ป่าอาโอกิงาฮาระ (Aokigahara) หลุมศพหมู่สุดหลอน
ป่าอาโอกิงาฮาระ (青木ヶ原樹海) หรือที่ขึ้นชื่อว่า “ป่าฆ่าตัวตาย” อยู่ที่ จ.ยามานาชิ บริเวณเชิงภูเขาไฟฟูจิ ซึ่งป่าแห่งนี้กำเนิดขึ้นมาจากลาวาของภูเขาไฟฟูจิ เมื่อปี ค.ศ. 864 หรือประมาณ 1,200 ปีที่แล้ว เป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์และล้ำค่ามาก เนื่องจากป่ามีขนาดใหญ่ มอส เฟิร์น และต้นไม้ขึ้นหนาแน่น เขียวขจี มีนก สัตว์ป่า และพืชพรรณนานาชนิด จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์สถานทางธรรมชาติแห่งชาติ แล้วป่าแห่งนี้กลายเป็น “ป่าฆ่าตัวตาย” ลองมาย้อนดูเรื่องราวกัน
“ของขวัญชิ้นใหญ่” ของจังหวัดยามานาชิ
ในอดีต ป่าอาโอกิงาฮาระเป็นพื้นที่ที่ราชวงศ์ญี่ปุ่นเป็นเจ้าของ จนกระทั่งปี ค.ศ.1911 ป่าแห่งนี้ถูกมอบให้กับจังหวัดยามานาชิ
ตอนนั้น สำหรับจังหวัดยามานาชิ ป่าอาโอกิงาฮาระเหมือนเป็น “ของขวัญ” เลย ทางจังหวัดตั้งใจจะทำให้ผืนป่าแห่งนี้สร้างความสุขให้ผู้คน และจะพัฒนาเพื่อให้ความงามของป่าเชิงเขาที่อุดมสมบูรณ์นี้เป็นที่ประจักษ์
แต่แล้วของขวัญก็กลับกลายเป็นฝันร้าย เมื่อมีคนมาฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ปีที่พบศพสูงสุด คือ 105 ศพ
ในปี ค.ศ.1928 มีข่าวดังลงหนังสือพิมพ์
ชู้รักของอาจารย์โรงเรียนมัธยมปลายโตเกียว ถูกพบเป็นศพในถ้ำที่ป่าอาโอกิงาฮาระ และพบศพอาจารย์คนดังกล่าว อยู่ห่างออกไปประมาณ 6 กม. อยู่ในสภาพแข็งตาย ว่ากันว่าอาจารย์คนนี้พยายามฆ่าตัวตาย 2 ครั้ง หลังจากชู้รักตาย แต่เขาทำไม่สำเร็จ จนเหนื่อยล้าและแข็งตาย
นี่อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นให้คนสนใจป่าอาโอกิงาฮาระ ในฐานะสถานที่ฆ่าตัวตาย แต่ช่วงที่คนฆ่าตัวตายเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมากผิดปกติ คือ หลังปี ค.ศ.1960 ซึ่งเป็นปีที่นวนิยายเล่มหนึ่งถูกตีพิมพ์

นวนิยายที่ทำให้อยากไป “ทะเลแห่งต้นไม้”
คนที่ฆ่าตัวตายในป่าอาโอกิงาฮาระ หลายๆ คนเสียชีวิตพร้อมมีนวนิยายเล่มนี้อยู่ข้างตัว ใส่ในกระเป๋าบ้าง เอามาหนุนนอนบ้าง
นวนิยายเล่มนั้น ชื่อว่า “นามิ โนะ โท (波の塔)” แปลว่า หอคอยแห่งคลื่น เขียนโดย มัตสึโมโตะ เซโจ (松本清張)
เป็นเรื่องราวของอัยการหนุ่มผู้ผดุงความยุติธรรม ที่ได้พบรักกับหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งแต่งงานแล้ว แต่เขาไม่ยอมเลิกกับเธอ จนต่อมาเขาได้สืบสวนคดีหนึ่ง และพบว่าหญิงสาวคนรักคือภรรยาของคนร้ายในคดี เมื่อคนร้ายรู้ว่าอัยการคบชู้กับภรรยาตัวเอง จึงฉวยโอกาสเอาเรื่องนี้มาปกปิดคดี ทำให้คนร้ายรอดจากคดีไป ส่วนอัยการถูกพักงาน อัยการหนุ่มยังคงเลือกหญิงสาวคนรักมากกว่าสิ่งอื่นใด เขาลาออกและนัดพบกับเธอ ซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่เขาเหลือในชีวิต
