มหากาพย์ Yasuda Zaibatsu: จักรวรรดิการเงินที่โลกหมุนตาม ตอนที่ 5… สงครามโลกและการล่มสลาย เมื่อ “ไซบัตสึ” ถูกพิพากษาจากผู้ชนะสงคราม
ในประวัติศาสตร์ของโลกธุรกิจ ไม่มีสัจธรรมข้อใดที่จะแม่นยำไปกว่าคำว่า ยิ่งรุ่งเรืองถึงขีดสุด เท่ากับยิ่งก้าวเข้าใกล้จุดจบ อาณาจักรที่ยิ่งใหญ่และฝังรากลึกมานานนับร้อยปี สามารถพังทลายลงมากลายเป็นเถ้าถ่านได้ในชั่วข้ามคืน หากพายุที่พัดเข้ามานั้นไม่ใช่แค่ความผันผวนทางเศรษฐกิจดั้งเดิม แต่เป็นพายุแห่งสงครามโลกและการล้างไพ่ระเบียบโลกใหม่
สำหรับ Yasuda Zaibatsu หลังจากที่พวกเขาผ่านพ้นวิกฤตการลอบสังหารผู้ก่อตั้ง และได้ทำการผ่าตัดองค์กรครั้งใหญ่ภายใต้การนำของคนนอกจนกลายเป็นธนาคารพาณิชย์ที่แข็งแกร่งที่สุดในประเทศญี่ปุ่น อาณาจักรการเงินแห่งนี้ก็ต้องเผชิญกับบททดสอบที่โหดร้ายที่สุด เมื่อประเทศญี่ปุ่นทั้งประเทศเริ่มหมุนเข้าสู่วังวนของลัทธิทหารนิยม และลากเอากลุ่มทุนทั้งหมดเข้าไปเป็นฟันเฟืองในมหากาพย์สงครามโลกครั้งที่สอง
เรื่องราวในตอนนี้คือบทสรุปอันเจ็บปวดของการล่มสลาย เป็นช่วงเวลาที่สายเลือดและนามสกุลอันศักดิ์สิทธิ์อย่าง ยาซุดะ ถูกพิพากษาจากผู้ชนะสงครามให้เป็น อาชญากรทางเศรษฐกิจ และถูกบีบให้ต้องลบชื่อของตัวเองออกจากหน้าประวัติศาสตร์การเงินของญี่ปุ่นไปตลอดกาล
ย้อนกลับไปในช่วงทศวรรษ 1930 บรรยากาศการเมืองในประเทศญี่ปุ่นเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง กลุ่มนายทหารหนุ่มไฟแรงและนักชาตินิยมขวาจัดเริ่มก้าวเข้ามามีบทบาทในการควบคุมนโยบายของรัฐบาล กองทัพญี่ปุ่นเริ่มเดินหน้าขยายดินแดนเข้าสู่จีนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สิ่งที่ตามมาคือรัฐบาลจำเป็นต้องเปลี่ยนระบบเศรษฐกิจของประเทศทั้งหมดให้กลายเป็น เศรษฐกิจสงคราม (Wartime Economy) ที่ทรัพยากรทุกอย่างต้องถูกระดมไปเพื่อสนับสนุนกองทัพ
นี่คือจุดที่สร้างความลำบากใจให้กับ Yasuda Zaibatsu มากที่สุด เพราะปรัชญาดั้งเดิมที่ ยาซุดะ เซนจิโร่ วางรากฐานไว้คือการเน้นความปลอดภัย หลีกเลี่ยงความเสี่ยง และไม่ยอมกระโจนเข้าสู่ธุรกิจอุตสาหกรรมหนักหรือโรงงานผลิตอาวุธโดยตรงเหมือนมิตซูบิชิหรือสุมิโตโมะ ยาซุดะยังคงต้องการเป็นเพียงธนาคารพาณิชย์ที่ปล่อยกู้ให้โครงการพื้นฐานที่มั่นคงเท่านั้น
แต่ในยุคที่ปืนกลและดาบซามูไรกุมอำนาจเบ็ดเสร็จในโตเกียว ไม่มีกลุ่มทุนใดที่จะสามารถพูดคำว่า ปฏิเสธ ต่อคำสั่งของกองทัพได้ ธนาคารยาซุดะรวมถึงบริษัทประกันในเครือ ถูกรัฐบาลบีบบังคับให้ต้องทำหน้าที่เป็น ท่อน้ำเลี้ยงหลัก ในการรับซื้อพันธบัตรรัฐบาลเพื่อระดมทุนไปใช้ในทำสงคราม และต้องปล่อยกู้จำนวนมหาศาลให้แก่บริษัทอุตสาหกรรมหนักในเครือข่ายที่ถูกเปลี่ยนสภาพไปผลิตเครื่องบินรบ รถถัง และลูกกระสุน
