Ino’s Map: แผนที่เปลี่ยนโลกของชายวัยเกษียณ ตอนที่ 1 ชายอายุ 50 ผู้เริ่มต้นเรียนหนังสือใหม่ (The Spark)
ได้เวลาที่จะขยับนิ้วเคาะคีย์บอร์ด มาเล่าเรื่องราวในอดีตของประเทศญี่ปุ่นกันอีกครั้งแล้วครับ ในคราวนี้ผมอยากจะพาทุกท่านดำดิ่งไปสู่เรื่องราวของชายธรรมดาๆ คนหนึ่ง ชายผู้ไม่ได้เป็นนักรบ ไม่ได้มีสายเลือดขุนนางอันสูงส่ง และที่สำคัญคือเขาเริ่มต้นสร้างประวัติศาสตร์ในวัยที่คนยุคเอโดะส่วนใหญ่ขยับตัวลงไปนอนรอความตายในโลงแล้วด้วยซ้ำ แท้จริงแล้วชายวัยเกษียณคนนี้เป็นใคร และมีความสำคัญอย่างไร ถึงขนาดที่ว่าก้าวเท้าของเขาในวัยห้าสิบกว่า สามารถปฏิวัติโฉมหน้าและปกป้องประเทศญี่ปุ่นจากการล่าอาณานิคมของชาติตะวันตกได้ ขยับเข้ามาใกล้ๆ อีกนิด ผมจะเล่าให้ฟังครับ
หากเราลองหมุนเข็มนาฬิกาย้อนเวลากลับไปในยุคเอโดะช่วงศตวรรษที่ 18 อายุขัยเฉลี่ยของประชากรญี่ปุ่นในเวลานั้นอยู่เพียงแค่ประมาณ 45 ถึง 50 ปีเท่านั้น การที่ใครสักคนสามารถประคองชีวิตมาจนถึงอายุ 49 ปี ย่อมหมายความว่าคนผู้นั้นได้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาจนถึงปัจฉิมวัยของชีวิต สำเร็จภารกิจในฐานะหัวหน้าครอบครัว และพร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการที่เรียกว่า “อินเคียว” หรือการเกษียณตัวเองออกจากตำแหน่งหน้าที่ เพื่อใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบเงียบ อยู่บ้านเลี้ยงหลาน หรือเข้าวัดฟังธรรมตามระเบียบสังคม แต่สำหรับชายที่ชื่อ อิโน ทาดาทากะ (Ino Tadataka, いのう ただたか) วัย 50 ปีของเขากลับไม่ใช่จุดสิ้นสุด หากแต่เป็นเพียงเสียงระฆังเริ่มยกแรกของชีวิตที่แท้จริง และเป็นจุดเริ่มต้นของมหากาพย์การเดินเท้ารังวัดประเทศที่โลกต้องก้มหัวให้

ก่อนที่ชายผู้นี้จะกลายมาเป็นนักภูมิศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ ชีวิตครึ่งแรกของเขาเป็นเรื่องของโลกธุรกิจและการเอาตัวรอดล้วนๆ ทาดาทากะเกิดในปีเอนคโยที่ 2 ตรงกับปี ค.ศ. 1745 ในหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ แถบแคว้นชิโมซะ หรือจังหวัดชิบะในปัจจุบัน ชีวิตในวัยเด็กของเขาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ มารดาเสียชีวิตตั้งแต่เขายังเล็ก บิดาจึงส่งเขาไปเลี้ยงดูตามบ้านญาติโน่นนี่ ทำให้เขาต้องดิ้นรนและเรียนรู้การอ่านเขียนรวมถึงคณิตศาสตร์ด้วยตนเองจากความสนใจส่วนตัว จนกระทั่งเมื่ออายุได้ 17 ปี โชคชะตาก็พาเขาเข้าสู่ตระกูลอิโน แห่งเมืองซาวาระ ซึ่งเป็นตระกูลพ่อค้าผู้มั่งคั่งที่ทำธุรกิจโรงกลั่นสาเก ขนส่งสินค้าทางเรือ และค้าข้าว โดยทาดาทากะเข้าตระกูลมาในฐานะบุตรเขยแต่งเข้าบ้านนั่นเอง
