เมื่อจำนวนชาวต่างชาติเพิ่มขึ้น ญี่ปุ่นจะรับมืออย่างไร
เมื่อจำนวนชาวต่างชาติเพิ่มขึ้น ญี่ปุ่นจะรับมืออย่างไร… รวมสถิติที่น่าสนใจเกี่ยวกับสถานการณ์ของชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่น (ถอดบทเรียนที่น่าเรียนรู้สำหรับประเทศไทย)
ในเดือนพฤศจิกายน 2025 นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ซานาเอะ ทาคาอิจิ ได้สั่งการให้มีการเพิ่มความเข้มงวดในการขอสัญชาติญี่ปุ่น โดยให้เหตุผลว่าเงื่อนไขการขอสัญชาติญี่ปุ่นในปัจจุบันนั้นหย่อนยานเกินไป ดังนั้นตั้งแต่ 1 เมษายน 2026 เป็นต้นไป จะมีการเปลี่ยนข้อกำหนดขั้นต่ำสำหรับการขอสัญชาติ โดยผู้ที่ขอสัญชาติจะต้องมีความประพฤติที่ดีและต้องพำนักอยู่ในญี่ปุ่นอย่างน้อย 10 ปีติดต่อกัน (จากเดิม 5 ปี) นอกจากนี้กระบวนการคัดกรองยังคำนึงถึง “ความเข้ากันได้กับสังคมญี่ปุ่น” รวมถึงความสามารถในการพูดภาษาญี่ปุ่นอีกด้วย

นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ซานาเอะ ทาคาอิจิ
cr. https://www.nationthailand.com/news/world/40057402
หลายคนที่ได้ยินข่าวนี้ครั้งแรกคงคิดว่า ทำไมญี่ปุ่นถึงต้องเข้มงวดกับชาวต่างชาตินัก
ก่อนอื่นถ้าเราดูจำนวนชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่น จะพบว่าจำนวนชาวต่างชาติทั้งผู้พำนักถาวรและแรงงานต่างชาติเพิ่มขึ้นมากอย่างน่าตกใจ โดยแตะระดับสถิติสูงสุดที่ 4.13 ล้านคนในปี 2025 ซึ่งเกิน 4 ล้านคนเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น
จากรายงานของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่ในญี่ปุ่นจำนวน 4,125,395 คน ณ สิ้นปี 2025 ซึ่งเพิ่มขึ้น 9.5 เปอร์เซ็นต์จากปีก่อนหน้าโดยทำสถิติสูงสุดเป็นปีที่สี่ติดต่อกัน โดยชาวต่างชาติคิดเป็น 3.36 เปอร์เซ็นต์ของประชากรทั้งหมดของประเทศ เพิ่มขึ้นจาก 3.04 เปอร์เซ็นต์ในปีก่อน ในจำนวนนี้ประมาณ 947,000 คนเป็นผู้อยู่อาศัยถาวร ในขณะที่ 475,000 คนถือวีซ่าทำงานเฉพาะทาง
ชาวจีนอยู่ในอันดับต้นๆ ของผู้อยู่อาศัยต่างชาติในญี่ปุ่นที่ 930,000 คน ชาวเวียดนามอยู่ในอันดับที่สองประมาณ 681,000 คน ตามด้วยชาวเกาหลีใต้ประมาณ 407,000 คน
สังคมญี่ปุ่นเป็นสังคมที่มีเอกลักษณ์และวัฒนธรรมเฉพาะตัว มุ่งเน้นเรื่องความมีมารยาทไม่รบกวนคนอื่น ทั้งยังมีปัญหาเรื่องกำแพงภาษา แม้ว่าชาวญี่ปุ่นสมัยใหม่จะมีการเรียนรู้ภาษาอังกฤษกันเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
แต่ในหลายสถานการณ์ คนญี่ปุ่นโดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มที่อายุมากก็ยังสะดวกใจที่สื่อสารเป็นภาษาญี่ปุ่นมากกว่าภาษาอังกฤษ และเมื่อสื่อสารกันไม่เข้าใจ โอกาสที่จะเกิดความขัดแย้งก็เพิ่มมากขึ้น
