วิชายุทธ วิถีเซน by Lordofwar Nick
ฟุโดจิชินเมียวโรคุ ฉบับสำนักพระราชวัง (14) ไม่ถอยกลับ
ครับผม เราก็มาอ่านต่อกันนะครับ (อ้าว ก๊อปปี้คำของตอนที่แล้วมาตัดแปะนิหว่า 555)
ข้อความต้นฉบับ
一 中峯和尚の語に、具に須放心の心。此の心は、邵康節が心と同じ。心を一所に置なといふ義也。又具不退轉と云。是も中峯和尚の言葉也。不退轉、常に替らぬ心を持てと云義也。一度は能きづへつけ(気付け?)ども、頓而(やがて)くづれて常にないほどに、能圖をし堅めて退点 [轉] せぬ様に心をもてと云義なり。前の放心の心を能用ひかためよといふ義なり。
๑ ในคำของพระอาจารย์จงเฟิง (中峯和尚) โดยพิสดารคือ จิตที่ปล่อยจิต จิตนี้นั้น เหมือนกับจิตเชาคังเจี๋ย หมายความว่าอย่าวางจิตไว้ในที่เดียว อนึ่ง เรียกว่า ไม่ถอยกลับ นี้ก็เป็นคำของพระอาจารย์จงเฟิงเช่นกัน ไม่ถอยกลับ หมายถึง จงถือจิตที่ไม่เปลี่ยน ที่เที่ยง แม้อาจรู้ตัวได้ครั้งหนึ่ง อีกประเดี๋ยวก็อาจพังทลายกลายเป็นไม่เที่ยงไป ก็ให้ตั้งจิตตั้งใจให้ดีให้แข็งแรงไม่ถอยกลับ หมายความว่าจงใช้จิตที่ปล่อยจิตที่กล่าวมาก่อนนั้นให้ดีให้แข็งแรง
一 本心妄心。(妄心)といふ心は悪しき也。本心は一所に留て、 又全く身体に舒(のび)つまる物也。妄心といふは何ぞ心に思ひそめて一所にかたまりたる心ぞ。本心が一所に聚りてこりかたまりて妄心と成て有也。
๑ จิตเดิมจิตหลงผิด จิตที่เรียกว่าจิตหลงผิดนั้นเลว จิดเดิมนั้น เป็นสิ่งที่ค้างอยู่ในที่หนึ่ง ทั้งยังแผ่เต็มแน่นไปทั่วทั้งร่างกายด้วย ที่เรียกว่าจิตหลงผิดนั้น คือจิตที่ นึกคิดในจิตอะไรสักอย่าง แข็งเป็นก้อนอยู่ในที่หนึ่ง จิดเดิมหากไปรวมกันที่หนึ่งจับตัวแข็ง จักกลายเป็นจิตหลงผิด
如ㇾ此なれば本心はうせ(失せ)候故に所々の用が欠るなり。氷と水とは一つなれども、氷にては手顔もあらわれぬ也。氷をとかして水となしては、いづく(何処)へなりともながし度所へやりて自由也。人の心も一所にかたまり候へば不自由也。水のごとく心を總身へ舒(のび)廣りて用なる所へやりてつかひ候。是を本心といふ也。
หากเป็นเช่นนี้ จิดเดิมจะสูญ ด้วยเหตุนี้ประโยชน์ของที่ต่างๆ ก็จะพร่อง น้ำแข็งกับน้ำนั้น แม้จะเป็นอย่างเดียวกัน แต่น้ำแข็งหาใช้ล้างมือล้างหน้าได้ใหม่ พอเอาน้ำแข็งมาละลายกลายเป็นน้ำแล้ว แม้จะที่ใดก็ไหลไปได้ ไปทางใดก็ได้เป็นอิสระ จิตของคนถ้าแข็งเป็นก้อนตรงที่หนึ่งแล้วก็ไม่เป็นอิสระเช่นกัน แผ่จิตไปทั่วทั้งตัวเหมือนน้ำ ใช้ในที่ที่ต้องใช้ นี้คือที่เรียกว่าจิตเดิม
การตีความและอภิปราย
อยากจะขอพูดถึงคำศัพท์ก่อนนะครับ
ไม่ถอยกลับ (ฟุไทเท็น 不退轉)
คำนี้ต้องมาแล้วนะครับ Never give up, never back down! “ไม่ยอมแพ้ ไม่ยอมถอย”
วิถีแห่งพุทธะ กับวิถีแห่งนักรบนั้น เหมือนกันตรงที่มันเป็นวิถีแห่งการฟันฝ่าอุปสรรค เพื่อไปสู่จุดหมาย
เป็นทางที่ ยาก ยาว และไม่รับประกันว่าจะรอดชีวิตหรือไม่ จะสำเร็จหรือไม่
การที่จะข้ามผ่านอุปสรรค ความยากลำบาก ความคับข้องใจ ต่างๆ นานา ที่มันจะต้องเข้ามากระทบจิตใจเราให้ได้นั้น ถ้าเราไม่อาจทำจิตของเราให้เป็น “จิตที่ปล่อยจิต” (โฮชิน โนะ ชิน 放心の心) ได้ เราจะไม่มีทางข้ามผ่านความยากลำบากไปได้เลย และจะต้องล้มกลางทางอย่างแน่นอน
ผมเห็นคนสมัยนี้ เอะอะอะไรเจออะไรก็คร่ำครวญหวนไห้ทางโซเซียล เอะอะอะไรก็เอาทุกอย่างมาเป็น “ดราม่า” เป็นสังคมที่จิตคนเต็มไปด้วยการด่า เต็มไปด้วยการบ่น เต็มไปด้วยเสียงเรียกร้องอยากให้คนนั้นทำนั่น คนนี้ทำนี่ให้