ในโลกของธุรกิจญี่ปุ่นโบราณ ตระกูลใหญ่จะไม่ยอมให้อาณาจักรของตนล่มสลายเพราะผู้สืบทอดที่ไร้ความสามารถ ทาดาทากะจึงต้องพิสูจน์ตัวเองอย่างหนัก และเขาก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ชายหนุ่มแสดงความเป็นอัจฉริยะในการบริหารจัดการและระบบบัญชีอย่างรวดเร็ว เขาปฏิรูปโครงสร้างหนี้สินของตระกูล ขยายเส้นทางการค้าสาเกเข้าไปยังเมืองหลวงเอโดะ และพัฒนาที่ดินทำกินจนตระกูลอิโนก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในภูมิภาค

สิ่งที่พิสูจน์เนื้อแท้และความสามารถของทาดาทากะได้ดีที่สุดเห็นจะเป็นช่วง ทุพภิกขภัยปีเทมเม ในช่วงปี ค.ศ. 1782 ถึง 1788 ซึ่งเป็นหนึ่งในภัยแล้งและสภาวะอดอยากที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์เอโดะ ผู้คนนับแสนทั่วประเทศต้องล้มตายเพราะไม่มีอาหารประทังชีวิต แต่ที่เมืองซาวาระภายใต้การดูแลของทาดาทากะ เขากลับใช้ทักษะการคำนวณและคาดการณ์ล่วงหน้าอย่างแม่นยำ ทาดาทากะจัดการสั่งซื้อข้าวและธัญพืชกักตุนไว้ล่วงหน้าจากภูมิภาคอื่นตั้งแต่เริ่มมีสัญญาณภัยแล้ง และเมื่อวิกฤตมาถึง เขาก็วางระบบปันส่วนอาหารอย่างยุติธรรม พร้อมทั้งควักเงินส่วนตัวช่วยเหลือชาวบ้านที่ยากจน ผลลัพธ์ก็คือ ในเขตเมืองซาวาระที่เขาดูแล ไม่มีประชากรเสียชีวิตจากการอดอยากเลยแม้แต่คนเดียว วีรกรรมในครั้งนี้ทำให้เขาได้รับความเคารพยับยื้อจากชาวเมืองและขุนนางท้องถิ่นเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อธุรกิจมั่นคงจนถึงขีดสุด ลูกๆ เติบใหญ่จนสามารถรับไม้ต่อได้ ในปีคันเซย์ที่ 6 ตรงกับปี ค.ศ. 1794 ด้วยวัย 49 ปี ทาดาทากะก็ทำสิ่งที่ทุกคนในตระกูลต้องตื่นตะลึง เขาประกาศเกษียณตัวเองอย่างเป็นทางการ ส่งมอบตำแหน่งหัวหน้าตระกูลและกิจการทั้งหมดให้แก่บุตรชาย ทิ้งคฤหาสน์หรูหราและความสะดวกสบายในฐานะคหบดีใหญ่ไว้เบื้องหลัง เพื่อมุ่งหน้าสู่เมืองหลวงเอโดะด้วยจุดประสงค์เดียวคือ การไปสมัครเป็นนักเรียนใหม่อีกครั้ง
อย่ากระนั้นเลย อย่าปล่อยให้ความสงสัยมากัดกินความสว่างรู้ว่าทำไมคนรวยระดับนั้นต้องหาเรื่องลำบาก คำตอบคือลึกๆ ในใจของทาดาทากะ เขามีความหลงใหลในวิชาดาราศาสตร์และการคำนวณตำแหน่งดวงดาวมาตั้งแต่เยาว์วัย แต่ภาระหน้าที่ในการกอบกู้และนำพาตระกูลทำให้เขาต้องเก็บซ่อนความฝันนั้นไว้เกือบสี่ทศวรรษ เมื่อหลุดพ้นจากพันธนาการทางธุรกิจ เขาจึงเลือกที่จะเดินตามเสียงเรียกร้องของหัวใจตนเอง
ที่เมืองเอโดะ ทาดาทากะเดินทางไปฝากตัวเป็นศิษย์ที่สำนักดาราศาสตร์ของรัฐบาลโชกุน โดยผู้ที่ทำหน้าที่เป็นอาจารย์ของเขาก็คือ ทากาฮาชิ โยชิโทกิ นักดาราศาสตร์อัจฉริยะประจำราชสำนักผู้มีส่วนสำคัญในการปฏิรูปปฏิทินญี่ปุ่น ความน่าทึ่งและกลายเป็นเรื่องโจษจันไปทั่ววงการศึกษาในยุคนั้นก็คือ ในขณะที่ทาดาทากะเดินเข้าสำนักในฐานะนักเรียนใหม่ด้วยวัย 50 ปี แต่อาจารย์โยชิโทกิกลับมีอายุเพียงแค่ 31 ปีเท่านั้น อ่อนอาวุโสกว่าทาดาทากะถึง 19 ปีเต็ม