เมื่อมีชาวต่างชาติต่างภาษาต่างวัฒนธรรมหลั่งไหลเข้ามา ญี่ปุ่นย่อมต้องหาทางรับมืออย่างแน่นอน
จากการสำรวจของเว็บไซต์ข่าว Kyodo News พบว่า ในปีนี้ประมาณร้อยละ 75 ของจังหวัดต่างๆ ในญี่ปุ่นได้จัดสรรงบประมาณในข้อเสนอร่างงบประมาณเริ่มต้นสำหรับปีงบประมาณใหม่ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น เพื่อจัดตั้งโครงการใหม่หรือขยายโครงการที่มีอยู่เพื่อส่งเสริมการอยู่ร่วมกันกับชาวต่างชาติ โดยเน้นไปที่การส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์กับชุมชนท้องถิ่นและการสร้างความตระหนักเกี่ยวกับกฎเกณฑ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ทั้งนี้มีผู้สังเกตการณ์กล่าวว่า การขาดความเข้าใจกฎชุมชนและบรรทัดฐานทางสังคมของญี่ปุ่นถือเป็นสาเหตุของความขัดแย้งระหว่างผู้อยู่อาศัยท้องถิ่นและชาวต่างชาติ
จังหวัดอิบารากิ ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 10 ของจังหวัดในญี่ปุ่นที่มีแรงงานต่างชาติมากที่สุด ได้ให้เจ้าหน้าที่ออกพื้นที่ไปยังบริเวณที่มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่ เช่น สุเหร่าและร้านขายของชำที่ขายวัตถุดิบต่างประเทศ เพื่อขอความร่วมมือในเรื่องการแยกขยะและปัญหาเสียงรบกวน
จังหวัดโคจิและคาโกชิมะกำลังสร้างคู่มือหลายภาษาสำหรับกฎการใช้ชีวิต ในขณะที่พื้นที่อื่นๆ กำลังสนับสนุนโครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม
Masami Wakayama ศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัย Hokuriku Gakuin ซึ่งเชี่ยวชาญด้านนโยบายพหุวัฒนธรรมของรัฐบาลท้องถิ่น เน้นย้ำความสำคัญของการเพิ่มโอกาสในการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม โดยสังเกตว่าการมีปฏิสัมพันธ์ที่จำกัดมักจะทำให้ทัศนคติที่กีดกันมีกำลังแรงมากขึ้น แต่สิ่งสำคัญไม่แพ้กันคือไม่ควรเรียกร้องให้มีการ ‘กลมกลืนมากเกินไป’ ในขณะเดียวกันก็ต้องให้ชาวต่างชาติปฏิบัติตามกฎพื้นฐาน โดยเขากล่าวว่า ‘หลักการของการอยู่ร่วมกันอย่างพหุวัฒนธรรมคือการยอมรับและเคารพวัฒนธรรมและความแตกต่างของกันและกัน’
สิ่งที่น่าคิดก็คือ …
แม้ว่าญี่ปุ่นจะมีมาตรการที่เข้มงวดในการรับชาวต่างชาติเข้ามาทำงานและพำนัก แต่ด้วยความที่สังคมญี่ปุ่นกำลังเข้าสู่สภาวะของการเป็นสังคมผู้สูงอายุที่ขาดแคลนแรงงานวัยทำงาน ญี่ปุ่นจึงยังคงสนับสนุนให้ชาวต่างชาติเข้ามาในประเทศญี่ปุ่นได้ แต่ทั้งนี้ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ “ไม่สร้างปัญหาให้กับสังคมญี่ปุ่น”
