คั่นรายการโดย Lordofwar Nick
ถอดรหัส “รัฐนิยม” (ภาคผนวก) (3) เราเคยมี “ความตกลงทางวัธนธัม” ก่อนจะมี “เจแปนฟาวน์เดชั่น” อีกนะเอ้อ
สวัสดีครับ ในที่สุดเราก็จะจบซี่รี่ส์นี้แบบจริงๆ ในจริงๆ แล้ว ไม่มีอะไรจะเขียนแล้ว 555 วันนี้เราก็พูดถึงความสัมพันธ์ของไทยกับญี่ปุ่นในแง่การเผยแพร่วัฒนธรรมนะครับ
ผมเคยเขียนเล่าไว้นานแล้วว่า ที่ผมเรียนภาษาญี่ปุ่น “ด้วยตนเอง” จนมาได้ถึงระดับ 2 เนี่ย (โดยที่ไม่เคยเทคคอร์สเรียนในมหาลัย ไม่เคยลงวิชาเรียนในมหาลัยเลย) ก็เป็นเพราะ ห้องสมุด “มูลนิธิญี่ปุ่น” (ชื่อสมัยนั้น) แหละครับ ที่อำนวยสื่อต่างๆ ในการเรียนภาษาญี่ปุ่นตั้งแต่ต้น คือตั้งแต่ วาตาชิ วะ…เดซึ กันเลยทีเดียว (ฮา) หากไม่มี ห้องสมุด “มูลนิธิญี่ปุ่น” ไม่มีคอร์สเรียนตอนเย็นของ “มูลนิธิญี่ปุ่น” (ซึ่งตอนหลังเปลี่ยนชื่อเรียกใหม่เป็น “เจแปนฟาวน์เดชั่น”) ล่ะก็ อาจจะไม่มี Lordofwar Nick ที่ได้ทุนไปเรียนที่ญี่ปุ่น จนเอาเรื่องอะไรต่อมิอะไรต่างๆ มาเขียนโม้ให้ท่านผู้อ่านได้อ่านได้ฟัง กันก็ได้ นะครับ
แต่เชื่อไหมครับ ในยุคสงครามมหาเอเชียบูรพาที่ไทยเป็นพันธมิตรญี่ปุ่นนั้น ก็มี “ความตกลงทางวัธนธัม” กันในระดับประเทศด้วย เรียกว่า มาก่อน “เจแปนฟาวน์เดชั่น” หลายสิบปีเลย (“มูลนิธิญี่ปุ่น” เข้ามาตั้งสำนักงานในไทยเมื่อปี พ.ศ. 2517 นี่เอง)
เรามาดูกันดีกว่าครับ
ความตกลงทางวัธนธัมระหว่างประเทสไทยกับประเทสญี่ปุ่น
สมเด็ดพระมหากสัตรแห่งประเทศไทย
และ
สมเด็ดพระจักรพัติแห่งญี่ปุ่น
มีพระราชประสงค์ที่จะทำความพยายาม ในอันจะเกื้อกูลการจันโลงวัธนธัมของ อาเซียตะวันออก และในเวลาเดียวกัน ยังความสัมพันธ์ทางไมตรีซึ่งมีหยู่โดยผาสุกระหว่างประเทสทั้งสอง ให้มั่นคงแขงแรงยิ่งขึ้น โดยส่งเสิมความสัมพันธ์ทางวัฒนธัมระหว่างประเทสทั้งสองยิ่งขึ้นไป ด้วยต่างฝ่ายต่างเคารพลักสนะประจำสภาพวัธนธัมแห่งประเทสของกันและกัน และร่วมมือกันโดยสนิธสนม
จึงได้ตกลงทำความตกลงทางวัธนธัมเพื่อการนั้น และได้แต่งตั้งผู้มีอำนาดเต็มของแต่ละฝ่าย กล่าวคือ
ฝ่ายสมเด็ดพระมหากสัตรแห่งประเทสไทย :
นายดิเรก ชัยนาม เอกอัคราชทูตพิเสสผู้มีอำนาดเต็มประจำพระราชสำนักแห่งสมเด็ดพระจักรพัติแห่งญี่ปุ่น
ฝ่ายสมเด็จพระจักรพัติแห่งญี่ปุ่น
