บทความซีรี่ย์ “เรื่องสยองขวัญในมหาวิทยาลัยญี่ปุ่น” อันดับ 4
อันดับที่ 4: ห้องน้ำใต้ดิน – เสียงร้องจากบ่อส้วม
หมายเหตุ: ซีรี่ดังกล่าวเป็นเรื่องราวที่ผู้เขียนสืบค้นและสอบถามจากเพื่อนชาวญี่ปุ่น อาจารย์ คนรู้จัก จนกระทั่งได้ข้อมูลมาในแนวทางเดียว หากท่านไม่สบายใจ ท่านสามารถเลื่อนผ่านไปได้ เราเคารพในความคิดเห็นของทุกท่าน ท่านมีสิทธิ์ที่จะไม่เชื่อในสิ่งที่ผู้เขียนเขียน หากแต่เราขอความกรุณาจากท่านผู้อ่าน กรุณาไม่ลบหลู่ดูหมิ่น
แม้นท่านจะไม่เชื่อ แต่หากลองถามใจท่านตัวท่านเองลึกๆ แล้ว
ท่านเองน่าจะเคยประสบกับเหตุการณ์ต่างๆ ที่ไม่สามารถใช้เหตุผลหรือกฎใดๆในทางวิทยาศาสตร์มาอธิบายได้ ใช่ไหมครับ?
หากท่านอ่านมาจนถึงบรรทัดนี้ แสดงว่าท่านสนใจเรื่องราวนี้อยู่ ไปอ่านกันเลยครับ
ในหมู่นักศึกษามหาวิทยาลัยญี่ปุ่น มีหนึ่งเรื่องเล่าที่เป็นตำนานร่วมยุคสมัย นั่นคือ เรื่อง “ห้องน้ำผีสิง” ที่ไม่ได้เป็นแค่ตำนานโรงเรียนประถมหรือมัธยม แต่ถูกเล่ากันต่อถึงระดับมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะส้วมเก่าๆ ที่สร้างมาตั้งแต่ก่อนสงคราม

สำหรับอันดับที่ 4 ในตำนานหลอนตลอดกาลของมหาวิทยาลัยญี่ปุ่น คือ “ห้องน้ำใต้ดิน” ซึ่งมีบ่อส้วมแบบโบราณ (汲み取り式便所) ที่ไม่ใช้ระบบน้ำกดชำระ แต่เป็นบ่อเก็บของเสียขนาดใหญ่ใต้ดิน เวลาทำความสะอาดต้องให้คนลงไปวิดสิ่งปฏิกูลขึ้นมา ตำนานนี้ดังเพราะมีหลายมหาวิทยาลัยเก่าแก่ในญี่ปุ่นที่มีห้องน้ำลักษณะนี้หลงเหลืออยู่ในอาคารเรียนหรืออาคารชมรมใต้ดิน ซึ่งโดนปิดตายแล้ว แต่คนยังเล่าขานกันว่า…
“มีเสียงผู้หญิงร้องไห้ลอดขึ้นมาจากบ่อส้วม”
“บางคืนมีมือโผล่มาคว้า”
“ถ้าก้มไปส่องแล้วสบตา จะตายไม่ดี”
จุดกำเนิดของเรื่อง
ต้นกำเนิดเรื่องเล่าว่ากันว่าเกิดขึ้นในช่วงค.ศ. 1939-1945 ซึ่งเป็นช่วงที่มหาวิทยาลัยญี่ปุ่นมีความวุ่นวายทางการเมือง มีการประท้วงและการยึดอาคารเรียน
ว่ากันว่า ในตึกชมรมแห่งหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันถูกทิ้งร้าง เคยมีส้วมใต้ดินที่เป็นบ่อขนาดใหญ่ไว้รองรับนักศึกษากว่าร้อยคน
รุ่นพี่คนหนึ่งเล่าว่า ในยุคนั้นมีชมรมภาพยนตร์ใต้ดินที่ค่อนข้างคลั่งไคล้หนังแนวเอ็กซ์เพอริเมนทัล
หญิงสาวคนหนึ่ง (มีคนบอกชื่อว่า “เอมิ”) เป็นนักศึกษาศิลปะผู้เงียบขรึม เธอรู้ตัวว่าถูกแอบดูแต่ไม่กล้าแจ้งความ เพราะสังคมมหาวิทยาลัยตอนนั้นเหยียดเพศและเหยียบย่ำเหยื่อ เธอถูกล้อเลียน โดนเขียนด่าในกำแพงชมรม และเริ่มไม่มาเรียน