แต่สุดท้ายหญิงสาวไม่ได้มาพบที่จุดนัด เธอหายตัวไปในทะเลแห่งต้นไม้ ซึ่งภาษาญี่ปุ่นเรียกป่าอาโอกิงาฮาระ ว่า “ทะเลแห่งต้นไม้”
หลังจากหนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์ มีผู้หญิงฆ่าตัวตายในป่าอาโอกิงาฮาระเพิ่มขึ้น และสำนักพิมพ์ก็ได้รับการติดต่อจากตำรวจอยู่บ่อยครั้ง เพราะพวกเธอฆ่าตัวตายพร้อมหนังสือ “นามิ โนะ โท” อยู่ข้างกาย
หลุมศพหมู่
จนในปี 1978 ป่าอาโอกิงาฮาระก็ขึ้นชื่อเรื่องสถานที่ฆ่าตัวตาย หนังสือพิมพ์พาดหัวว่า “การฆ่าตัวตายในทะเลแห่งต้นไม้ หลุมศพหมู่ในฟูจิและอาโอกิงาฮาระ”
หมู่บ้านที่ตั้งของป่าอาโอกิงาฮาระต้องลงทุนทั้งเงิน ทรัพยากรมนุษย์ และที่ดิน ให้กับศพมากหน้าหลายตาจากทั่วประเทศ
ต่อมาปี 1993 มีหนังสือเล่มหนึ่งชื่อว่า “คู่มือการฆ่าตัวตายฉบับสมบูรณ์ (完全自殺マニュアル)” ได้อธิบายวิธีเดินทางไปยังป่าอาโอกิงาฮาระ และเขียนถึงสถานที่ที่ศพจะถูกพบได้ยาก ซึ่งหนังสือเล่มนี้ก็ถูกพบอยู่กับศพรายหนึ่งในป่าอาโอกิงาฮาระ
แต่จริงๆ จุดประสงค์ของเนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ ไม่ใช่ให้คนฆ่าตัวตายนะ แต่ต้องการให้คนที่กำลังรู้สึกอยากฆ่าตัวตาย กลับมาใช้ชีวิตอย่างสบายใจ ซึ่งมีข้อมูลว่าช่วงที่หนังสือตีพิมพ์ อัตราการฆ่าตัวตายลดลงด้วย
อย่างไรก็ตาม การอธิบายวิธีเดินทางไปยังป่าอาโอกิงาฮาระในหนังสือเล่มนี้ ยิ่งทำให้ป่าอาโอกิงาฮาระมีชื่อเสียงในฐานะสถานที่ฆ่าตัวตาย พร้อมกับยุคของอินเทอร์เน็ต ทำให้ข้อมูลแพร่กระจายออกไป
ในป่าอาโอกิงาฮาระมีศพซ่อนอยู่มากมาย ขนาดที่ว่าถ้าไปป่าอาโอกิงาฮาระบ่อยๆ สัก 4 ครั้ง จะต้องเจอศพสักครั้งนึง อาจเจอศพกองอยู่กับพื้น ศพที่เน่าเฟะหรือโครงกระดูก หรืออาจพบศพที่ผูกเชือกห้อยลงมาจากต้นไม้ ขาต่องแต่ง บางศพก็กลายเป็นกระดูกไปแล้ว มีเพียงเชือกเปล่าๆ ห้อยอยู่ พื้นบริเวณใต้เชือก มีกองโครงกระดูก ส่วนกะโหลกศีรษะกลิ้งหายไป และยังมีสัมภาระต่างๆ ที่ถูกทิ้งไว้ รถยนต์ เต็นท์ แผนที่ หนังสือแนะนำการฆ่าตัวตาย หนังสือวิธีผูกเชือก ฯลฯ
ทางจังหวัดยามานาชิพยายามเปลี่ยนภาพลักษณ์ของป่าอาโอกิงาฮาระ รวมถึงหามาตรการป้องกันการฆ่าตัวตาย เช่น ตั้งป้ายเตือนสติไว้ตามจุดต่างๆ ในป่าอาโอกิงาฮาระ