นายมาชายุกิ ตานี รัถมนตรีว่าการกะซวงการต่างประเทสแห่งสมเด็ตพระจักรพัติญี่ปุ่น
ผู้ซึ่ง เมื่อได้ส่งหนังสือมอบอำนาดเต็มของแต่ละฝ่ายให้แก่กันและกัน และได้ตรวด เห็นว่าเป็นไปตามแบบที่ดีและถูกต้องแล้ว ได้ทำความตกลงกันเป็นข้อๆ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑
อัคภาคีผู้ทำสัญญาจะได้ทำความพยายามในอันจะยังความรู้และความเข้าใจซึ่งกันและกัน ระหว่างประเทสทั้งสองไห้ชาบซึ้งยิ่งขึ้น โดยจัดให้รากถานแห่งความสัมพันธ์ทางวัฒนธัมระหว่าง ประเทสทั้งสองมั่นคงแข็งแรง และเพื่อการนี้ จะได้ร่วมมือกันโดยสนิธสนมยิ่งในแผนกการวัธนธัม ทั้งปวง
ข้อ ๒
อัคภาคีผู้ทำสัญญาจะได้จัดให้มีการประชุมทางวัธนธัมเป็นครั้งคราว เพื่ออภิปรายกันเกี่ยวกับการก้าวหน้าและการคลี่คลายแห่งวัธนธัมของประเทสทั้งสอง และจะได้ทำความพยายามในอันจะอำนวยความช่วยเหลือให้แก่การประชุมที่จัดขึ้นเพื่อการดังกล่าว
ข้อ ๓
อัคภาคีผู้ทำสัญญาจะได้ทำความพยายามในอันจะตั้ง บำรุงรักสาและคลี่คลายสถานการ ซึ่งเกื้อกูลความสัมพันธ์ทางวัธนธัมระหว่างประเทสทั้งสองไห้เพิ่มพูนยิ่งขึ้น และต่างฝ่ายจะได้อำนวยความสดวกทุกทางที่สามาถจะทำได้เกี่ยวกับการนั้น
สถานการที่กล่าวถึงในวัคข้างต้นนั้น จะได้รวมถึงองค์การวิทยาสาตรและองค์การอื่น ๆ ในทางวัฒนธัม บันดิตสถาน หอสมุด พิพิธภันทสถาน สถานการสึกสา และสถานการสุขภาพ-สงเคราะห์
ข้อ ๔
อัคภาคีผู้ทำสัญญาแต่ละฝ่ายจะได้ให้ข้อคำนึงโดยเฉพาะแก่การจัดตั้ง บำรุงรักสาและคลี่คลายตำแหน่งสาตราจารย์ในวิชาวัธนธัมของอีกฝ่ายหนึ่งในมหาวิทยาลัยแห่งประเทศของตน
อัดภาคีผู้ทำสัญญาแต่ละฝ่ายจะได้ให้ข้อคำนึงโดยเฉพาะแก่การสอนภาสาของอีกฝ่ายหนึ่ง ในสถานการสึกสาต่างๆ ที่เหมาะสมในประเทสของตน
อัคภาคีผู้ทำสัญญาจะได้ให้ข้อคำนึงโดยฉเพาะ แก่การแลกเปลี่ยนเป็นครั้งคราว ส่งหรือค่าบรรยายในเรื่องวัวนกับของประเทศทั้งสอง
อัดภาคีผู้ทำสัญญา ต่างฝ่ายจะได้อำนวยความสดวกทุกทางที่สามาถจะทำได้ เพื่อการปติบัติตามบทบัญญัติแห่งวัคทั้งสามวัคข้างต้นนี้
ข้อ ๕
ด้วยความตกลงพร้อมกัน อัคภาคีผู้ทำสัญญาจะได้ทำการแลกเปลี่ยนเป็นครั้งคราวและ ทำการส่งหรือเชินผู้ทำงานค้นคว้า นักสึกสา และนักเรียน เพื่อสึกสาวัธนธัมของประเทสทั้งสอง
