วิชายุทธ วิถีเซน by Lordofwar Nick
“ฟุโดจิชินเมียวโรคุ” ฉบับสำนักพระราชวัง (1) ดั่งหินเหล็กไฟดั่งสายฟ้าแลบ
สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่รัก เรามาอ่านย่อหน้าแรกกันก่อนนะครับ
ข้อความต้นฉบับ
『不動智』宮内庁書陵部所蔵本
“ฟุโดจิ” ฉบับคลังหนังสือของสำนักพระราชวัง
一 無明と云は明になしといふ文字也。迷を申也。住地とは留といふ文字也。住は留るにて候。留るとは何事なりとなすわざ見る事聞事に心の留るを云也。留る事を嫌ひ候也。兵法の上にて云ば、敵ふり上る太刀を一目見ると其侭そこに心が留り候へば手前が抜て、向 の人にきられ候也。是を留ると可申候。
๑ คำว่า อวิชชา (มุเมียว 無明) นั้น หมายถึงไม่รู้แจ้ง เรียกว่า หลง (มาโยอิ 迷) คำว่า ที่อาศัย (จูจิ 住地) นั้น หมายถึงการค้าง (โทมาริ 留) อาศัย (จู 住) นั้นคือค้าง (โทมารุ 留る) ที่ว่าค้างนั้น คือ (เอา) สิ่งที่ดูที่ฟังว่าเกิดอะไรยังไงมาค้างไว้ในจิต พึงรังเกียจการค้าง กล่าวถึงพิชัยสงครามแล้ว หากมองแต่ดาบที่ศัตรูเงื้อขึ้นมาล่ะก็ หากจิตก็ค้างอยู่ที่ตรงนั้นทั้งๆ อย่างนั้น ตัวเราจักหลุด ถูกคนอีกฝั่งฟันเอาได้ นี้อาจเรียกได้ว่าค้าง
敵ふり上る 太刀を見る事は見れども、そつとも心を不ㇾ留、敵のふり上る太刀の拍子に合をふともせず、思案分別にも不ㇾ渡、 ふり上る太刀を見るといなやにびかりと出る石火のごとく、無拍子にふり上る太刀のつか(柄)へ押こむべし。如(ㇾ)斯すきまもなく心を不留はたらいたを禪には石火の機と云也。
การมองดาบที่ศัตรูเงื้อขึ้นมานั้น แม้จะมองเห็น แต่ก็ไม่ค้างมันไว้ในจิตแม้แต่น้อย ไม่ประสานกับจังหวะของดาบที่ศัตรูเงื้อขึ้นมา ไม่ข้ามไปยังการนึกคิดแบ่งแยก เห็นดาบที่เงื้อขึ้นมาแล้ว ดั่งหินเหล็กไฟดั่งสายฟ้าแลบ กดเข้าไปยังด้ามของดาบที่เงื้อขึ้นมาอย่างไร้จังหวะ ดังนี้ การทำการของจิตที่ไม่ค้างไม่มีช่องโหว่ช่องว่างนั้น ในเซนเรียกว่า โอกาสแห่งหินเหล็กไฟ (เซ็กกะ โนะ คิ)
การตีความและอภิปราย
อวิชชา คืออะไร? คือ ไม่รู้แจ้ง?
ไม่รู้แจ้ง คืออะไร? ถ้าในแง่ของอริยสัจ ๔ ก็คือ ไม่รู้ว่าทุกข์คืออะไร? ไม่รู้ว่าสมุทัย (เหตุแห่งทุกข์) คืออะไร ไม่รู้ว่านิโรธ (การดับทุกข์) คืออะไร ไม่รู้ว่ามรรค (หนทางดับทุกข์) คืออะไร
แล้วในวิชาดาบ (หรือในวิชาต่อสู้อื่นๆ) ล่ะ?
เราพะวักพะวน เรากลัวนั่นโน่นนี่ ก็เพราะเราไม่รู้ว่าจะรับมือกับมัน (การโจมตีของคู่ต่อสู้) ยังไงดีใช่ไหม?
