คั่นรายการโดย Lordofwar Nick
“แฝด” (双生児) อีกหนึ่งเรื่องสั้นไอเดียสะพรึงจากปลายปากกาของ เอโดงาวะ รัมโปะ
สวัสดีครับท่านผู้อ่าน วันนี้ผมจะมาสปอยล์หนังไทย เอ๊ย รีวิวนิยาย (เรื่องสั้น) ญี่ปุ่นกันนะครับ เรื่องมันมีอยู่ว่า เมียผมตอนนี้ชอบดู Netflix เอามากๆ แล้วก็เป็นแฟนหนังผี/หนังสยองขวัญตัวยง (เมียใครวะเนี่ย เห้อ) ซึ่งล่าสุดก็ได้ดูหนังเรื่อง “แฝด” นำแสดงโดยมาช่า วัฒนพานิช ผมเองไม่ได้ดูแต่ต้นเรื่องเพิ่งเดินตามมาดูด้วยตอนกลางเรื่องจนจบเรื่อง พอถึงจุดเฉลยปมแล้วร้อง “เชี่ย” หนักมาก เพราะพล็อตตรงนี้นี่ โทษทีนะครับ สงสัยคนเขียนบท จะอ่านเรื่องสั้นเรื่องเดียวกับผมรึเปล่า?

โปสเตอร์หนัง “แฝด” (ที่มา TMDB)
มันคือเรื่อง “แฝด” (โซเซย์จิ 双生児 ในเวอร์ชั่นต่างประเทศมักจะมีชื่อรองด้วยว่า “คำสารภาพของนักโทษประหาร”) (ตีพิมพ์ครั้งแรก (?) ในปี พ.ศ. 2467) เรื่องสั้นที่ไอเดียการคิดพล็อตเรื่องต้องร้อง “เชี่ย” หนักมากแบบที่ถ้าไม่ใช่คนญี่ปุนนี่คิดไม่ได้เลยนะ มันมาจากปลายปากกาของนักเขียนเรื่องสั้นนามอุโฆษชาวญี่ปุ่น เอโดงาวะ รัมโปะ
ขอเล่าประวัติผู้เขียนเล็กน้อยนะครับ เอโดงาวะ รัมโปะ (江戸川 乱歩) (21 ตุลาคม พ.ศ. 2437 – 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2508) นามปากกานี้ได้จากการตั้งชื่อเลียนแบบชื่อ Edgar Allan Poe นักเขียนเรื่องสยองขวัญชาวอเมริกัน ถึงนามปากกาจะออกแนวเลียนแบบ และแนวทางการเขียนงานก็ได้แรงบันดาลใจจากนักเขียนแนวสืบสวนคนดังๆ ของฝั่งตะวันตกอย่าง เซอร์ อาร์เธอร์ โคนัน ดอยล์ กับ อกาธา คริสตี ก็ตาม แต่ผมกล้ารับประกันเลยว่า งานของ เอโดงาวะ รัมโปะ นั้น มีรสชาติของความเป็น “ญี่ปุ่น” ที่ออริจินอล แปลกใหม่ สยองแบบจิตๆ ไปอีกขั้น

เอโดงาวะ รัมโปะ (江戸川 乱歩) (ที่มา Wikipedia)
ผมรู้จักผลงานของ เอโดงาวะ รัมโปะ จากที่ได้อ่านหนังสือรวมเรื่องสั้นในห้องสมุดมูลนิธิญี่ปุ่น (กี่ปีแล้ววะเนี่ย?) เรื่องเด่นๆ ที่อ่านแล้วจับจิตจับใจก็มี “เก้าอี้มนุษย์” (จิตสุดๆ อยากเข้าใกล้ผู้หญิงซะจนต้องเข้าไปซ่อนตัวในเก้าอี้ พอผู้หญิงมานั่งก็ อ้า ฟินจัง♡) เรื่องนี้ดังมากขนาดมีวงดนตรีร็อคสามลุงญี่ปุ่น เอาชื่อเรื่องนี้ไปตั้งเป็นชื่อวงว่า “นินเง็นอิสุ” (人間椅子) เลยทีเดียว ซึ่งเดี๋ยวนี้ด้วยพลังแห่งยูทูป (โลกกว้างไกล) งานของสามลุงก็ถึงกับไปตีตลาดฝั่งตะวันตกจนฝรั่งยังถึงกับบอกว่าวงนี้นี่มัน Black Sabbath เวอร์ชั่นญี่ปุ่นชัดๆ
อีกเรื่องที่สั่นประสาทวิปลาสสุดๆ ไม่แพ้กันก็เรื่อง “นรกกระจก” (จำชื่อผิดก็ขออภัย) เรื่องของคนบ้ากระจกที่นึกอุตริสั่งให้คนสร้างทรงกลมที่ข้างในบุด้วยกระจกทั้งลูกแถมใส่หลอดไฟ เอาตัวเองเข้าไปแล้วก็สั่งให้มันหมุนๆ เป็นลูกบอลดิสโก้ จนออกมากลายเป็นบ้าตาขวางน้ำลายฟูมปากไปเลย (อย่าหาทำ)
โม้นอกเรื่องเยอะแล้ว มาเข้าเรื่อง “แฝด” ดีกว่าครับ เปิดเรื่องมามีชายคนหนึ่งต้องโทษประหารชีวิตจากคดีฆ่าชิงทรัพย์ ก่อนตายเขารู้สึกทนทุกข์ทรมานมาก จึงอยากจะสารภาพอะไรสักอย่างเป็นครั้งสุดท้าย นั้นคือ…
คดีคราวนี้ นี่ไม่ใช่ศพแรก
ศพแรกของเขา คือฆ่าพี่ชายฝาแฝดของตัวเอง!!