รัฐบาลญี่ปุ่นมีเป้าหมายว่า “จะต้องไม่มีชาวต่างชาติที่ก่อเรื่องผิดกฎหมาย เพื่อสร้างสังคมซึ่งเราสามารถอยู่ร่วมกับชาวต่างชาติด้วยความสงบสุข” และได้มีการดำเนินโครงการตามแผนที่ชื่อว่า “ชาวต่างชาติผิดกฎหมายในญี่ปุ่นเป็นศูนย์ (Japan’s Zero Illegal Foreign Residents Plan)” ซึ่งเป็นโครงการที่ตรวจสอบคุณสมบัติของชาวต่างชาติที่อยู่ในญี่ปุ่นอย่างเข้มงวด
นอกจากนี้ยังมีการแก้ไขกฎหมายการควบคุมคนเข้าเมืองและการรับรองสถานภาพผู้ลี้ภัย ซึ่งมีผลบังคับใช้ในเดือนมิถุนายนปี 2024 โดยมีเนื้อหาที่ระบุว่า ผู้ที่ยื่นขอสถานภาพผู้ลี้ภัยสามารถถูกเนรเทศได้ หากพวกเขายื่นคำร้องครั้งที่สามหรือมากกว่าจนครบจำนวนครั้งโดยไม่เสนอ “เหตุผลที่สมเหตุสมผล” สำหรับการรับรอง
ทั้งนี้ในปี 2025 ชาวตุรกีมีจำนวนผู้ถูกเนรเทศออกจากญี่ปุ่นมากที่สุด จำนวน 34 คน รองลงมาคือชาวศรีลังกา 17 คน ชาวฟิลิปปินส์ 14 คน และชาวจีน 10 คน
ย้อนมามองดูที่ไทย จริงๆ แล้วไทยเราเป็นประเทศที่เปิดใจรับชาวต่างชาติง่าย ด้วยความใจดีเป็นกันเองของเราทำให้มีคนต่างชาติต่างศาสนาเข้ามาท่องเที่ยวและพำนักมากมาย และแน่นอนว่าในจำนวนชาวต่างชาติเหล่านี้มีชาวต่างชาติที่รักเมืองไทยจากใจจริงและยินดีเคารพกฎหมายและวัฒนธรรมไทย แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ เราจะทำอย่างไรไม่ให้ชาวต่างชาติบางกลุ่มที่ขาดระเบียบวินัยและคุณธรรมเข้ามาสร้างปัญหาให้กับสังคมไทย ไม่ว่าจะเป็นการเข้ามาเพื่อยึดอำนาจ ตั้งรกรากแบบผิดกฎหมาย มาเป็นนายทุนเพื่อเอาเปรียบ ทำลายสิ่งแวดล้อม ทำลายสถานที่ท่องเที่ยวของไทย รวมถึงการก่ออาชญากรรมต่างๆ
การที่เราหละหลวมเกินไปในการคัดกรองชาวต่างชาติ รวมถึงการอนุญาตให้ชาวต่างชาติเอาเปรียบคนไทย ก็เท่ากับเปิดโอกาสให้สิ่งร้ายๆ เกิดขึ้นในบ้านของเราเอง
เพื่อที่จะรักษาประเทศไทยไว้ ทั้งภาครัฐและเอกชนเห็นความจำเป็นแค่ไหนที่เราควรพิจารณาคุณสมบัติที่เหมาะสมของชาวต่างชาติ ก่อนเปิดประตูบ้านให้เข้ามา
เพื่อนๆ คิดว่า เราจะจัดการปัญหาเรื่องนี้กันได้อย่างไร แชร์ให้ฟังกันบ้างนะคะ ^^
ทักทายพูดคุยกับ คอลัมน์นิจ ได้ที่ >>> Facebook คอลัมน์นิจคิดandไรท์
เรื่องแนะนำ :
– รวมสุดยอดไอเดียการลดขยะอาหารจากญี่ปุ่น มาบริโภคอาหารให้คุ้มค่ากันเถอะ
– แนะนำซีรีส์น่าดูสำหรับคนทำงาน เรื่อง “Haken no Hinkaku” กับ “Talentless Takano”
– “Shien” เพื่อนดูแลคุณแม่
– ซูชิวีแกน (Vegan Sushi Tokyo) ทางเลือกใหม่ในการบริโภคซูชิเพื่อสุขภาพ
– ประโยชน์ของ AI ในการใช้ในแวดวงการเรียนการสอนในประเทศญี่ปุ่น
อ้างอิง:
– https://www.asahi.com/ajw/articles/16088068?
– https://english.kyodonews.net/articles/-/73119
– https://english.kyodonews.net/articles/-/73172
– https://english.kyodonews.net/articles/-/73153
#เมื่อจำนวนชาวต่างชาติเพิ่มขึ้น ญี่ปุ่นจะรับมืออย่างไร


