สยองผีญี่ปุ่น : เปลวไฟผีกับลิลลี่สีดำ (Furaribi Yokai)
ในโลกของโยไคญี่ปุ่น มีสิ่งมีชีวิตน่าพิศวงชนิดหนึ่งที่ปรากฏอยู่ในม้วนภาพโบราณหลายชิ้นโดยไม่มีคำอธิบายใดๆ กำกับไว้เลย นั่นคือ “ฟุราริบิ” (ふらり火, Furaribi) หรือแปลตรงตัวว่า “เปลวไฟล่องลอย”
โยไคไฟชนิดนี้ปรากฏในผลงานสำคัญสามชิ้นของยุคเอโดะ ได้แก่ “ภาพขบวนร้อยอสูรยามราตรี” ของโทริยามะ เซกิเอ็น “ม้วนภาพรวมร้อยอสูร” ของซาวากิ สุอุชิ และม้วนภาพนิรนามชื่อ “รวมเหล่าภูตผีปีศาจนานาชนิด” ในทุกชิ้น ฟุราริบิถูกวาดในรูปร่างของนกที่มีเปลวไฟพวยพุ่งรอบกาย ใบหน้าคล้ายสุนัขหรือสัตว์ป่า แต่ในภาพของโทริยามะ เซกิเอ็น รูปลักษณ์ของมันมีความคล้ายคลึงกับ “ครุฑ” หรือ “กรุฑะ” แห่งเทพปกรณัมอินเดีย อย่างเห็นได้ชัด สะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลของพุทธศาสนาและความเชื่อจากทวีปเอเชียใต้ที่ซึมซับเข้าสู่วัฒนธรรมญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน ที่น่าสนใจคือในม้วนภาพโยไคของห้องสมุดมหาวิทยาลัยโทโย โยไคชนิดนี้ถูกบันทึกไว้ในชื่อ “ริราริบิ” (里羅利火) ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแม้แต่ชื่อของมันก็ยังไม่เคยเป็นเอกภาพอย่างแท้จริง

การที่ฟุราริบิไม่มีคำอธิบายกำกับในภาพเก่าแก่เหล่านั้นเลย ทำให้นักวิชาการด้านนิทานพื้นบ้านต้องอาศัยการตีความเชิงเปรียบเทียบกับโยไคประเภทใกล้เคียง ทฤษฎีที่เป็นที่ยอมรับมากที่สุดระบุว่า ฟุราริบิคือวิญญาณของผู้ตายที่ไม่ได้รับการประกอบพิธีกรรมทางพุทธศาสนาอย่างครบถ้วน กลายร่างเป็นอวตารของไฟ ล่องเร่ร่อนอยู่ในโลกมนุษย์โดยปราศจากจุดหมาย ในบริบทนี้ ฟุราริบิมีความเชื่อมโยงกับโยไคไฟอีกประเภทหนึ่งคือ “ฮิ-โนะ-ทามะ” ซึ่งเป็นลูกไฟลอยฟ้าที่มักปรากฏเหนือสุสานหรือริมน้ำในยามค่ำคืน ทั้งสองต่างเป็นตัวแทนของความเชื่อว่าวิญญาณที่ขาดการดูแลจะถูกขังอยู่ระหว่างสองโลก โดยไม่อาจผ่านพ้นไปสู่ปรโลกได้ ความเชื่อเรื่องพิธีกรรมหลังความตายในญี่ปุ่นนั้นมีความซับซ้อนมาก มีการจัดพิธีที่กำหนดแน่ชัดในวันที่ 7, 49, 100 หลังเสียชีวิต และยังมีพิธีประจำปีต่อเนื่องไปอีกหลายสิบปี การขาดพิธีใดพิธีหนึ่งเพียงครั้งเดียวอาจทำให้วิญญาณหลงทาง และนั่นคือต้นกำเนิดของโยไคลูกไฟเช่นนี้

ตำนานฟุราริบิผูกพันอยู่กับโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นในช่วงเทนโช ยุคปลายสมัยเซ็นโกกุ ซึ่งเป็นห้วงเวลาที่แผ่นดินญี่ปุ่นยังคุกรุ่นด้วยสงครามกลางเมือง ซัสสะ นาริมาสะ เจ้าเมืองโทยามะและหนึ่งในซามูไรชั้นนำของตระกูลโอดะ เป็นผู้มีชื่อเสียงในด้านความกล้าหาญ เขาเป็นหัวหน้าหน่วยคุ้มกันพิเศษ “คุโระโฮโระชู” ของโอดะ โนบุนางะ และเคยพิสูจน์ความมุ่งมั่นด้วยการข้ามเทือกเขาสูงชันในฤดูหนาว ซึ่งมีชื่อเรียกว่า “ซาราซาระโกเอะ” เพื่อไปเจรจากับโทกุงาวะ อิเอยาสุ แต่ความกล้าหาญในสนามรบนั้นกลับกลายเป็นดาบสองคมเมื่ออยู่ในราชสำนัก นาริมาสะมีนางสนมสุดสวยงามชื่อ “ซายุริ” บุตรสาวของเจ้าของที่ดินผู้มั่งคั่งจากหมู่บ้านโกฟุกุในแคว้นโทยามะ นาริมาสะได้พบเธอระหว่างการตรวจตราราษฎรในพื้นที่ ความงามของซายุริเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง นางจึงเป็นที่ริษยาของบรรดาสนมและสาวใช้ในปราสาท จนนำไปสู่การใส่ร้ายว่านางมีชู้กับชายรับใช้ในบ้าน บางตำราระบุว่ามีถุงสิ่งของของข้าราชบริพารถูกวางแผนนำไปซ่อนไว้ในห้องของซายุริเพื่อใช้เป็นหลักฐาน นาริมาสะหลงเชื่อโดยไม่ไต่สวนความจริง จึงลงมือฆ่าซายุริ นำร่างไปแขวนกับต้นไม้ริมฝั่งแม่น้ำจินสึที่ “อิโซเบะได” แล้วฟันร่างเป็นชิ้นๆ ก่อนจะสังหารญาติพี่น้องของนางทั้งหมดรวม 18 คนด้วยวิธีเดียวกัน