อัคภาคีผู้ทำสัญญาจะได้ทำความพยายามในอันจะแลกเปลี่ยนส่งหรือเชินนักสึกสาปติบัติ และผู้เข้าสึกสากะบวนวิชากำหนดภาคนั้น
อัคภาคีผู้ทำสัญญา ต่างฝ่ายจะได้อำนวยความสดวกทุกทางที่สามาถจะทำได้ เพื่อการปศิบัติตามบทบัญญัติแห่งวัดสองวัดข้างต้น และจะได้ให้ข้อคำนึงแก่การจัดตั้งทุนเล่าเรียน
อัดภาคีผู้ทำสัญญา แต่ละฝ่ายจะได้อำนวยความสดวกเช่นเดียวกัน แก่บันดิตและผู้เชี่ยวชาญพิเสสของอีกฝ่ายหนึ่งซึ่งมาเพื่อสึกสาวัธนธัมแห่งประเทสของตน
ข้อ ๖
อัคภาคีผู้ทำสัญญาจะได้ส่งเสิมกิจการของนักประพันธ์ ศิลปินและนักสาสนา ซึ่งจะพิจารนาเห็นว่าเป็นการเกื้อกูลความสัมพันธ์ทางวัธนธัมระหว่างประเทสทั้งสองให้มั่นคงแข็งแรง และจะได้ทำความพยายามในอันจะแลกเปลี่ยน ส่ง หรือเชินบุคคลดังกล่าว
อัคภาคีผู้ทำสัญญาจะได้ส่งเสิม การสแดงบทละคอน การฟ้อนรำ และดนตรี ซึ่งจะได้พิจารนาเห็นว่าเป็นการเกื้อกูลความสัมพันธ์ทางวัธนธัมระหว่างประเทสทั้งสองให้มั่นคงแขงแรง และ จะได้ทำความพยายามในอันจะแลกเปลี่ยน ส่ง หรือเชินบุคคลและคนะบุคคลที่ประกอบการสแดงนั้นๆ
ข้อ ๗
อัคภาคีผู้ทำสัญญาแต่ละฝ่ายจะได้ทำความพยายามในอันจะจัดส่งสิ่งซึ่งจะกล่าวต่อไป ให้แก่อีกฝ่ายหนึ่ง เป็นจำนวนมากและบ่อยครั้งที่สุดเท่าที่สามาถจะทำได้ คือสารโคสนา ฟิล์มภาพยนต์ กะจกฉายภาพรูปถ่าย แผ่นเสียง และบทดนตรี แห่งประเทสของตนซึ่งจะได้พิจารนาเห็นว่า เป็นการเกื้อกูลให้ความรู้และความเข้าใจซึ่งกันและกันระหว่างประเทศทั้งสองซาบซึ้งยิ่งขึ้น และอีกฝ่ายหนึ่งจะได้ให้ข้อคำนึงเป็นพิเสสแก่การเก็บรักสา แจกจ่าย นำออกสแดงและสแดงพิพิธภันท์ เพื่อสิ่งเหล่านั้นจะได้ใช้ประโยชน์ให้ประสิทธิผลในประเทสของตน
อัคภาคีผู้ทำสัญญาจะได้แลกเปลี่ยนบัญชีสารโคสนา และสิลปกัมของประเทสแต่ละฝ่าย ซึ่งจะพิจารณาเห็นว่ามีค่าสมควนที่จะนำเข้ามาในประเทศของอีกฝ่ายหนึ่ง และจะได้ทำความพยายามในอันจะนำเข้ามา และเผยแพร่สิ่งเหล่านั้นโดยทางที่เหมาะสม
อัดภาคีผู้ทำสัญญาจะได้ทำความพยายาม ในอันจะเสนอความเอื้อเฟื้อ และอำนวยความ ช่วยเหลือที่จำเป็น ในการแปลและถอดแบบสารโคสนาและศิลปกัมที่กล่าวข้างต้น
อัคภาคีผู้ทำสัญญาแต่ละฝ่ายจะได้ทำความพยายาม ในอันจะเพิ่มพูนการรวบรวมสมุดและพิพิธภันท์เกี่ยวกับอีกฝ่ายหนึ่ง ไว้ในหอสมุดและพิพิธภันท์สถานในประเทสของตน และจะได้อำนวยความสดวกทุกทางที่สามาถจะทำได้ แก่คนชาติของอีกฝ่ายหนึ่ง เกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากสถานการเหล่านั้น