สองพี่น้องโตมาหน้าตาเหมือนกันเปี๊ยบ ชั่วแต่ว่าคนน้องมีไฝที่ต้นขาเท่านั้น…
คนพี่นิสัยดีเอาการเอางาน พ่อแม่ยกสมบัติให้ แต่งเมียให้ด้วย (แล้วเมียนี่ก็นะ เป็นอดีตคนรักเก่าของคนน้อง แต่พ่อแม่ฝ่ายหญิงเขาเห็นคนพี่อนาคตดีกว่าเลยยกลูกสาวให้ไปซะงั้น)
คนน้อง ไม่เอาการเอางาน อิจฉาริษยาพี่ชายฝาแฝดที่ได้ทั้งสมบัติได้ทั้งเมีย ส่วนตัวเองก็ผลาญส่วนแบ่งทรัพย์สินไปวันๆ งานการไม่ทำจนถังแตก หยิบยืมเงินพี่ชายจนพี่ชายบอกว่าถ้าไม่รู้จักปรับปรุงตัวก็คงไม่ช่วยแล้วนะ
คนน้องก็เลยวางแผน เริ่มจากหมั่นไปบ้านพี่ชายบ่อยๆ คอยสังเกตอากัปกิริยาทุกอย่างแม้แต่ท่าทางตอนเช็ดหน้า
พอได้ที่แล้ว ก็ป่าวประกาศว่า จะไปหางานทำที่เกาหลี (ยุคนั้นเกาหลียังเป็นอาณานิคมญี่ปุ่นอยู่) พี่ชายก็ดีใจหาย เอาเงินให้ไว้เป็นทุนรอนติดตัว
แล้วคนน้องก็จัดแจงแต่งตัวให้เหมือนพี่ชายแบบเหมือนยันกางเกงใน อ้อ ต้องไม่ลืมตัดไฝทิ้งด้วย ย่องเข้าไป พี่ชายกำลังเดินเข้าไปที่สวนหลังบ้านตอนเช้ามืด ส่วนที่เหลือ เล่าด้วยรูปแล้วกันครับ

มันจะน่าสะพรึงแค่ไหน เมื่อนึกว่า คนคนหนึ่ง กำลังฆ่ารัดคอ คนอีกคนหนึ่งที่หน้าตา “เหมือนกันยังกับแกะ” (ที่มา Wattpad)
เสร็จแล้วก็ไม่ต้องคิดเยอะ ในสวนมีบ่อน้ำพอดี เอาศพทิ้งบ่อน้ำ เอาดินถม ตีเนียนเป็นแฝดผู้พี่ เดินละลิ่วเข้าบ้าน กินข้าวกับเมีย (ของพี่ชาย) แถมยังนอนกับเมีย (ของพี่ชาย ที่เป็นคนรักเก่าของตัวเองอีก) อีก โอ้ แม่ม
แต่แน่นอน ไม่มีเรื่องดีๆ สำหรับคนทำชั่ว แฝดคนน้องต้องจิตหลอนเห็นผีพี่ชายโผล่มาทุกคืน มองหน้าตัวเองในกระจกก็เหมือนจะเห็นหน้าพี่ (ก็นะ ดันเป็นแฝดหน้าเหมือนกัน) จนต้องสั่งคนใช้ให้เอากระจกออกไปจากบ้านให้หมด (เป็นเอามาก)
แต่ด้วยนิสัยสุรุ่ยสุร่ายและทำมาหากินไม่เป็น แฝดน้องก็เริ่มจะรู้ตัวแล้วว่า ขืนเป็นงี้จะได้หนี้ท่วมหัวอีกรอบ แต่ด้วยสันดานเลว เลยคิดได้แค่เรื่องเลวๆ คือลักขโมยเขากิน เคยคิดแผน เอางี้ดีกว่า ไปขโมยของโดยทิ้ง “ลายนิ้วมือ (ปลอม)” ไว้ เพื่อให้ตำรวจนึกว่า อ้อ ไอ้คนน้องที่ว่าไปทำงานเกาหลี มันแอบกลับมาที่ญี่ปุ่นนี่แล้วก่ออาชญากรรม แล้วคนน้องในคราบ “คนพี่” ก็จะลอยตัวจ้า
