Sanada แห่งชินาโนะ จากปราสาทอุเอดะสู่สมรภูมิโอซาก้า : ตอนที่ 2 ศึกอุเอดะ บททดสอบแรกของซานาดะ
ในตอนก่อน เราได้เห็นแล้วว่าตระกูล Sanada clan มิได้ถือกำเนิดขึ้นจากความยิ่งใหญ่ หากแต่เติบโตท่ามกลางสุญญากาศทางอำนาจหลังการล่มสลายของทะเคดะ ดินแดนชินาโนะซึ่งเคยอยู่ภายใต้ร่มเงาของ Takeda Shingen กลับกลายเป็นพื้นที่แข่งขันของมหาอำนาจหลายฝ่าย
การอยู่รอดในสภาพเช่นนั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และบททดสอบแรกที่ทำให้ชื่อ “ซานาดะ” เป็นที่รับรู้ในระดับประเทศ ก็คือศึกอุเอดะในปี ค.ศ. 1585
ศูนย์กลางอำนาจของตระกูลในเวลานั้นคือปราสาทอุเอดะ ปราสาทที่มิได้ใหญ่โตโอ่อ่า หากแต่ตั้งอยู่บนชัยภูมิที่รัดกุม รายล้อมด้วยแม่น้ำและพื้นที่ลาดชัน การก่อสร้างปราสาทนี้ภายใต้การนำของ Sanada Masayuki มิได้เป็นเพียงการสร้างที่มั่น หากแต่เป็นการประกาศว่า ซานาดะตั้งใจจะยืนหยัดในชินาโนะ ไม่ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับผู้ใดก็ตาม

Ueda Castle
ในช่วงเวลานั้น อำนาจของ Toyotomi Hideyoshi กำลังแผ่ขยายไปทั่วญี่ปุ่น ขณะเดียวกัน Tokugawa Ieyasu ก็พยายามขยายอิทธิพลในภูมิภาคคันโตและพื้นที่ใกล้เคียง ชินาโนะจึงกลายเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่ทั้งสองฝ่ายไม่อาจมองข้าม
ในปี ค.ศ. 1585 กองกำลังของโตกุกาวะเคลื่อนทัพเข้าสู่พื้นที่อุเอดะ เป้าหมายคือปราบปรามและทำให้ซานาดะอยู่ในอำนาจควบคุมโดยสมบูรณ์ เมื่อพิจารณาจำนวนกำลังพล ฝ่ายโตกุกาวะเหนือกว่าอย่างชัดเจน ขณะที่ซานาดะเป็นเพียงตระกูลขนาดกลาง มีทหารไม่มากนัก
แต่สงครามมิได้ตัดสินกันด้วยจำนวนเพียงอย่างเดียว
มาซายูกิเลือกใช้ยุทธศาสตร์เชิงรับอย่างเต็มรูปแบบ เขาไม่เปิดศึกในที่โล่ง ไม่ยอมเผชิญหน้าตรง ๆ หากแต่ใช้ภูมิประเทศเป็นอาวุธ คูน้ำ แนวกำแพง และเส้นทางแคบถูกใช้เป็นเครื่องมือชะลอการรุก กองกำลังฝ่ายโตกุกาวะถูกบีบให้เข้าสู่พื้นที่ที่เสียเปรียบ และเผชิญการโจมตีแบบฉับพลันจากแนวป้องกัน
ผลลัพธ์คือ กองกำลังโตกุกาวะไม่สามารถตีปราสาทแตกได้ และต้องถอยทัพกลับ
เหตุการณ์นี้อาจดูเป็นเพียงชัยชนะระดับท้องถิ่น หากแต่ในบริบทของยุคเซ็นโกคุ มันมีความหมายมากกว่านั้น เพราะนี่คือการพิสูจน์ว่า ตระกูลขนาดกลางที่มีผู้นำเฉียบคม สามารถต้านทานมหาอำนาจได้ แม้เพียงชั่วคราวก็ตาม
อย่างไรก็ดี มาซายูกิมิได้หลงระเริงกับชัยชนะ เขาเข้าใจดีว่าการยืนหยัดเพียงครั้งเดียวไม่อาจรับประกันความอยู่รอดตลอดไป ในช่วงเวลาต่อมา เขายังคงดำเนินนโยบายประคองดุลอำนาจ ระหว่างโตกุกาวะและฝ่ายอื่น ๆ ตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
นี่คือจุดที่ทำให้ซานาดะแตกต่างจากขุนศึกหลายคนในยุคเดียวกัน บางคนเลือกสู้จนล่มสลาย บางคนเลือกสวามิภักดิ์อย่างเด็ดขาด แต่ซานาดะเลือก “อ่านกระแส” และขยับตัวตามจังหวะของประวัติศาสตร์
ศึกอุเอดะจึงไม่ใช่เพียงศึกหนึ่งในหลายศึก หากแต่เป็นบทประกาศตัวของตระกูลว่า พวกเขามีทั้งกำลังและปัญญาเพียงพอที่จะยืนอยู่ในเวทีการเมืองระดับประเทศ และบททดสอบครั้งนี้เองที่วางรากฐานให้ซานาดะก้าวเข้าสู่เหตุการณ์ใหญ่ยิ่งกว่านั้นในอีกสิบกว่าปีถัดมา… ศึกเซกิงาฮาระ (Sekigahara no Tatakai)
เกร็ดน่ารู้ท้ายบทความ
- ศึกอุเอดะในปี ค.ศ. 1585 มักถูกเรียกว่า “การรบอุเอดะครั้งแรก” (第一次上田合戦)
- แม้กองทัพโตกุกาวะจะมีจำนวนมากกว่า แต่เอกสารร่วมสมัยสะท้อนว่าความเสียหายของฝ่ายโตกุกาวะมีนัยสำคัญ
- ปราสาทอุเอดะในปัจจุบันได้รับการบูรณะใหม่ในสมัยเอโดะตอนต้น หลังจากถูกทำลายบางส่วนในความขัดแย้งต่อมา
- ชื่อเสียงของมาซายูกิในฐานะนักวางกลยุทธ์เริ่มแพร่หลายภายหลังศึกครั้งนี้ และส่งผลต่อการรับรู้ของตระกูลในเวลาต่อมา
เรื่องแนะนำ :
– Sanada แห่งชินาโนะ จากปราสาทอุเอดะสู่สมรภูมิโอซาก้า : ตอนที่ 1 กำเนิดซานาดะแห่งชินาโนะ
– Ashikaga : โชกุนท่ามกลางแผ่นดินแตกแยก ตอนที่ 8 : จุดจบของตระกูล Ashikaga
– Ashikaga : Ashikaga : โชกุนท่ามกลางแผ่นดินแตกแยก ตอนที่ 7 : โชกุนไร้อำนาจ
– Ashikaga : โชกุนท่ามกลางแผ่นดินแตกแยก ตอนที่ 6 : สงครามโอนิน
– Ashikaga : โชกุนท่ามกลางแผ่นดินแตกแยก ตอนที่ 5 : เมื่อซามุไรจับพู่กัน
#Sanada แห่งชินาโนะ จากปราสาทอุเอดะสู่สมรภูมิโอซาก้า : ตอนที่ 2 ศึกอุเอดะ บททดสอบแรกของซานาดะ #ซานาดะ