ปัจจุบันคนฆ่าตัวตายในป่าอาโอกิงาฮาระน้อยลง คาดว่าไม่ถึง 30 คนต่อปี แต่ยังคงมีศพมากมายสะสมอยู่ในป่าอาโอกิกาฮาระ ซึ่งก็มีคนกลุ่มหนึ่งที่มีงานอดิเรกคือการเดินเข้าป่าอาโอกิงาฮาระ เพื่อค้นหาศพ

นักค้นหาศพและศพอำพราง
เอาจริงๆ แล้วความน่ากลัวของป่าแห่งนี้ อาจไม่ใช่คนมาฆ่าตัวตายเยอะก็ได้นะ ลองคิดดูว่าในจำนวนทั้งหมดมีกี่ศพที่ “ฆ่าตัวตายจริงๆ”
เพราะสถานที่แห่งนี้ขึ้นชื่อไปแล้วว่าเป็นป่าฆ่าตัวตาย ฆาตกรก็สามารถใช้โอกาสนี้เอาเหยื่อมาทิ้ง แล้วทำให้ดูเหมือนฆ่าตัวตาย
ชายคนหนึ่งที่มีงานอดิเรกในวันเสาร์อาทิตย์ คือการไปค้นหาศพในป่าอาโอกิงาฮาระ เล่าว่าเคยพบศพมามากกว่า 100 ศพ ซึ่งมีบางศพที่อยู่ในสภาพผิดธรรมชาติ
ชายหนุ่มวัย 20 กว่า แขวนคอจากต้นไม้ ร่างกายส่วนบนเปลือยเปล่า ไม่มีใครเข้าป่าที่เย็นชื้นโดยไม่ใส่เสื้อ มิหนำซ้ำตอนนั้นเป็นฤดูใบไม้ผลิ อากาศในป่ายิ่งหนาวมาก
ร่างของชายคนนั้นสวมเพียงกางเกงยีนส์ รองเท้าก็เหลือเพียงข้างเดียว ต้นไม้นั้นสูงเกินกว่าจะผูกคอด้วยตัวเอง ด้านล่างไม่มีสิ่งของที่ใช้ขึ้นไปยืนผูกคอ สิ่งที่พันรอบคอคือผ้าเช็ดตัว ผูกกับเชือกยาง แล้วแขวนบนต้นไม้ ดูลำบากเกินไปที่จะพันด้วยตัวเอง และผ้าเช็ดตัวก็พันไว้หลวมๆ ไม่มีทางทำให้ขาดอากาศหายใจได้ ร่างกายมีรอยจ้ำมากมาย
นี่อาจเป็นหนึ่งในศพที่ถูกฆ่า แต่ถูกอำพรางให้เหมือนฆ่าตัวตาย
นอกจากการอำพรางศพ ป่าอาโอกิงาฮาระก็เป็นสถานที่ชั้นดีในการทำลายหลักฐานอาชญากรรม ในป่ามีกระเป๋าสตางค์ถูกทิ้งไว้จำนวนมาก ซึ่งข้างในไม่มีเงินสดของมีค่าหลงเหลือ เป็นเพียงกระเป๋าที่โจรเอามาทิ้งไว้
แม้ว่าป่าแห่งนี้จะมีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์มาก เหมาะแก่การศึกษาธรรมชาติ ทั้งนก สัตว์ป่า และพืชพรรณนานาชนิด แต่ก็น่าเสียดายที่เรื่องราวความหลอนทิ้งไว้ซึ่งบรรยากาศวังเวง ทำให้น้อยคนนักที่จะกล้าย่างกรายเข้าไป
เรื่องแนะนำ :
– ห้างดังโตเกียวจัดเทศกาลซากุระ
– 5 อันดับประเทศที่ญี่ปุ่นส่งออกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากที่สุด
– JR East เปิดตัวชินคันเซ็นรุ่นใหม่
– JAL เปิดตัวเครื่องบินลายกันดั้ม!
– ญี่ปุ่นเปิดคาเฟ่ของต้องคำสาป
ที่มาและรูปภาพ :
https://news.livedoor.com/article/detail/22663318/
https://www.yamanashi-kankou.jp/aokigaharajukai/
https://dowellbydoinggood.jp/contents/travel/805/
https://bunshun.jp/articles/-/46601
https://tabi-and-everyday.com/archives/23124
https://books.j-cast.com/2020/05/12011650.html
#ป่าอาโอกิงาฮาระ หลุมศพหมู่สุดหลอน #Aokigahara