คืนหนึ่งเพื่อนร่วมชั้นเล่าว่าเห็นเธอเดินลงไปที่ห้องน้ำใต้ดิน ร้องไห้สะอึกสะอื้น แต่ไม่มีใครกล้าเข้าไปห้าม เพราะได้ยินเสียงกระจกแตกกับเสียงกรีดร้อง
วันรุ่งขึ้นเธอหายตัว และไม่มีใครเจอร่างของเธออีก แต่คนทำความสะอาดเจอเศษกระจกเปื้อนเลือดตกอยู่ตรงปากบ่อส้วม
บ่อส้วมที่ถูกปิดตาย
มหาวิทยาลัยพยายามปิดข่าวเงียบ ไม่แจ้งตำรวจอย่างเป็นทางการ อ้างแค่ว่า “นักศึกษาหายตัว” ไม่มีหลักฐานฆาตกรรม แต่ในหมู่แม่บ้านและภารโรงกลับพูดกันว่า กลิ่นจากบ่อส้วมแรงผิดปกติ มีกลิ่นคาวโลหะแสบจมูก แม้จะทำความสะอาดหลายครั้งก็ไม่หมด
ผ่านไปหลายเดือน มีแม่บ้านคนหนึ่งได้ยินเสียงแผ่วๆ ลอดขึ้นมาตอนกลางคืน – เป็นเสียงผู้หญิงพูดว่า “ช่วยฉันด้วย” (助けて / tasukete)
พวกแม่บ้านบอกกันว่าเสียงนั้นจะได้ยินตอนตีสามตรงๆ มีคนเล่าว่า ถ้าเงี่ยหูฟังใกล้ๆ จะได้ยินเสียงข่วนด้านในคล้ายเล็บคน
ตำนานฉบับนักศึกษา
เมื่อตึกถูกทิ้งร้าง ห้องน้ำใต้ดินถูกล็อกด้วยโซ่ แต่ทุกปีจะมี “พวกลองของ”
นักศึกษากลุ่มหนึ่งเล่าว่าเคยแอบลงไปกลางดึกโดยใช้ไฟฉาย พวกเขาลากโซ่ออกจากประตูเหล็กที่เป็นสนิมจนเสียงดังลั่น กลิ่นเหม็นสาบโจมตีตั้งแต่ก้าวแรก พวกเขาเดินลงบันไดแคบๆ พื้นเปียกลื่น เห็นโถส้วมซีเมนต์โบราณเรียงกันอยู่ครึ่งโหล
คนหนึ่งเอาไฟฉายส่องลงไปในบ่อ เป็นหลุมลึกมืดมิด เขาพยายามเล่นตลกพูดว่า “มีใครอยู่ไหม”
เสียงสะท้อนตอบกลับมาเบาๆ ว่า “อุอิอิอิ…” เหมือนเสียงผู้หญิงหัวเราะในลำคอ
พวกเขาตกใจวิ่งขึ้นมา แต่มีคนหนึ่งล้มฟาดบันไดหัวแตกเป็นแผลยาว
เคสฆ่าตัวตายหลังจากนั้น
เรื่องที่ทำให้ตำนานนี้ดังเป็นอันดับ 4 ของมหาวิทยาลัยญี่ปุ่นคือ เหตุการณ์ฆ่าตัวตายของนักศึกษาในยุคต่อมา
มีข่าวว่า นักศึกษาหนุ่มคนหนึ่งที่สนใจเรื่องผีมากแอบลงไปสำรวจห้องน้ำใต้ดินคนเดียว เขาหายไปทั้งคืน
วันรุ่งขึ้นเจอร่างเขาในห้องชมรมชั้นบนสุด แขวนคอตายโดยในมือถือสมุดจดเล่มหนึ่ง บนหน้าสุดท้ายเขาเขียนว่า
“ฉันเห็นเธอในนั้น เธออยากขึ้นมา”
“ฉันสัญญา”
หลายคนเชื่อว่าเขาพยายาม “เชิญ” วิญญาณขึ้นมาจากบ่อส้วม และสิ่งที่ได้คือการครอบงำ
รายงานแม่บ้าน
แม่บ้านทำความสะอาดตึกเก่ามักพูดตรงกันว่า ห้องน้ำใต้ดินปิดตายด้วยโซ่และตู้ล็อกไว้ แต่ทุกเช้าเวลามาเปิดตึก มักเห็นรอยเปื้อนน้ำดำๆ ซึมออกมาตามพื้น
เคยมีคนพยายามขัดจนลอกชั้นผิวปูนออก ก็ยังขึ้นมาใหม่ และหลายคนได้ยินเสียง “ช่วยฉัน” “เย็น” “เจ็บ” ดังขึ้นมาตอนเช้ามืด
การสาปแช่งรุ่นสู่รุ่น
สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้หลอนกว่าเรื่องห้องวิจัยหมายเลข 13 คือ “ความเชื่อว่าเป็นการสาปแช่งของเหยื่อ”