ใน “บันทึกสายธารแห่งการถ่ายทอด” (肯搆泉達録) บันทึกคำสาปของซายุริในวาระสุดท้ายไว้ว่า “ข้าไม่มีความผิด แต่ถูกใส่ร้ายด้วยความริษยา หากความแค้นนี้ยังไม่สงบ ปราสาทมากคณานับจักพังทลาย” บางตำราบันทึกไว้ต่างกันเล็กน้อยว่าซายุริสาปว่า “เมื่อใดที่ดอกคุโระยุริ (黒百合) ดอกลิลลี่สีดำ บานบนภูเขาทาเตยามะ บัดนั้นตระกูลซัสสะจักสิ้น” และแล้วโชคชะตาก็น่าสะพรึง ไม่นานหลังจากนั้น นาริมาสะพ่ายแพ้แก่โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ และในความพยายามเอาตัวรอดทางการเมือง เขานำดอกลิลลี่ดำหายากจากยอดเขาโอนันจิมิเนะไปถวายแก่ “โอเนะ” ภรรยาของฮิเดโยชิ แต่ฝ่ายคู่แข่งอย่างยางโดโนะ (淀殿) กลับนำดอกไม้แบบเดียวกันมาแสดงให้โอเนะเห็นว่าหาได้ง่ายดาย โอเนะจึงโกรธนาริมาสะที่นำของสามัญมาหลอกลวง สุดท้ายในปี ค.ศ. 1588 เพียงสามถึงสี่ปีหลังเหตุการณ์สังหารซายุริ ฮิเดโยชิก็สั่งให้นาริมาสะทำการคว้านท้อง รวมอายุได้เพียง 50 ปีเศษ ชาวเมืองโทยามะเชื่อสืบมาว่าตระกูลซัสสะสิ้นสุดลงด้วยคำสาปของดอกลิลลี่ดำ ตามที่นางซายุริทำนายไว้ทุกประการ

ว่ากันว่าหากใครไปยืนที่ริมแม่น้ำจินสึในยามดึกแล้วร้องเรียกชื่อ “ซายุริ ซายุริ!” ศีรษะที่ถูกตัดขาดของหญิงสาวจะลอยขึ้นมาจากน้ำ มันจะดึงฉีกเส้นผมของตนเองด้วยความแค้นอาฆาต ความเชื่อท้องถิ่นนี้ยังคงมีชีวิตอยู่จนถึงปัจจุบัน มีรายงานว่าในช่วงต้นยุคเมจิ ลูกไฟลอยฟ้าที่เรียกว่า “ฟุราริบิ” ยังคงปรากฏให้เห็นเหนือพนังกั้นน้ำอิโซเบะริมแม่น้ำจินสึในเมืองโทยามะอยู่เนืองๆ ก่อนที่การพัฒนาเมืองสมัยใหม่จะทำให้ประกายไฟแห่งตำนานดับมอดลงตามกาลเวลา
เรื่องราวของฟุราริบิจึงไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของโยไคเท่านั้น หากแต่เป็นร่องรอยของโศกนาฏกรรมจริงที่ฝังรากลึกในความทรงจำของผู้คน และยังทำให้ดอกลิลลี่สีดำกลายเป็นดอกไม้แห่งคำสาปในวัฒนธรรมญี่ปุ่นมาจนถึงทุกวันนี้
เรื่องที่เกี่ยวข้อง >>
– สยองผีญี่ปุ่น : ภิกษุผีในกองเพลิง
– สยองผีญี่ปุ่น : โคมมนุษย์
– สยองผีญี่ปุ่น : ดวงตาแห่งพายุ
– สยองผีญี่ปุ่น : อสูรสำราญแห่งสายน้ำคิวชู
– สยองผีญี่ปุ่น : ธิดาบาดาล
ที่มา: yokai.com
#สยองผีญี่ปุ่น : เปลวไฟผีกับลิลลี่สีดำ (Furaribi Yokai) #ผีญี่ปุ่น #โยไก #ปีศาจญี่ปุ่น #เรื่องเล่าผีญี่ปุ่น