ข้อ ๘
อัคภาคีผู้ทำสัญญา จะได้จัดให้มีการสแดงพิพิธภันท์เป็นครั้งคราว เพื่อให้ความรู้และความเข้าไจซึ่งกันและกันซาบซึ้งยิ่งขึ้นในทางวิทยาสาตร วิจิตรศิลป และอุตสาหกัมสิลปแห่งประเทสทั้งสอง และจะได้ทำาความพยายามในอันจะเสนอความเอื้อเฟื้อ และอำนวยความช่วยเหลือที่จำเป็นในการจัดให้มีการสแดงพิพิธภันท์ เพื่อประโยชน์ที่กล่าวแล้ว
ข้อ ๙
อัคภาคีผู้ทำสัญญาแต่ละฝ่าย จะได้ให้องค์การวิทยุกะจายเสียงแห่งประเทสของตน กะจายเสียงเป็นครั้งคราวไปยังอีกฝ่ายหนึ่ง และจะได้ให้องค์การเหล่านั้น ถ่ายทอดการกะจายเสียงเป็นครั้งคราวจากอีกฝ่ายหนึ่ง
อัคภาคีผู้ทำสัญญาแต่ละฝ่าย จะได้ให้องค์การวิทยุกะจายเสียงแห่งประเทสของตนกะจายเสียงปกถกถา บทละคอน ดนตรี ฯลฯ เกี่ยวกับวัธนธัมของอีกฝ่ายหนึ่งเป็นครั้งคราว
ข้อ ๑๐
อัคภาคีผู้ทำสัญญาจะได้ทำความพยายาม ในอันจะแลกเปลี่ยนส่ง หรือเชินคนะยุวชน และนักกรีทาและชุดนักกิลา เพื่อให้การติดต่อกันฉันมิตรระหว่างคนชาติแห่งประเทสทั้งสองมั่นคงแขงแรง
อัคภาคีผู้ทำสัญญาจะได้ทำความพยายาม ในอันจะแลกเปลี่ยนส่งหรือเชินคนะนักท่องเที่ยว และคนะเดินทางเพื่อการสึกสา ทั้งนี้เพื่อให้ความรู้และความเข้าใจซึ่งกันและกันแห่งประเทสทั้งสองซาบซึ้งยิ่งขึ้น
อัคภาคีผู้ทำสัญญา ต่างฝ่ายจะได้อำนวยความสดวกทุกทางที่สามาถจะทำได้ เพื่อการปศิบัติตามบทบัญญัติแห่งวัคสองวัคข้างต้นนี้
ข้อ ๑๑
อัคภาคีผู้ทำสัญญาจะได้ทำความพยายาม ในอันจะจัดตั้งสถานวัธนธัมขึ้นในนครหลวงของกันและกัน เพื่อเกื้อกูลความสัมพันธ์ทางวัธนธัมระหว่างประเทสทั้งสองให้มั่นคงแขงแรง และต่างฝ่ายจะได้อำนวยความสดวกทุกทางที่สามาถจะทำได้ ให้แก่กิจการแห่งสถานวัธนสัมที่กล่าวแล้ว
ข้อ ๑๒
อักภาคีผู้ทำสัญญาจะได้จัดตั้งคนะกัมการร่วมมือทางวัธนธัมขึ้นนะกรุงเทพฯ และโตเกียว แล้วแต่กรณี เพื่อทำการติดต่อระหว่างประเทสทั้งสอง เกี่ยวกับการปติบัติตามบทบัญญัติแห่งความตกลงนี้
เจ้าหน้าที่การทูตแห่งอัดภาคีผู้ทำสัญญา จะได้กำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดองค์การ และการดำเนินงานของคนะกับการนั้น ด้วยความตกลงพร้อมกัน