พูดให้ชัดๆ คือ มันก๊อปปี้ “ลายนิ้วมือ” ของ “พี่ชาย” ที่ทิ้งไว้ในสมุด เวลาไปขโมยของก็จงใจทิ้ง “ลายนิ้วมือ” นั่น แล้วพอเกิดเรื่องจะได้โบ้ยว่า “น้องชาย” ทำ (คนละลายนิ้วมือกันค่ะ) คราวนี้ก็ย่ามใจ ลักทรัพย์มาเรื่อยๆ จนมาถึงคดีสุดท้ายเจ้าทรัพย์มาเห็นตอนกำลังเปิดตู้เซฟพอดีเลยชักมีดแทงเจ้าทรัพย์ตาย แล้วก็เอาแบบพิมพ์ “ลายนิ้วมือ” มาปั๊มกับเลือดแล้วก็ แปะๆๆ ไปทั่วๆ ที่เกิดเหตุ
พอเกิดเรื่อง ตำรวจก็ต้อง “เชิญ” บุคคลทุกคนที่ตำรวจเชื่อว่ารู้เรื่องเงินสองล้านในเซฟ (ซึ่งเห็นว่าจะเอาไปใช้ในงานการเมือง) รวมทั้ง “คนน้อง” ในคราบ “คนพี่” ให้ไป “พิสูจน์ลายนิ้วมือ” ตามกระบวนการ ซึ่งคนน้องก็ ย่ามใจ ยังไงก็รอดใสๆ แน่…
แต่พออีกแค่สองสามวันให้หลัง ตำรวจมีหมายจับ!
ทำไมความแตก???
คือไอ้ “ลายนิ้วมือปลอม” ที่มันเข้าใจว่าเป็นลายนิ้วมือ “ของพี่ชาย” จริงๆ แล้วเป็น ลายนิ้วมือ “ของมันเอง” ที่เกิดจากการกดนิ้วหลังจากเช็ดหมึกที่นิ้ว หมึกเลยไปลงที่ร่องในลายนิ้วมือ (ไม่ใช่หมึกประทับที่ลายนิ้วมือ) สรุปคือที่ผ่านมา มันก๊อปปี้ “ภาพเนกาทีฟ” ของลายนิ้วมือตัวเอง แล้วก็ แจกมันในที่เกิดเหตุฉ่ำๆ เลย แล้วตำรวจเขาใช้เทคนิคการ invert สีภาพถ่าย เปลี่ยนดำเป็นขาว แล้วเอามาเทียบระหว่างลายนิ้วมือในที่เกิดเหตุกับลายนิ้วมือที่ตำรวจมาขอให้พิสูจน์เมื่อสองสามวันก่อน ปรากฎว่า ตรงเป๊ะ
งานนี้ควายล้วนๆ ไม่มีวัวปน
สงสัยอยู่อย่างเดียวว่าถ้าเมียของพี่ชาย (หรือว่าเมียตัวเอง?) รู้เข้านี่จะทำหน้ายังไงดี?
เป็นไงครับ พล็อตเรื่องนี้ดีไหมครับ? ส่วนหนังไทยเรื่อง “แฝด” นี่จะมีจุดคล้ายคลึงในแง่ของพล็อตเรื่องยังไงก็ไปดูใน Netflix กันเอาเองนะครับ วันนี้ก็ต้องขอลาไปก่อนพบกันใหม่สัปดาห์หน้าสวัสดีครับ
เรื่องแนะนำ :
– เรื่องของ “หุ่นยนต์” กับ “เอไอ” อ่านแล้วทำไมนึกถึง “Giant Robo” ก็ไม่รู้?
– คดีสตรีมเมอร์สาวญี่ปุ่นโดนแทงกลางไลฟ์ “แล้วสอนว่าอย่าไว้ใจมนุษย์”
– Uprising อะไรน่ากลัวกว่ากันระหว่าง “ศัตรูผู้รุกราน” กับ “สนิมเนื้อในตน”?
– “ความฟุ่มเฟือยคือศัตรู” โห เอาแบบนี้เลย?
– The Final Destination เรื่องมันคงไม่เกิดหรอกถ้าฝรั่งรู้จัก 5 ส
#“แฝด” (双生児) อีกหนึ่งเรื่องสั้นไอเดียสะพรึงจากปลายปากกาของ เอโดงาวะ รัมโปะ


