‘Yoko Sakura’ – เมื่อสงครามพรากเธอจากไป .. ดอกไม้จะนำเธอกลับมา
ในช่วงปลายฤดูหนาวย่างเข้าฤดูใบไม้ผลิของทุกปี คือช่วงเวลาที่ทั่วทั้งประเทศญี่ปุ่นจะถูกย้อมให้เป็นสีชมพูสวยสดใส และยังเป็นหนึ่งในช่วงเวลาอันน่าประทับใจที่ดึงดูดให้ผู้คนทั่วโลกต่างมุ่งหน้าไปเยี่ยมเยือน ก็เพราะนี่คือช่วงเวลาที่ดอกซากุระซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของแดนอาทิตย์อุทัยจะเริ่มผลิบาน และถือเป็นหนึ่งในฤดูกาลที่สวยที่สุดของญี่ปุ่นเลยเชียวละ!
ดอกซากุระสำหรับประเทศญี่ปุ่นนั้นไม่ใช่เพียงแค่ดอกไม้ แต่มันทำหน้าที่คล้ายกับเป็นตัวแทนของประเทศ เมื่อซากุระเริ่มผลิบาน เป็นสัญลักษณ์แสดงว่าอากาศมัวหม่นของช่วงฤดูหนาวกำลังจะโบกมือลา แสงแดดอันอบอุ่นเริ่มกลับมาให้เห็นอีกครั้ง ผู้คนค่อยๆ ออกมาใช้ชีวิตนอกบ้านอย่างมีชีวิตชีวา นี่จึงเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาแสนวิเศษที่ผู้คนทั่วประเทศต่างออกมาเสพความสุขของการชมดอกไม้บานในเทศกาล Hanami ที่หลายคนรู้จักกันดี โดยต้นซากุระในญี่ปุ่นนั้นมีให้เลือกชมความสวยที่แตกต่างกันอยู่หลากหลายสายพันธุ์ และหนึ่งในนั้นก็คือ ‘Sunlight Cherry Blossoms’ หรือ ‘Yoko Sakura’ ซึ่งเป็นซากุระเลือดผสมสองสายพันธุ์จากซากุระสายพันธุ์ไต้หวันและซากุระสายพันธุ์ Amagi-yoshino โดยนอกจากความสวยงามแล้ว ซากุระสายพันธุ์นี้ยังมีที่มาอันน่าประทับใจ จนเราอดไม่ได้ที่จะหยิบเอาเรื่องราวของมันมาฝากกัน

เรื่องราวเริ่มต้นในหมู่บ้านเล็กๆ บนภูเขาของจังหวัด Ehime ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ของเกาะ Shikoku ที่หมู่บ้านอันแสนจะเงียบสงบแห่งนี้นั้นมีโรงเรียนกสิกรรมเล็กๆ ตั้งอยู่ โดยมี Masaaki Takaoka ทำหน้าที่เป็นครูสอนวิชาเกษตรกรรมและการทำสวน โดยเขาจะสอนนักเรียนที่มีอายุอยู่ในช่วงประมาณ 16 – 19 ปี – – ทุกๆ คนที่นี่ต่างก็ใช้ชีวิตเรียบง่ายสงบสุขกันไปเหมือนที่เคยเป็นตลอดมา จนเมื่อสงครามโลกครั้งที่สองมาถึง …
นักเรียนทั้งหมดของทาคาโอกะต่างถูกเกณฑ์ไปเป็นทหารเพื่อร่วมรบรับใช้ชาติ และก่อนที่ทุกคนต้องมุ่งหน้าจากบ้านเกิดไปผจญกับความบ้าคลั่งของสงครามที่พวกเค้าไม่ได้ก่อขึ้นมา ทาคาโอกะก็ได้พานักเรียนทั้งหมดไปยังต้นซากุระขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ภายในโรงเรียน เขาเอ่ยปากขอให้ทุกคนจดจำซากุระต้นนี้ไว้ และจงตั้งเป้าหมายว่าจะกลับมาอย่างปลอดภัย เพื่อจะได้กลับมาชมความงามของมันพร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้ง – – หลังจากนั้น เหล่าทหารหนุ่มน้อยจึงต่างอำลาบ้านเกิดเพื่อมุ่งหน้าสู่สมรภูมิอันโหดร้าย ด้วยความหวังเต็มเปี่ยมในใจว่าวันหนึ่งพวกเขาจะได้กลับมาอยู่ด้วยกันใต้ต้นซากุระแห่งนี้ – – แต่โลกแห่งความเป็นจริงไม่เคยปราณีใคร เพราะลูกศิษย์ส่วนใหญ่ของทาคาโอกะต่างไม่มีโอกาสได้กลับมา และส่วนน้อยนิดที่กลับมาได้ ก็ไม่อาจกลับไปเป็นเด็กหนุ่มแสนสดใสคนเดิมเหมือนเมื่อก่อนได้อีกแล้ว …
หลังจากครุ่นคิดถึงชีวิตที่ไม่เหมือนเดิมของบรรดาลูกศิษย์ครั้งแล้วครั้งเล่าใต้ต้นซากุระที่พวกเขาเคยอยู่พร้อมหน้า ทาคาโอกะจึงตัดสินใจที่จะสร้างต้นซากุระสายพันธุ์ใหม่ขึ้นมาเพื่อเป็นตัวแทนของเหล่านักเรียนผู้โชคร้าย เขาต้องการต้นซากุระสายพันธุ์ใหม่ที่แข็งแกร่งทนทานและยืนหยัดได้ไม่ว่าจะอยู่ในอากาศร้อนหรือหนาว เพื่อให้ซากุระของเขาสามารถบานสะพรั่งอวดความงามของพวกมันได้ทุกที่ในโลกใบนี้ และเพื่อให้มันได้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของเหล่านักเรียนผู้โชคร้าย ในการกระตุ้นเตือนให้ทุกคนจดจำพวกเขาเหล่านั้นไว้ และสุดท้าย ไม่ว่าจะอยู่ตรงไหน ลูกศิษย์ของเขาก็จะมีโอกาสได้ชมซากุระเหมือนช่วงเวลาที่พวกเขายังได้อยู่พร้อมหน้ากันตลอดกาล …


