สยองผีญี่ปุ่น : ดวงตาแห่งพายุ (Ichimokuren Yokai)
เหนือผืนดินของแคว้นอิเสะ ณ เชิงเขาอันเงียบงันของ ภูเขาทาโดะ มีเรื่องเล่าที่ถูกส่งต่อกันมาหลายชั่วอายุคน เมื่อใดที่ท้องฟ้ามืดครึ้มผิดปกติ ลมพัดหมุนวนราวกับมีชีวิต และกลุ่มเมฆดำก่อตัวเป็นวงกลม ชาวบ้านจะกล่าวเพียงสั้น ๆ ว่า “เขากำลังลืมตา”… “เขา” ที่ว่านั้นคือ อิชิโมคุเร็น ผู้มีดวงตาเดียวซึ่งไม่เคยหลับใหลไปจากโลกนี้เลยแม้ชั่วขณะเดียว ว่ากันว่าดวงตาของเขาไม่ใช่เพียงอวัยวะ หากแต่เป็น “ประตู” ที่เชื่อมระหว่างท้องฟ้าและผืนดิน ทุกครั้งที่มันเปิดออก พายุจะถือกำเนิด และทุกครั้งที่มันจ้องลงมา มนุษย์จะรู้สึกว่าตนถูกเฝ้ามองจากสิ่งที่ยิ่งใหญ่เกินเข้าใจ

ในยุคโบราณกาล ก่อนที่ศาลเจ้าจะถูกสร้างขึ้น ผู้คนเชื่อว่าอิชิโมคุเร็นมิได้มีรูปร่างตายตัว บางคืนเขาเป็นเพียงแสงไฟสีซีดลอยต่ำเหนือทุ่งนา เคลื่อนไหวช้า ๆ ราวกับกำลังสำรวจผืนดิน บางครั้งเขาปรากฏเป็นเงายาวคล้ายงูที่เลื้อยไปตามแนวสันเขา แต่สิ่งที่น่าหวาดหวั่นที่สุดคือยามที่เขาไร้รูปร่างโดยสิ้นเชิง เหลือเพียง “การมีอยู่” ในรูปของแรงลมที่ไม่อาจคาดเดาได้ ลมที่พัดสวนทางกับธรรมชาติ หมุนวนเป็นเกลียว และกรีดร้องราวกับเสียงของสิ่งมีชีวิต ผู้เฒ่าในหมู่บ้านเล่าว่า หากใครเงี่ยหูฟังดี ๆ จะได้ยินเสียงคล้ายลมหายใจแผ่วเบาแฝงอยู่ในพายุ ราวกับว่าอิชิโมคุเร็นกำลัง “หายใจ” ผ่านโลกมนุษย์

มีตำนานหนึ่งกล่าวถึงชายช่างตีเหล็กผู้พเนจร ซึ่งเดินทางมายังเชิงเขานี้ในคืนที่พายุรุนแรงที่สุด เขาเห็นแสงสว่างวาบขึ้นกลางฟ้า และในชั่วขณะนั้นเอง เขาเห็น “ดวงตา” ขนาดมหึมาปรากฏอยู่ท่ามกลางเมฆหมุนวน ดวงตานั้นมิได้มองอย่างโกรธเกรี้ยว หากแต่เปี่ยมไปด้วยความว่างเปล่า ชายผู้นั้นทรุดตัวลงและเข้าใจโดยสัญชาตญาณว่า สิ่งที่เขาเห็นไม่ใช่อสูรธรรมดา หากเป็นพลังงานเช่นเดียวกับไฟในเตาหลอม พลังที่ทั้งทำลายและสร้างสรรค์ เขาจึงสร้างแท่นบูชาขึ้นอย่างเรียบง่าย และสวดวิงวอนต่อ อาเมะโนะมะฮิโตสึโนะคามิ เทพแห่งตาเดียว ผู้เป็นเจ้าแห่งเปลวไฟและโลหะ เชื่อกันว่านับแต่นั้น อิชิโมคุเร็นก็เริ่มถูก “เรียกขาน” ในฐานะเทพ มิใช่เพียงสิ่งน่าหวาดกลัว

เมื่อเวลาผ่านไป ศาลเจ้าถูกสร้างขึ้น ณ สถานที่ซึ่งเชื่อว่าเป็นที่สถิตของเขา คือ ศาลเจ้าทาโดะไทฉะ แต่สิ่งที่แปลกประหลาดคือ ศาลแห่งนี้ไม่มีประตู ชาวบ้านมิได้สร้างกำแพงกั้น มิได้ปิดกั้นทางเข้าออก เพราะพวกเขาเชื่อว่าอิชิโมคุเร็นไม่อาจถูกจองจำ การสร้างประตูจะเป็นการ “ขัดขวางลม” และอาจนำความพิโรธมาเยือนแทน ความเชื่อนี้ทำให้ศาลเจ้าแห่งนี้แตกต่างจากที่อื่น มันไม่ใช่สถานที่สำหรับกักเก็บเทพ แต่เป็น “ช่องทาง” ให้เทพผ่านไปมาได้อย่างอิสระ เปรียบเสมือนการยอมรับว่ามนุษย์มิใช่ผู้ควบคุมธรรมชาติ แต่เป็นเพียงผู้ที่อาศัยอยู่ร่วมกับมัน

จนถึงปัจจุบัน เมื่อพายุใหญ่ก่อตัวเหนือทะเลและเคลื่อนเข้าสู่แผ่นดิน ผู้คนในบางพื้นที่ยังคงกล่าวถึงอิชิโมคุเร็นในฐานะ “ผู้เฝ้ามอง” มากกว่าจะเป็นผู้ทำลาย ดวงตาเดียวของเขาถูกตีความว่าเป็นสัญลักษณ์ของการมองเห็นทุกสิ่งในคราวเดียว ทั้งความเจริญงอกงามและความพินาศ พายุของเขาจึงไม่ใช่เพียงภัยพิบัติ แต่เป็นการเตือนว่าโลกนี้ยังคงมีพลังที่มนุษย์ไม่อาจครอบครองได้อย่างแท้จริง และบางที…ในยามที่สายลมเงียบสงบผิดปกติ ก่อนพายุจะมาถึง นั่นอาจเป็นช่วงเวลาที่ดวงตาของเขากำลัง “เพ่งมอง” ลงมายังโลกอีกครั้ง โดยไม่มีใครรู้ว่าเขาจะเมตตา หรือจะปล่อยพลังแห่งพายุออกมาอีกครา
เรื่องที่เกี่ยวข้อง >>
– สยองผีญี่ปุ่น : อสูรสำราญแห่งสายน้ำคิวชู
– สยองผีญี่ปุ่น : ธิดาบาดาล
– สยองผีญี่ปุ่น : ผู้มาเยือนแห่งทะเลมรณะ
– สยองผีญี่ปุ่น : เงากรรมเหนือร่างพิกล
– สยองผีญี่ปุ่น : มหาอสูรโอะตาเกะมารุ
ที่มา: yokai.com
#สยองผีญี่ปุ่น : ดวงตาแห่งพายุ (Ichimokuren Yokai) #ผีญี่ปุ่น #โยไก #ปีศาจญี่ปุ่น #เรื่องเล่าผีญี่ปุ่น