กระแสเงินสดนับพันล้านเยนที่ชาวเมืองญี่ปุ่นนำมาฝากไว้กับธนาคารยาซุดะด้วยความไว้วางใจ ได้ไหลผ่านท่อส่งน้ำมันทางการเงินตรงเข้าสู่กองทัพญี่ปุ่นเพื่อใช้หล่อเลี้ยงสมรภูมิรบอันดุเดือดทั่วภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก จากไซบัตสึสายการเงินที่บริสุทธิ์และระมัดระวังความเสี่ยงอย่างสูงสุด ยาซุดะได้ถูกกลืนกินและกลายร่างเป็นหนึ่งในสี่เสาหลักค้ำจุนจักรวรรดิญี่ปุ่นในการทำสงครามโลกครั้งที่สองร่วมกับ มิตซุย มิตซูบิชิ และสุมิโตโมะ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
จนกระทั่งวันแห่งการพิพากษามาถึง ในเดือนสิงหาคม ปี 1945 เสียงระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิมาและนางาซากิเป็นสัญญาณสิ้นสุดของสงคราม ประเทศญี่ปุ่นประกาศยอมแพ้ต่อฝ่ายสัมพันธมิตรอย่างหมดรูป เมืองหลวงโตเกียวพังพินาศกลายเป็นทะเลเพลิง และสิ่งที่ตามมาคือการก้าวเข้ามาของกองบัญชาการทหารสูงสุดของฝ่ายสัมพันธมิตร หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกกันติดปากว่า GHQ ภายใต้การนำของ นายพล ดักลาส แมกอาเธอร์ (General Douglas MacArthur)
เป้าหมายของนายพลแมกอาเธอร์ในการปฏิรูปประเทศญี่ปุ่นไม่ใช่แค่การปลดอาวุธกองทัพทหารเท่านั้น แต่เขามองลึกไปถึงโครงสร้างส่วนบนสุดของสังคม และตั้งคำถามสำคัญว่า อะไรคือสิ่งที่ทำให้นายทหารญี่ปุ่นมีเงินทุนมากมายมหาศาลในการสร้างกองทัพไปถล่มโลก? คำตอบที่ GHQ ได้รับตรงกันคือ เพราะญี่ปุ่นมีระบบ ไซบัตสึ ที่ตระตูลเศรษฐีเพียงไม่กี่ตระกูลควบคุมเศรษฐกิจและทุนของประเทศไว้ทั้งหมด
ในสายตาของคนอเมริกัน ระบบไซบัตสึคือระบบผูกขาดทางการค้าที่ทำลายกลไกตลาดเสรี และเป็นตัวการสำคัญที่จับมือกับกองทัพในการผลักดันให้เกิดสงคราม ดังนั้น หากต้องการดึงประเทศญี่ปุ่นให้ก้าวเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง สิ่งแรกที่ต้องทำคือการ ทุบทำลายโครงสร้างไซบัตสึ นี้ให้สิ้นซาก
คำสั่งล้างบางครั้งประวัติศาสตร์ถูกประกาศออกมาในนามนโยบาย Zaibatsu Kaitai หรือการทลายกลุ่มทุนผูกขาด GHQ ได้จัดตั้งคณะกรรมการชำระบัญชีโฮลดิ้งคอมพานีขึ้นมาเพื่อเข้ามาควบคุมและยึดทรัพย์สินของตระกูลไซบัตสึทั้งหมด ยักษ์ใหญ่ทั้งสี่รวมถึงตระกูลยาซุดะถูกตราหน้าว่าเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดในการทำสงคราม
แต่เรื่องที่น่าประหลาดใจทางประวัติศาสตร์ก็เกิดขึ้น เมื่อ Yasuda Zaibatsu กลายเป็นกลุ่มทุนแรกในบรรดายักษ์ใหญ่ทั้งหมด ที่ตัดสินใจยอมยกธงขาวและยื่นแผนการยุบตัวเองให้กับ GHQ พิจารณาอย่างเป็นทางการก่อนใครเพื่อน แผนการนี้ถูกเรียกว่า แผนการยาซุดะ (Yasuda Plan) ซึ่งถูกร่างขึ้นโดย ยาซุดะ ฮาจิเมะ ผู้นำตระกูลรุ่นที่สามในตอนนั้น ร่วมกับผู้บริหารมืออาชีพของเครือ
ผู้นำตระกูลยาซุดะรู้ดีว่าการต่อต้านอำนาจของกองทัพผู้ชนะสงครามมีแต่จะนำไปสู่ความพินาศย่อยยับ พวกเขาจึงเลือกที่จะใช้กลยุทธ์ อ่อนตามลม เพื่อรักษาความอยู่รอดของพนักงานและระบบธนาคารไว้ แผนการยาซุดะเสนอให้ยุบ บริษัทโฮลดิ้งยาซุดะโฮเซนชา ทิ้งดื้อๆ สมาชิกตระกูลยาซุดะทุกคนจะลาออกจากตำแหน่งบริหารในบริษัทลูกทั้งหมด และยอมส่งมอบหุ้นทั้งหมดของตระกูลให้รัฐบาลนำไปกระจายขายให้ประชาชนทั่วไปในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อแลกกับการที่ GHQ จะไม่สั่งปิดธนาคารและปล่อยให้สายการเงินเดินเครื่องต่อไปได้
นายพลแมกอาเธอร์พึงพอใจกับแผนการของยาซุดะอย่างมาก และได้นำ แผนการยาซุดะ นี้ไปใช้เป็นโมเดลต้นแบบในการบีบบังคับให้อีกสามยักษ์ใหญ่ที่เหลืออย่างมิตซุย มิตซูบิชิ และสุมิโตโมะ ต้องยอมยุบตัวเองตามมาในที่สุด
แม้ว่าธนาคารและบริษัทในเครือจะรอดพ้นจากการถูกสั่งปิดกิจการ แต่ราคาที่ตระกูลยาซุดะต้องจ่ายนั้นช่างแสนสาหัส ทรัพย์สินส่วนตัวของตระกูลถูกอายัด เงินสดในตู้เซฟถูกควบคุม และสมาชิกตระกูลทุกคนถูกสั่งห้ามไม่ให้ก้าวเท้าเข้ามาเกี่ยวข้องกับการบริหารงานในอุตสาหกรรมการเงินอีกเด็ดขาด อำนาจควบคุมเบ็ดเสร็จที่สืบทอดกันมาตั้งแต่ยุคเอโดะของตระกูลยาซุดะจบสิ้นลงอย่างสมบูรณ์ในปี 1946
และความเจ็บปวดขั้นสุดท้ายก็มาถึงในเดือนตุลาคม ปี 1948 เมื่อ GHQ ออกคำสั่งประกาศห้ามบริษัทต่างๆ ในญี่ปุ่นใช้ชื่อสกุลหรือตราสัญลักษณ์ดั้งเดิมของตระกูลไซบัตสึในการทำธุรกิจ เพื่อทำลายอิทธิพลทางจิตวิทยาของระบอบเก่าให้หมดไปจากใจของประชาชน
ป้ายชื่อทองเหลืองขนาดใหญ่หน้าสำนักงานใหญ่ที่สลักคำว่า ธนาคารยาซุดะ ที่เคยเป็นสัญลักษณ์ของความน่าเชื่อถือสูงสุดของประเทศมานานหลายทศวรรษ ถูกช่างสั่งให้แกะถอดออกไปหลอมทำลาย และถูกเปลี่ยนชื่อใหม่กลายเป็น ธนาคารฟูจิ (Fuji Bank) ตามชื่อของภูเขาไฟอันเป็นสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ของคนญี่ปุ่น
มันคือจุดจบของยุคสมัยอย่างแท้จริงครับ อาณาจักรการเงินที่ ยาซุดะ เซนจิโร่ สร้างขึ้นมาจากเศษเหรียญและความตระหนี่ถี่ถ้วน ได้ถูกกองทัพอเมริกันผ่าตัดแยกชิ้นส่วนกระจายออกไปสู่มหาชน ชื่อ ยาซุดะ ถูกลบออกจากระบบธนาคารญี่ปุ่น เหลือไว้เพียงความทรงจำและตึกรามบ้านช่องที่เปลี่ยนเจ้าของไปเรียบร้อยแล้วในรุ่งอรุณของยุคหลังสงคราม