การหยิบจับอะไรเจออะไรมาก็เป็นประเด็นหมด บ่น คร่ำครวญ เรียกร้องจะเอานั่นนี่ ผมเห็นว่ามันเป็นสิ่งที่ “น่ารังเกียจ” เพราะการทำตนให้เป็นคนที่ “ไม่ปล่อยจิต” เอาจิตไปจับไปจมกับความทุกข์ ความไม่พอใจ ถ้าจิตเป็นแบบนี้จะไม่อาจทนทานต่อความยากลำบากใดๆ ได้ ไม่ต้องพูดถึงการฝึกตนในวิถีแห่งพุทธะ วิถีแห่งนักรบเลย
เพื่อที่จะฝึกตัวเองให้เป็นคนที่ “ปล่อยจิต” ได้ ควรรู้จักอีกคำหนึ่งก็คือ คำว่า…
จิตหลงผิด (โมจิน 妄心)
จิตหลงผิด ในที่นี้ หมายถึง จิตที่แปดเปื้อนกิเลส (煩悩に汚された心)
ในพุทธศาสนาของไทย ก็มีคำว่า กิเลสเป็นเครื่องที่ทำให้จิตเศร้าหมอง
กิเลส ของคนเรา ก็ไม่ได้มีอะไรเยอะไปกว่า โลภ โกรธ หลง ไม่พ้นสามอย่างนี้หรอกครับ
และสามอย่างนี้ จะทำให้คนเรา คิดผิด ตัดสินใจผิด ทำอะไรที่มันผิดๆ ซึ่งบางทีก็ทำให้ถึงตาย หรือสร้างความฉิบหายให้แก่ตนเองและผู้อื่น จะโดนคอลเซ็นเตอร์หลอกจนหมดตัว จะเอาปืนไปกราดยิงใคร หรือโดนหลอกให้ทำธุรกิจขายตรง (หรือไปหลอกคนอื่น) มันก็ วนๆ อยู่ใน โลภ โกรธ หลง สามอย่างนี่แหละ
ในวิถีแห่งนักรบนั้น การคิดผิด ตัดสินใจผิด ทำอะไรผิดๆ ผลคืออาจถึงตายได้
เราต้องคอยเตือนตน รู้เท่าทันกิเลส เมื่อรู้ทัน เตือนตน ให้กลับมาคิดและทำอย่างมีเหตุผลอันดีอันควรได้ นั่นก็เท่ากับว่า ณ ตอนนั้น จิตเราเป็นจิตเติม (ฮอนชิน 本心)
จิตเดิมในที่นี้ หมายถึง จิตที่ถูกต้อง ที่มันควรจะมีมาแต่เดิม จิตที่ดีงาม (เรียวชิน) (本来あるべき正しい心。良心) คำว่า เรียวชิน นั้น อาจแปลเป็นไทยได้ว่า กุศลจิต หมายถึง จิตที่ใฝ่ดี มีเหตุผล เข้าใจสภาวะต่างๆ ถูกต้องตามเป็นจริง เป็นจิตที่ที่ผ่องใส
ถ้าจิตผ่องใส มันก็ โปร่ง เบา ไหลไปได้ทั่ว เหมือนน้ำ
ถ้าจิตเศร้าหมอง มันก็ หนัก ทึบ ไหลไปไม่ได้ เหมือนน้ำแข็ง
แต่ที่คำในพุทธศาสนาอย่างญี่ปุ่นไปใช้คำว่า จิตเดิม ให้เราคนไทยแปลแล้วอ่านแล้วงง ก็เพราะว่า ผมเชื่อว่าคำนี้ อาจจะมีอิทธิพลของแนวคิดเม่งจื๊ออยู่ด้วย ที่ว่า เดิมทีมนุษย์นั้นมีความดีโดยธรรมชาติ พูดคำนี้ คนญี่ปุ่นเข้าใจเพราะเขารับอิทธิพลคำสอนเม่งจื๊อมา เลยสื่อกันได้ แต่กับคนไทย คนไทยไม่ได้รับตรงนี้มา เลยฟังเหมือนจะสื่อยาก แต่ถ้าจะพูดแบบง่ายๆ ล่ะก็ เราก็เอาเทียบกับ กุศลจิต-อกุศลจิต ก็แล้วกัน เพราะมันก็พูดถึงสภาวะอย่างเดียวกัน
หวังว่า คงจะเป็นประโยชน์แก่ท่านผู้อ่านนะครับ
พบกันใหม่สัปดาห์หน้านะครับสวัสดีครับ
เรื่องแนะนำ :
– ฟุโดจิชินเมียวโรคุ ฉบับสำนักพระราชวัง (13) ลูกแก้วที่ขัดดีแล้ว
– ฟุโดจิชินเมียวโรคุ ฉบับสำนักพระราชวัง (12) วิตกวิจาร
– ฟุโดจิชินเมียวโรคุ ฉบับสำนักพระราชวัง (11) คำว่าสำรวม
– ฟุโดจิชินเมียวโรคุ ฉบับสำนักพระราชวัง (10) ตีน้ำเต้าน้อยบนน้ำ
– ฟุโดจิชินเมียวโรคุ ฉบับสำนักพระราชวัง (9) โอกาสแห่งหินเหล็กไฟ
#ฟุโดจิชินเมียวโรคุ ฉบับสำนักพระราชวัง (14) ไม่ถอยกลับ