ถ้าใช่ รู้ว่าใช่ ก็จงเรียนรู้เพิ่มเติม
เมื่อรู้วิธีรับมือแล้ว ก็จะไม่กลัว ถึงจุดหนึ่งก็จะสามารถแม้แต่คาดเดาการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายล่วงหน้าแล้วเข้าสกัดเสียก่อน (ไม่รอให้เขาลงมือจนสุด) แต่การทำแบบนั้นได้ ต้องมีสติรู้ตัวทั่วพร้อม จะมีสติได้ก็ต้องมีความมั่นใจ จะมีความมั่นใจได้ก็ต้องเรียนรู้ฝึกฝน ถ้าเรากลัว ตกใจ ไม่มั่นใจ ไม่รู้จะทำไง แสดงว่า เรายังเรียนมาไม่พอ…
ทีนี้ผมขอขยายความคำว่า “ ไม่ประสานกับจังหวะของดาบที่ศัตรูเงื้อขึ้นมา ไม่ข้ามไปยังการนึกคิดแบ่งแยก” ด้วยสิ่งที่ประสบมาให้ฟัง
สิ่งที่ได้ประสบมา
มีอยู่วันหนึ่งผมโรล (ซ้อมประลอง) กับสายน้ำเงินหนุ่มคนนึง พอหลังจากที่เขา “ยืนย่อต่ำ” ผมคิดไปก่อนว่ายืนแบบนี้ต้องเป็น “สายมวยปล้ำ” แน่ๆ เลยทีแรกแอบคิดว่าล่อให้เขาเข้ามาเทคขาข้างนึงผมก่อนแล้วค่อยสวนดีไหม แต่พอผมได้ช่องแทรกด้านข้างกะจะบอดี้ล็อก ชั่วขณะที่ผมชะงักว่าจะเล่นท่าไหนดีเท่านั้นเอง ผมก็โดน “อุจิมาตะ” สวนเข้าให้จนล้มเลย แล้วผมจะบอกว่า ถ้าผมแพ้ในเกมยืน (โดนทุ่มได้) ก็เท่ากับว่าชีวิตผมจบแล้ว…
พอคิดจะ “ประสาน” หรือ “นึกคิดแบ่งแยก” (ว่าต้องเป็นงั้นเป็นงี้) ความคิดถึง “ความเป็นไปได้” ต่างๆ จะแคบลง การตอบสนองต่อสถานการณ์ต่างๆ (ที่อาจเปลี่ยนแปลงฉับพลันได้) จะทื่อและแย่ลง ฝากไว้ให้คิดนะครับ
ที่เขียนมานี้ ผมเขียนเพื่อ “เตือนตนเอง” ก่อนเป็นอย่างแรก หากท่านใดมาอ่านแล้วเป็นประโยชน์ ก็นับว่าเป็นผลพลอยได้นะครับ
เอาล่ะครับ วันนี้ก็เบาๆ แต่เพียงเท่านี้ก่อน อย่าลืมมาอ่านกันต่อสัปดาห์หน้านะครับ
เรื่องแนะนำ :
– ฟุโดจิชินเมียวโรคุ ฉบับสำนักพระราชวัง (0) ปูมหลังของหนังสือเล่มนี้
– American Samurai ตอนเด็กดูแล้วประทับใจ แต่พอดูๆ ไป เอ๊ะมันอิหยังวะ?
– เซนกับบราซิลเลี่ยนยูยิตสู (ตอนพิเศษ) มีภูเขา เราต้องปีน
– เมื่อญี่ปุ่นต้อง “แปลงสาร” ในวิดีโอเกมเพื่อไม่ให้ “ขัดใจฝรั่ง”
– Advanced Daisenryaku: Deutsch Dengeki Sakusen เกมในดวงใจที่คงไม่มีวันเล่นจบ
“ฟุโดจิชินเมียวโรคุ” ฉบับสำนักพระราชวัง (1) ดั่งหินเหล็กไฟดั่งสายฟ้าแลบ


