กำเนิดรถญี่ปุ่นกับปัจจุบันที่รถไฟฟ้าชาติอื่นตีตลาด
รูปประกอบโดย WALK on CLOUD
ญี่ปุ่นเริ่มผลิตรถเป็นของตัวเองครั้งแรกเมื่อปี 1907…
เมื่อสิ้นสุดสงครามโลกเมื่อปี 1945 เป็นจุดเริ่มต้นของอุตสาหกรรมรถยนต์ทุกแห่งทั่วโลก
สำหรับประเทศอเมริกาที่มีรถยนต์ขนาดใหญ่เป็นที่นิยมแล้วนั้น ประเทศญี่ปุ่นมีรถยนต์ขนาดเล็กต่ำกว่า 660 ซีซีเป็นที่นิยม
การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นเมื่อเส้นทางด่วนถูกก่อสร้างขึ้นประจวบเหมาะกับการจัดงานโอลิมปิกที่โตเกียวปี 1964 และงาน Expo ที่โอซาก้าปี 1970 ทำให้ความต้องการรถขนาดใหญ่จึงมีสูงมากขึ้น
พอก้าวเข้ายุคปี 80 รถยนต์ของประเทศญี่ปุ่นมีหน้ามีตาในระดับโลก เป็นยุคที่รถยนต์รุ่นตำนานอย่างโตโยต้า Celsior นิสสันสกายไลน์ GT-R มาสด้า Roadstar ถือกำเนิดขึ้นมา เป็นยุคที่ญี่ปุ่นเริ่มบุกตลาดอเมริกาด้วย Premium Brand อย่างเช่น
Lexus ของค่ายโตโยต้า
Infiniti ของค่ายนิสสัน
Acura ของค่าย Honda
แต่ยุครุ่งเรืองของญี่ปุ่นนั้นสั้นนัก พอย่างเข้ายุค 90 ที่ฟองสบู่แตกทำให้เศรษฐกิจของญี่ปุ่นซบเซา รถรุ่นใหม่ออกวางขายกลับขายไม่ค่อยออก
ด้วยเหตุนี้ยิ่งที่ให้รถยนต์ขนาดเล็ก รถที่เครื่องยนต์ความจุต่ำกว่า 660 ซีซี เป็นที่ต้องการมากขึ้น
ปี 1997 โตโยต้าผลิตรถยนต์ไฮบริด Prius เป็นจำนวนมากออกวางขาย
ช่วงปี 2000 เป็นต้นมา รถยนต์ที่ประหยัดน้ำมันแบบ Eco-car เป็นสิ่งที่ผู้บริโภคในญี่ปุ่นให้ความสำคัญ สถิติตัวเลขว่าวิ่งได้กี่กิโลเมตรต่อลิตร เป็นตัวเลขสำคัญบ่งชี้ที่พบเห็นได้ตามโฆษณา
เรา Fast forward มา ณ ปัจจุบันกัน ตลาดประเทศไทยเรานี้ เราต่างให้ความสนใจรถไฟฟ้ากัน ซึ่งเป็นรถที่มาจากประเทศจีน ประเทศอเมริกา (อย่างยี่ห้อ Tesla) แต่รถไฟฟ้าสัญชาติญี่ปุ่นอาจจะไม่ค่อยเป็นที่พูดถึงกันเท่าไร
สำหรับตลาดรถไฟฟ้าในประเทศญี่ปุ่นนี้ ญี่ปุ่นผลิตญี่ปุ่นใช้
อ้างอิงจากข้อมูลประจำเดือนกรกฎาคมของปีนี้ 2023 รถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดสามอันดับแรกเป็นของ นิสสัน โตโยต้า และ มิตซูบิชิ เรียงตามลำดับ ถัดมาก็เป็นรถยนต์ไฟฟ้านำเข้า ซึ่งส่วนใหญ่น่าจะเป็นรถยี่ห้อ Tesla ส่วนรถยนต์สัญชาติอื่นอย่าง BYD และ Hyundai มีอยู่ในระดับหลักสิบคัน
แน่นอนว่าเหล่าผู้ผลิตรถญี่ปุ่นรู้ตัวดีว่า ตลาดรถยนต์ไม่ได้มีแต่ในญี่ปุ่น ตลาดโลก และ ตลาดรถยนต์ที่ใหญ่ในประเทศจีนนั้น ยอดขายรถยนต์ญี่ปุ่นกำลังลดลง ยอดขายรถยนต์จีนเพิ่มมากขึ้น จากการเปลี่ยนแปลงที่ผู้คนหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้ากัน
ปัจจุบันนี้อย่างที่กล่าวไว้ว่า ”ญี่ปุ่นผลิตญี่ปุ่นใช้” ก็ยังใช้ได้สำหรับรถยนต์ทุกประเภททั้งรถยนต์ที่เป็นเครื่องยนต์หรือรถไฟฟ้า รถยนต์ขนาดเล็กก็ยังเป็นที่นิยมโดยเฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัดที่ตัวเลือกของการขนส่งสาธารณะนั้นจำกัด (ไม่มีรถไฟวิ่ง รอบรถบัสมีจำกัด) และชาวญี่ปุ่นถ้ามีเงินมากๆก็อาจจะเลือกซื้อ รถยนต์ที่ผลิตจากประเทศในยุโรปหรืออเมริกา
สำหรับตัวเลือกรถยนต์ที่ผลิตจากประเทศจีนนั้น สำหรับมุมมองผู้เขียนอย่างผมที่ไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดรถยนต์ คิดว่าเพียงตลาดรถยนต์ญี่ปุ่นอย่างเดียวอาจจะไม่ใหญ่มากพอให้ผู้ผลิตจีนต้องทุ่มเทการตลาดเพื่อไปแย่งชิงส่วนยอดการขาย สู้เอาทรัพยากรมาใช้กับตลาดทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างบ้านเรา และด้วย “ค่าน้ำมันที่สูง” ในบ้านเรานั้น ผู้บริโภคอย่างไทยเรามีแนวโน้มที่จะซื้อรถยนต์ไฟฟ้า ในราคาที่จับต้องได้จากผู้ผลิตประเทศจีน
ท้ายที่สุดแล้ว รถยนต์ไฟฟ้าของจีนที่เริ่มมียอดขายสูงขึ้นเรื่อยๆในบ้านเรา คงทำให้บริษัทรถยนต์ญี่ปุ่นรู้สึกร้อนๆหนาวๆเป็นบ้างละ
เราหลายคนคงเห็นรถญี่ปุ่นน่ารักๆที่วางขายแต่ในญี่ปุ่น ทำไมไม่นำเข้ามาในประเทศไทยบ้างละ ซึ่งถ้าหากทำได้ ผู้คนก็อาจจะหันกลับมาเทใจให้รถยนต์ค่ายญี่ปุ่นอีกครั้งหนึ่งก็เป็นได้ครับ
รูปประกอบโดย WALK on CLOUD
เรื่องแนะนำ :
– พระจันทร์ 月[ซึคิ]
– ชาก้า 釈迦 シャカ ต่างกับคำว่า “ Buddha“ อย่างไร
– 航 [วะตะรุ] ก้าวข้าม
– นักประพันธ์เพลง, นักกวี 詩人[ชิจิน]
– [อะระโฟ] アラフォー Around forty
อ้างอิง
– https://blog.evsmart.net/ev-news/
– https://www3.nhk.or.jp/news/html/20230526/k10014078831000.html
– https://www.nextage.jp/buy_guide/info/513962/
#กำเนิดรถญี่ปุ่นกับปัจจุบันที่รถไฟฟ้าชาติอื่นตีตลาด