ข้อ ๑๓
เจ้าหน้าที่การทูตแห่งอัคภาคีผู้ทำสัญญา จะได้กำหนดรายละเอียด เกี่ยวกับการปติบัติ ตามบทบัญญัติแห่งความตกลงนี้ ด้วยความตกลงพร้อมกัน
ข้อ ๑๔
ความตกลงนี้จะได้รับสัตยาบัน และสัตยาบันทั้งสองฝ่ายจะได้แลกเปลี่ยนกัน นะ กรุงเทพฯ โดยเร็วที่สุดที่จะเป็นไปได้ ความตกลงนี้จะเริ่มใช้ในวันแลกเปลี่ยนสัตยาบัน และให้คงใช้หยู่เป็นเวลาสิบปีนับแต่วันที่ แลกเปลี่ยนนั้น ในกรณีที่อัคภาคีผู้ทำสัญญาฝ่ายหนึ่งฝ่ายไดมิได้บอกกล่าวแก่อีกฝ่ายหนึ่ง หนึ่งปีก่อนสิ้นกำหนดสิบปีดั่งกล่าวแล้ว ถึงเจตนาของคนที่จะเลิกความตกลงนี้ ก็ให้คงใช้หยู่ต่อไป จนกว่าจะสิ้นกำหนดหนึ่งปี นับแต่วันที่อัดภาคีผู้หาสัญญาฝ่ายไดจะได้บอกกล่าวเช่นนั้น
เพื่อเป็นพยานแก่การนี้ ผู้มีอำนาดเต็มแต่ละฝ่ายได้ลงชื่อและประทับตราความตกลงนี้ไว้ เป็นสำคัน
ทำคู่กันเป็นสองฉบับ เป็นภาสาไทยและภาสายี่ปุ่น นะ โตเกียว เมื่อวันที่ ยี่สิบแปด เดือนตุลาคม พุทธศักราช สองพันสี่ร้อยแปดสิบห้า ตรงกับวันที่ ยี่สิบแปด เดือนสิบ ปีสโยวาที่สิบเจ็ด.
อื้อหือ
อ่ะ แม้ญี่ปุ่นจะแพ้สงคราม
แม้ประเทศไทย จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร
แต่ผ่านมา ถึงยุคสมัยนี้ ญี่ปุ่นกับไทยก็ยังมี “การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม” อยู่ ญี่ปุ่นเองก็มีองค์กรที่ขับเคลื่อนงานตรงนี้อยู่ นั่นก็คือ “เจแปนฟาวน์เดชั่น” ซึ่งเจแปนฟาวน์เดชั่นประเทศไทยนั้น ก็มีเนื้อหากิจกรรมการเผยแพร่วัฒนธรรมญี่ปุ่น ในสาระสำคัญมิได้ต่างจาก “ความตกลงทางวัธนธัม” แห่งปี พ.ศ. 2485 เลย
ขอมิตรภาพของสองประเทศ จงอยู่ยืนยาว
พบกันใหม่สัปดาห์หน้า สวัสดีครับ
เรื่องแนะนำ :
– ถอดรหัส “รัฐนิยม” (ภาคผนวก) (2) “พันธมิตรทางทหาร” และการ “ประกาศสงคราม”
– ถอดรหัส “รัฐนิยม” (ภาคผนวก) (1) การพักรบกับฝรั่งเศส และ “สันติภาพในเอเชียตะวันออก”
– ถอดรหัส “รัฐนิยม” (6) ยามเมื่อลมเปลี่ยนทิศ จนสิ้นสุดสงคราม
– ถอดรหัส “รัฐนิยม” (5) พันธมิตรของเรา เล่นเอาเศรษฐกิจแย่
– ถอดรหัส “รัฐนิยม” (4) เราจะไม่มี “พม่าไทใหญ่” ถ้าเราได้มี “สหรัฐไทยเดิม”
#ถอดรหัส “รัฐนิยม” (ภาคผนวก) (3) เราเคยมี “ความตกลงทางวัธนธัม” ก่อนจะมี “เจแปนฟาวน์เดชั่น” อีกนะเอ้อ