เกร็ดน่ารู้ท้ายตอน
การประกาศใช้ “แผนการยาซุดะ” (安田プラン) ในปี 1945 เพื่อชิงยุบตัวเองก่อนกลุ่มทุนอื่นนั้น แม้ในทางหนึ่งจะทำให้ตระกูลยาซุดะสูญเสียความเป็นเจ้าของในอาณาจักรธุรกิจไปทั้งหมด แต่ในอีกทางหนึ่ง กลยุทธ์การยอมจำนนอย่างรวดเร็วนี้ ได้ช่วยปกป้องระบบฐานข้อมูลลูกค้า เอกสารทางการเงิน และพนักงานของธนาคารยาซุดะไม่ให้ถูกยึดหรือทำลายโดยเจ้าหน้าที่สัมพันธมิตร
ความพร้อมของโครงสร้างระบบธนาคารที่ยังคงสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์นี้เอง ที่ทำให้เมื่อธนาคารเปลี่ยนชื่อเป็น ธนาคารฟูจิ ในเวลาต่อมา พวกเขาสามารถกลับมาเปิดดำเนินงานและกลายเป็นเสาหลักในการปล่อยกู้เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศญี่ปุ่นหลังสงครามได้อย่างทันท่วงที โดยไม่ต้องเสียเวลาเซ็ตระบบใหม่เหมือนธนาคารของไซบัตสึรายอื่นที่พยายามขัดขืนการยุบตัวจนโครงสร้างภายในพังทลาย
เรื่องแนะนำ :
– มหากาพย์ Yasuda Zaibatsu: จักรวรรดิการเงินที่โลกหมุนตาม ตอนที่ 4… วันที่ฟ้าผ่ากลางใจเมือง โศกนาฏกรรมการลอบสังหาร และการผลัดแผ่นดิน
– มหากาพย์ Yasuda Zaibatsu: จักรวรรดิการเงินที่โลกหมุนตาม ตอนที่ 3… ตอน สยายปีกอาณาจักร Yasuda กลยุทธ์ที่ทำให้แตกต่างจากไซบัตสึรายอื่น
– มหากาพย์ Yasuda Zaibatsu: จักรวรรดิการเงินที่โลกหมุนตาม ตอนที่ 2… ตอน เดิมพันเปลี่ยนโลก เมื่อวิกฤตของรัฐบาลเมจิ คือบันไดสู่มหาอำนาจทางการเงิน
– มหากาพย์ Yasuda Zaibatsu: จักรวรรดิการเงินที่โลกหมุนตาม ตอนที่ 1 จากเศษเหรียญในตลาดมืด สู่รากฐานของความตระหนี่
– Sumitomo: 400 ปีแห่งอำนาจธุรกิจญี่ปุ่น ตอนที่ 8 เมื่อ “ความยั่งยืน” กลายเป็นเกมใหม่
– Sumitomo: 400 ปีแห่งอำนาจธุรกิจญี่ปุ่น ตอนที่ 7 เมื่อญี่ปุ่นไม่พออีกต่อไป
ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ :
https://www.jef.or.jp/journal/pdf/path_8707.pdf
https://searchinginhistory.blogspot.com/
– Supreme Commander for the Allied Powers (SCAP) Records: “The Dissolution of Japan’s Financial Zaibatsu and the Yasuda Plan” (archives.gov)
– Bank of Japan History Studies: “Post-War Financial System Reform and the Transformation of Yasuda Bank to Fuji Bank” (boj.or.jp)
– Mizuho Financial Group Historiography: “The Turbulent Era: World War II and the Dissolution of Yasuda Hozensha” (mizuho-fg.co.jp)
มหากาพย์ Yasuda Zaibatsu: จักรวรรดิการเงินที่โลกหมุนตาม ตอนที่ 5… สงครามโลกและการล่มสลาย เมื่อ “ไซบัตสึ” ถูกพิพากษาจากผู้ชนะสงคราม


