เรื่องสั้น ต้อนรับสัปดาห์หนังสือ “Read Meet Love”
“นายไม่อ่านหนังสือ นายจะรู้อะไร”
—อาจารย์ศิลป์ พีระศรี
วันอาทิตย์ ในตึกกลางเมือง ณ อโศก ผมอยู่ในงาน #11ปีไดฟุกุ
ตรงไปตรงมา…ผมมาที่นี่เพียงเพราะสำนักพิมพ์ส่งข้อความชวน หลังจากผมส่งรีวิวหนังสือเข้าประกวด
แม้ผลงานนั้นจะไม่ถูกคัดเลือก แม้ผมจะผิดหวัง และกลัวว่าลูกสาวจะรับรู้แล้วเสียใจ แต่ผมก็ยังเลือกมาที่นี่ เพราะการไม่ปรากฏตัวเลย มันคือการขาด “สปิริต”
เช้าวันนั้น กิจกรรมเบื้องหน้าเต็มไปด้วยงานศิลป์ละเมียดละไม: พับกระดาษเป็นผีเสื้อ, ฝึกเขียนพู่กัน, จัดสวนเซนขนาดจิ๋ว… และใช่, การจัดดอกไม้ “อิเคะบานะ”… สิ่งที่สำหรับผู้ชายอย่างผมดูเหมือนจะอยู่กันคนละจักรวาล

แต่หลังจากชั่วโมงนั้น… ผมขนลุก
สตีเวน สปีลเบิร์ก เคยบอกว่า เวลาตัดสินใจจะสร้างหนังจากหนังสือเล่มหนึ่ง เขาจะนับว่า ระหว่างการอ่าน เขาขนลุกกี่ครั้ง
ผมเข้าใจประโยคนั้นชัดเจนขึ้นในนาทีที่เซนเซย์ถามว่า:
“รู้ไหม การจัดดอกไม้ทั่วไป กับการจัดแบบ อิเคะบานะ มันต่างกันยังไง?”
แรกทีเดียว ผมอ่อนต่อโลกขนาดคิดว่า “อิเคะ” หมายถึง 池—บ่อน้ำ คงปักดอกไม้ให้เหมือนงอกจากบ่อมั้ง
แต่ไม่ใช่…
มันคือคำว่า 生け—ชีวิต
เซนเซย์เฉลยว่า หัวใจของอิเคะบานะ คือ ความไม่สมมาตร
- หากขวามีดอกไม้ก้านยาว ซ้ายก็ต้องมีก้านสั้น
- หากฝั่งหนึ่งเป็นเลขคี่ อีกฝั่งต้องเป็นเลขคู่
- หากคุณปักดอกหน้าวัวสีเข้มใบใหญ่ อีกดอกต้องเป็นสีอ่อนเล็กกว่า
ทำไมต้องเช่นนั้น?
เพราะนี่คือ “ชีวิต”…
ชีวิตมีทั้งตอนสูง และตอนต่ำ
มีเข้มข้นและจืดจาง
มีสมบูรณ์และพร่องแหว่ง
และเมื่อมองดอกไม้ตรงหน้า…ผมเหมือนได้เห็นภาพชีวิตซ่อนไว้ ใต้กลีบดอกไม้… นี่สินะ ชีวิต
จากนั้นในช่วงบ่าย…
ผมขนลุก เมื่อได้เจอเหล่า อินฟลู นักรีวิวหนังสือ หลายสิบชีวิต
ผมเจอ เด็ก Gen Z รักการอ่านและยังรักทีมแมนเซสเตอร์ ยูไนเต็ด อยู่ในประเทศนี้
ผมพบ กับสาวอีกคน ที่ทำงาน IT แต่ชื่นชอบการอ่านหนังสือ สืบสวนสอบสวน ฆาตกรรม เธอบอกว่า ดวงตาเธออยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ หลายชั่วโมงมาก จนพอมีเวลา ก็ต้องมาอ่านหนังสือที่เป็นกระดาษ
ผมเจอกับคุณหมอ ทื่ชื่นชอบ นักเขียนอย่าง #ฮิกาชิโนะเคโงะ
ผมเจอกับเจ้าของเพจ Higashino Fanclub ที่ขนาดสร้างห้องสมุด รวมรวมหนังสือของเคโงะที่ถูกแปลอีกหลายสิบภาษาทั่วโลก มาไว้ในบ้านตัวเอง
ผมได้เจอกับ นักแปลสาว ที่หน้าตาคิกขุอาโนเนะ แต่มาแปลหนังสือ คนเสพติดการฆาตกรรม ที่บรรยายฉากการฆ่า ทั้งเลือด ทั้ง ฉี่ สาดกระเซ็น…
และช่วงเวลาที่ เชื่อว่าคนที่มารวมกันที่นี่ ขนลุกที่สุดคือ การล้อมวง คุยถึงหนังสือ ที่พวกเขาชื่นชอบ…