ลองจินตนาการภาพตามผมนะครับ ในสังคมยุคเอโดะที่ยึดถือระบบอาวุโสและชนชั้นอย่างเคร่งครัด ชายวัยห้าสิบที่เป็นถึงอดีตมหาเศรษฐีใหญ่ ต้องมานั่งคุกเข่าคำนับ ทราบฟังคำสั่ง และโดนตักเตือนจากคนหนุ่มรุ่นคราวลูก แต่ทาดาทากะไม่ได้ใส่ใจในเปลือกนอกเหล่านั้นเลยแม้แต่น้อย เขากล้าที่จะละทิ้งทิฐิทั้งหมดเพื่อตักตวงความรู้ ทาดาทากะตื่นนอนแต่เช้าตรู่เพื่อคำนวณสูตรคณิตศาสตร์ตะวันตกร่วมกับคนรุ่นหนุ่ม ในตอนกลางคืนเขาก็อดนอนเพื่อบันทึกตำแหน่งของดวงดาวผ่านกล้องส่องทางไกลโบราณ ความมุ่งมั่นขั้นสุดของศิษย์รุ่นใหญ่คนนี้ทำให้อาจารย์โยชิโทกิถึงกับทึ่งในความเพียรพยายาม และแปรเปลี่ยนจากความเอ็นดูมาเป็นความนับถือในฐานะกัลยาณมิตรทางวิทยาศาสตร์
เรียนไปเรียนมา ความสงสัยระดับโลกก็เกิดขึ้นในใจของครูและศิษย์คู่นี้ พวกเขาต้องการหาคำตอบตามทฤษฎีตะวันตกร่างว่า ขนาดเส้นรอบวงของโลกที่แท้จริงมีขนาดเท่าไหร่ และระยะทางของเส้นละติจูดที่ห่างกัน 1 องศาบนพื้นโลกจะวัดได้ระยะทางเท่าไหร่กันแน่
ในยุคนั้น วิธีการเดียวที่จะหาคำตอบนี้ได้คือการเดินรังวัดระยะทางบนภูมิประเทศจริงจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งที่มีระยะไกลพอ แล้วนำมาคำนวณเปรียบเทียบกับตำแหน่งของดวงดาวบนท้องฟ้าในแต่ละพิกัด ทาดาทากะพยายามทดลองวัดด้วยการเดินนับก้าวจากบ้านของตนในย่านฟุกุกาวะไปจนถึงสำนักดาราศาสตร์ทุกวัน แต่ระยะทางในเมืองหลวงมันสั้นเกินกว่าจะหาค่าเฉลี่ยที่แม่นยำระดับโลกได้ เขาต้องการเส้นทางที่ยาวกว่านั้น ยาวระดับหลายร้อยกิโลเมตร
แต่ในความเป็นจริงของยุคเอโดะ การที่สามัญชนจะลุกขึ้นมาเดินสำรวจพื้นที่ข้ามแว่นแคว้นถือเป็นเรื่องต้องห้ามขั้นรุนแรง ยิ่งการทำแผนที่ชายฝั่งทะเลถือเป็นความลับสุดยอดทางทหารที่รัฐบาลโชกุนปกปิดไว้เพื่อป้องกันการโจมตีจากอริราชศัตรู หากใครทะเล่อทะล่าไปเดินส่องกล้องวัดระยะทาง ย่อมถูกสงสัยว่าเป็นสายลับและอาจลงเอยด้วยการถูกลงโทษอย่างรุนแรงถึงชีวิต

ประจวบเหมาะกับในเวลานั้น ช่วงปลายศตวรรษที่ 18 จักรวรรดิรัสเซียเริ่มขยายอิทธิพลทางเรือลงมาทางใต้ ตระเวนล่องเรือรบประชิดชายฝั่งเกาะเอโซจิ หรือเกาะฮอกไกโดในปัจจุบัน สร้างความตื่นตระหนกให้กับรัฐบาลโชกุนโทกุกาวะเป็นอย่างยิ่ง เพราะในเวลานั้น ญี่ปุ่นไม่มีแผนที่ชายฝั่งตอนเหนือที่แม่นยำเลยแม้แต่ฉบับเดียว การจะส่งกองทัพไปตั้งรับจึงเป็นไปอย่างทุลักทุเล อาจารย์โยชิโทกิเล็งเห็นโอกาสทองในวิกฤตนี้ จึงช่วยร่างโครงการเสนอต่อขุนนางผู้ใหญ่ในรัฐบาลโชกุน โดยอ้างว่าขอส่งตัว อิโน ทาดาทากะ ชายผู้เชี่ยวชาญการคำนวณ อาสาเดินทางไปสำรวจและจัดทำแผนที่ชายฝั่งเกาะเอโซจิเพื่อประโยชน์ในการวางกำลังทหารป้องกันประเทศ โดยที่รัฐบาลแทบไม่ต้องออกงบประมาณแผ่นดินเลย
