

สีแดงคือสัดส่วนของการแต่งงานผ่านโอะมิไอ สีฟ้าคือสัดส่วนของการแต่งงานเพราะความรัก จะเห็นได้ว่าคนญี่ปุ่นแต่งงานเพราะโอะมิไอเป็นกระแสหลักตั้งแต่ทศวรรษที่ 30s ถึงกลางทศวรรษที่ 60s เท่านั้น ส่วนปลายทศวรรษที่ 60s เป็นต้นมาก็เริ่มมีการแต่งงานเพราะความรักแซงหน้าการแต่งงานเพราะโอะมิไอไปแล้ว
หากดูข้อมูลเฉพาะ 2 ทศวรรษหลังปี 2000 เป็นต้นมา จะเห็นได้ว่าการแต่งงานเพราะโอะมิไอมีตัวเลขค่อนข้างนิ่ง คือขึ้นลงน้อยมาก ในขณะที่การแต่งงานเพราะความรักเคยพุ่งสูงถึง 87-88% และตกลงเหลือเพียง 74.8% เรียกว่าตัวเลขขึ้น ๆ ลง ๆ เหวี่ยงกว่าการแต่งเพราะโอมิไอพอสมควร
ที่น่าสนใจกว่า และจัดว่าเป็นปรากฏการณ์แห่งยุคใหม่ คือเกิดการแต่งงานที่เรียกว่า “รู้จักกันผ่านเน็ต” เกิดขึ้น คือไม่ใช่เพราะรู้จักกันและรักกันจนแต่งงาน แต่ก็ไม่ได้รู้จักกันผ่านพิธีโอะมิไอ คือไม่ได้ดูตัวกัน แต่ก็ไม่ได้รักกันมาก่อนด้วย แต่รู้จักกันผ่านเน็ต ซึ่งในภาพคือกราฟสีเขียว โดยการแต่งงานเพราะรู้จักกันในเน็ตนี้เพิ่มพรวดหลังปี 2010 เป็นต้นมา ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญเพราะช่วงเวลาใกล้เคียงกันนั้นเกิดที่เกิดสิ่งที่เรียกว่า Social Network ขึ้น
คิดง่าย ๆ คือดูเหมือนว่าสัดส่วนของการแต่งงานผ่านโอะมิไอนั้นยังนิ่ง ๆ อยู่ แต่สัดส่วนของการแต่งงานเพราะรู้จักกันผ่านเน็ตนั้นค่อย ๆ กินสัดส่วนของการแต่งงานเพราะความรักมากขึ้นเรื่อย ๆ สมกับเป็นยุคแห่งการเชื่อมต่อตลอดเวลาจริง ๆ
ญี่ปุ่นในปัจจุบันมีอัตราหย่าร้างอยู่ที่ 3: 1 (ดูจากอัตรายื่นขอจดทะเบียนสมรส ต่ออัตราการยื่นขอจดทะเบียนหย่า) และประสบปัญหาประชากรหดตัวอย่างหนักหนาสาหัส แม้ว่าคู่ที่แต่งงานหลายคู่จะไม่ได้มีบุตรเสมอไป แต่สัดส่วนการแต่งงานก็เป็นตัวเลขที่น่าพินิจพิเคราะห์ ส่วนในประเทศไทยตั้งแต่มีการแก้กฎหมายสมรสเท่าเทียม ควรจะต้องมีการเก็บสถิติการสมรสแบบใหม่เป็นสมรสระหว่างต่างเพศ และสมรสระหว่างเพศเดียวกัน จากนี้ต่อไป เพื่อวิเคราะห์โครงสร้างทางสังคมเช่นกัน
ติดตามผลงานเขียนทั้งหมดของวีรยุทธได้ที่ >> https://www.facebook.com/Weerayuths-Ideas
เรื่องแนะนำ :
– ประวัติศาสตร์ของคำศัพท์เรียกอาหารเส้นของญี่ปุ่น: โซบะ, นานกิงโซบะ, ชินะโซบะ, ชูกะโซบะ, และ ราเม็ง
– “ดับเบิ้ลอี้โทะโกะโดะริ (ダブル・好いとこ取り)” กับ HEN-Thai Sushi
– มันเนะริกะ (マンネリ化): การสักแต่ทำตามหน้าที่ แต่หมดใจไปนานแล้ว
– Kaiju No. 8: การใช้ Soft Power ส่งเสริม Hard Power ของกองกำลังป้องกันญี่ปุ่น
– พระเอกซีรีส์คาเมนไรเดอร์: ภาพแทนผู้ชายเท่ของแต่ละยุคในญี่ปุ่น
ขอบคุณรูปภาพจาก
https://jobsinjapan.com/living-in-japan-guide/
#คนญี่ปุ่นแต่งงานเพราะความรักมากขึ้น แต่งงานผ่านพิธีดูตัวน้อยลง และแต่งงานเพราะรู้จักกันในเน็ตเพิ่มอย่างรวดเร็ว