นักศึกษาหลายคนเชื่อว่า เอมิ – หญิงสาวที่หายไป – ไม่ได้แค่ตาย แต่คำสาปของเธอฝังในโครงสร้างอาคาร ในบ่อส้วมที่เป็นหลุมลึกมืด ไม่มีใครลงไปตรวจสอบจริงๆ
การที่บ่อถูกปิด ก็เหมือนการกักขังวิญญาณเอาไว้ แต่ไม่ได้ปลดปล่อย
ทุกครั้งที่มีคนท้าทาย เปิดประตูเหล็ก ลงไปเรียก
เธอเหมือนได้ “ช่องทาง” สื่อสาร และหิวโหยที่จะให้คนรู้สึกเจ็บปวดเท่าเธอ
พิธีกรรม “ปลดปล่อย”
ว่ากันว่ามีรุ่นพี่ชมรมลึกลับที่เคยพยายามทำพิธีกรรมไสยศาสตร์เพื่อ “ปลดปล่อย” วิญญาณในยุค 1960
มีการจุดธูป อ่านบทสวดพระสูตร แปะยันต์บนปากบ่อ คืนเดียวกันมีเสียงกรีดร้องดังทะลุพื้นขึ้นมา
เช้าวันรุ่งขึ้น ยันต์ถูกฉีกเป็นชิ้นๆ เหมือนมีคนข่วนจากด้านใน
รุ่นพี่คนนั้นลาออกจากมหาวิทยาลัยทันที ไม่เคยกลับมา
ข้อห้ามที่เล่าต่อกัน
จนถึงปัจจุบัน นักศึกษาหลายมหาวิทยาลัย (โดยเฉพาะที่มีตึกชมรมเก่าใต้ดิน) มี “กฎลับ” ที่เล่ากันเองว่า
- ห้ามท้าทายว่า “มีใครอยู่ไหม”
- ห้ามใช้ไฟฉายส่องลงไปนานเกิน 3 วินาที
- ห้ามนับจำนวนคนตอนออกมาจากห้องน้ำ
- ห้ามพูดชื่อเอมิในห้องน้ำ
มีคนบอกว่าถ้าแหกกฎ จะฝันเห็นผู้หญิงผมยาว หน้าเละ เปื้อนอุจจาระ เลือด และน้ำตา มานั่งอยู่ที่ปลายเตียง
วิเคราะห์เชิงสังคม
นักวิชาการด้านคติชนญี่ปุ่นบอกว่าตำนาน “ผีห้องน้ำใต้ดิน” สะท้อนหลายอย่าง
- บาปกรรมจากการคุกคามทางเพศ – การแอบถ่าย ล้อเลียน เหยียดเพศ
- ความละอายและการปกปิดของสถาบัน – การปิดข่าว ปิดบ่อส้วมแทนการรับผิด
- การสาปแช่งและคุสะทาเระ (くさった霊) – วิญญาณเน่าเปื่อยจากความคับแค้น
“เสียงร้องจากบ่อส้วม” ไม่ใช่แค่เรื่องผี แต่เป็นเครื่องเตือนใจถึงความโหดร้ายของมนุษย์ การกักขังความผิดไว้ใต้ดิน มันเป็นเหตุผลที่เรื่องนี้ติด Top 5 ตำนานผีมหาวิทยาลัยญี่ปุ่น และเป็นอันดับ 4 เพราะความน่ากลัวของเสียงแผ่ว “ช่วยฉัน” ที่ยังคงก้องขึ้นมาจากความมืด
เรื่องแนะนำ :
– ซีรี่บทความเรื่อง 5 อันดับเรื่องสยองขวัญในรั้วมหาวิทยาลัยในญี่ปุ่น
– ช้าง: สัตว์ใหญ่หัวใจอ่อนโยนที่ครองใจคนญี่ปุ่น
– Love Hotel ในประเทศญี่ปุ่น: จากสถานที่พักชั่วคราว สู่พื้นที่คุยงานได้… จริงไหมน้า?
– รวมพลังไม่ให้ล้ม: บทเรียนจากประเทศญี่ปุ่นสู่สถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทย (ตอนที่ 4)
– รวมพลังไม่ให้ล้ม: บทเรียนจากประเทศญี่ปุ่นสู่สถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทย (ตอนที่ 3)
#บทความซีรี่ย์ “เรื่องสยองขวัญในมหาวิทยาลัยญี่ปุ่น” อันดับ 4