เมื่อเห็นว่าได้ประโยชน์ทั้งขึ้นทั้งล่องและไม่ต้องเสียเงินทองมากมาย รัฐบาลโชกุนจึงอนุมัติโครงการอย่างเป็นทางการในเดือน 3 ของปีคันเซย์ที่ 12 ตรงกับปี ค.ศ. 1800 พร้อมทั้งมอบเงินสนับสนุนจำนวนน้อยนิดที่แทบจะไม่พอกับค่าเบี้ยเลี้ยงของทีมงานด้วยซ้ำ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับชายวัย 55 ปีคนนี้เลยครับ เพราะเงินไม่ใช่สิ่งที่เขาแสวงหาอีกต่อไป ทาดาทากะจัดการสั่งซื้อเครื่องมือวัดระยะทางที่ดีที่สุดในยุคนั้น และควักกระเป๋าเอาเงินเก็บส่วนตัวที่ได้จากการทำธุรกิจมาเป็นทุนรอนในการเดินทางทั้งหมด
ในวันที่ 11 เดือน 6 ปี ค.ศ. 1800 ชายวัย 55 ปี พร้อมด้วยคณะผู้ติดตามขนาดเล็ก ได้ก้าวเท้าออกจากประตูเมืองเอโดะ มุ่งหน้าสู่ความหนาวเหน็บและทุรกันดารของเกาะฮอกไกโด โดยที่ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า ก้าวเท้าเล็กๆ ของชายวัยเกษียณในวันนั้น จะเป็นก้าวแรกของมหากาพย์การเดินทาง 17 ปีที่กำลังจะเปลี่ยนโฉมหน้าประเทศญี่ปุ่นไปตลอดกาล
เกร็ดน่ารู้ท้ายตอน
ในอดีตก่อนที่ทาดาทากะจะเปลี่ยนนามสกุลตามตระกูลพ่อค้าที่เขาแต่งงานเข้าไปนั้น เขาเกิดในตระกูลจินโบ โดยมีชื่อเดิมว่า จินโบ ซันจิโร่ ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ที่เขาฝึกฝนมาตั้งแต่เด็กถูกนำมาใช้ประยุกต์กับการวางระบบบัญชีสองขาและการคำนวณอัตราดอกเบี้ยข้าว ซึ่งต่อมากลายเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้เขาสามารถคำนวณพิกัดดาราศาสตร์ชั้นสูงได้อย่างรวดเร็วกว่านักเรียนรุ่นหนุ่มในสำนักเอโดะ
เรื่องแนะนำ :
– ไทระ: จากสายเลือดจักรพรรดิ สู่ผู้ครองแผ่นดิน ตอนที่ 8 มรดกของไทระ และบทเรียนจากประวัติศาสตร์
– ไทระ: จากสายเลือดจักรพรรดิ สู่ผู้ครองแผ่นดิน ตอนที่ 7 ร่องรอยของไทระในแผ่นดินญี่ปุ่น
– ไทระ: จากสายเลือดจักรพรรดิ สู่ผู้ครองแผ่นดิน ตอนที่ 6 ไทระในโลกของวรรณกรรม และตำนานที่ไม่มีวันเลือน
– ไทระ: จากสายเลือดจักรพรรดิ สู่ผู้ครองแผ่นดินตอนที่ 5 โลกหลังไทระ และการถือกำเนิดของยุคโชกุน
– ไทระ: จากสายเลือดจักรพรรดิ สู่ผู้ครองแผ่นดิน ตอนที่ 4 ศึกดันโนะอุระ และจุดจบของตระกูลไทระ
ขอบคุณรูปภาพ :
https://prtimes.jp/main/html/rd/p/000000284.000032562.html
https://toshin-seminar.co.jp/column/2862/
https://note.com/msdf_issa/n/nbb3d15a809e0
#Ino’s Map: แผนที่เปลี่ยนโลกของชายวัยเกษียณ ตอนที่ 1 ชายอายุ 50 ผู้เริ่มต้นเรียนหนังสือใหม่ (The Spark) #Ino Tadataka