30 ปีผ่านไป หลังจากทาคาโอกะผ่านความท้อแท้ที่จะสร้างซากุระสายพันธุ์ใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า จากการหาส่วนผสมที่ลงตัวของซากุระกว่า 200 สายพันธุ์ เขาก็ได้ผลลัพธ์เป็นซากุระสายพันธุ์ใหม่ตามต้องการ จากซากุระสายพันธุ์ไต้หวันซึ่งทนทานต่ออากาศร้อนแล้ง และซากุระสายพันธุ์ Amagi-yoshino ซึ่งสามารถรับมือกับอากาศที่หนาวเย็นได้ดี – – เมื่อได้ซากุระพันธุ์ใหม่ตามต้องการ ทาคาโอกะเริ่มทำการส่งเมล็ดพันธุ์ไปในทุกสมรภูมิที่เหล่าทหารเกณฑ์หนุ่มน้อยทั้งหลายต้องจำมุ่งหน้าไปเหมือนกับที่ลูกศิษย์ของเขาเคยต้องเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นเกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ จีน และอีกหลากหลายสถานที่ตลอดเวลาชีวิตที่เหลือของเขา – – หลังจากที่เขาเดินทางจากโลกนี้ไป Terumi Takaoka ผู้เป็นลูกชายก็ยังคงทำหน้าที่สืบสานความตั้งใจของผู้เป็นพ่ออย่างต่อเนื่องตลอดมา
จากจุดเริ่มต้นด้วยการส่งเมล็ดพันธุ์ไปในเกือบทุกสนามรบ เพื่อเปลี่ยนสมรภูมิอันโหดร้ายให้กลายเป็นทุ่งดอกไม้แสนงดงาม เขาได้ต่อยอดด้วยการขยายพื้นที่บริจาคเมล็ดพันธุ์ Yoko Sakura ไปยังประเทศต่างๆ ทั่วทุกมุมโลก ในปัจจุบันเราจึงพบเห็นความสวยของซากุระสายพันธุ์นี้ได้ในหลากหลายพื้นที่แม้กระทั่งในเวียดนามหรือเมียนมาร์ สองพ่อลูกทาคาโอกะได้กระจายความหวังอันสดใสของเด็กหนุ่มซึ่งถูกสงครามอันโหดร้ายพรากชีวิตและอนาคตไปในทุกหย่อมหญ้า เพื่อให้ผู้คนที่พบเห็นความสวยของซากุระสายพันธุ์นี้ได้หวนระลึกถึงความโหดร้ายของสงคราม และร่วมกันสร้างความสงบสุขมากกว่าการทำลาย และหากฤดูใบไม้ผลิปีนี้คุณมีโอกาสได้เห็นความสวยของ Yoko Sakura ก็อย่าลืมดื่มด่ำกับความงามของมันให้เต็มที่ เพราะนี่ไม่ใช่แค่ดอกไม้ธรรมดา แต่มันคือตัวแทนของคำสัญญา ความผูกพัน และสันติภาพที่จะทำให้โลกนี้งดงามและยั่งยืนตลอดไป

Tips: เรื่องราวนี้เคยถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง Yoko the Cherry Blossom ในปี 2015 ใครสนใจน่าจะยังสามารถตามไปหาชมกันได้ในโลกโซเชียลนะ!
เรื่องแนะนำ :
– (ถึง) ไม่อยากรู้…แต่อยากเล่า ‘เบญจมาศ’
– อัพเดทความสวยกับการรีวิวเครื่องสำอางแบบ asmr จาก h_m_cosme
– 5 ของหวานธีมซากุระที่น่าลองในโตเกียว
– ชิมราเมนรสอร่อยจาก 8 ร้านยอดนิยมในญี่ปุ่นที่คาเฟ่หุ่นยนต์ Club the Pepper
– ชวนแวะจิบชาและชิมขนมปังในคาเฟ่สไตล์ย้อนยุคที่ Bread, Espresso and Sakaisuji Club
อ้างอิงข้อมูลจาก: https://livejapan.com/en/article-a0000997/
ข้อมูลและภาพประกอบจาก
https://insaitama.com/sunlight-sakura-saitama/
https://www.imdb.com/title/tt5219814/
https://www.flower-db.com/en/flowers/prunus-campanulata-yoko
https://keinarujima.blogspot.com/2021/03/prunus-campanulata-yoko-yoko-cherry.html
#‘Yoko Sakura’ – เมื่อสงครามพรากเธอจากไป .. ดอกไม้จะนำเธอกลับมา