ผมเคยนั่งคุยล้อมวงกับคนหลากหลายประสบการณ์มาเกินร้อยครั้ง แต่เชื่อหรือไม่ว่าบทสนทนาวันนี้ ผมเห็นแววตาเป็นประกายจากผู้คุยมากกว่าวงสนทนาการเมือง ทั้งที่พวกเขามีอุดมการณ์การเมืองเดียวกันชัดเจน
กลุ่มของผมคุยเรื่อง “พิษรักสั่งตาย” ทำให้ตระหนักว่าเวลามีความมหัศจรรย์แค่ไหน มันไม่ได้แค่พิสูจน์คน แต่พิสูจน์ความมุ่งมั่น ว่าคนเราจะยึดติดกับความแค้น ความรัก ได้นานเพียงใด และเราเห็นด้วยว่าเวลาทำลายทุกอย่าง ไม่ใช่แค่สังขารหรือความรัก แต่ทำลายได้แม้กระทั่งความจริง

เราได้เรียนรู้ และขนลุกกับ ข้อมูลที่คนนำเรื่องจากหนังสือสืบสวน ฆาตกรรมมาอิงกับชีวิตประจำวันของเขา แบบเหลือจะเชื่อ
- มองอะไรอย่างที่เป็นอยู่จริง และอย่าทำให้แต่ละข้อเท็จจริงนั้นมัวหมอง
- ละเอียด และตั้งใจกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า หากไม่ทำเช่นนั้น เราจะพบกับ บทเรียนที่เจ็บเกินจะคาด
- ความรัก ไม่ได้ขึ้นกับกาลเวลา
และท้ายสุด เรามีการถ่ายรูปรวม และทีมงาน เปิดไลน์กลุ่ม เชิญชวนให้คนร่วมงาน เข้ามาคุย แลกเปลี่ยนเรื่องราว หรือข่าวสารใหม่ๆ ด้วยกันได้… ซึ่งไม่ใช่ไลน์กลุ่มแบบไลน์ OA ด้วย นั่นหมายความว่า หากใคร สนใจใครเป็นพิเศษ จะสามารถได้ไลน์คนๆ นั้นพร้อมกับทักไปหา ได้ด้วยซ้ำ

งานจบแล้ว แต่ยังมีคนค่อยๆ ไล่ดูสมาชิกในกรุ๊ป ดูบทสนทนา… พร้อมหวังว่าเธอคนนั้นจะเข้ามาในไลน์กรุ๊ปหรือยัง
ขอบคุณงานนี้
ที่ทำให้เราได้ อ่าน
ได้ พบเจอ
และได้ รัก อีกครั้ง
เรื่องที่เกี่ยวข้อง >>
– สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลง
– เมื่อคน กรุงเทพฯ อยากเป็น โคนัน
– Nobel Series : ไฟ
– Nobel Series: น้ำ (ตา)
– Nobel Series : ดิน
#เรื่องสั้น ต้อนรับสัปดาห์หนังสือ “Read Meet Love”


