สนามซ้อมรบที่เปื้อนเลือดผู้บริสุทธิ์ สู่ทุ่งดอกไม้สีคราม
ดอกเนโมฟีลา เป็นดอกไม้สีฟ้าสดใสที่จะบานเต็มที่ช่วงกลางเดือนเมษายน ถึงต้นเดือนพฤษภาคม ซึ่งทุ่งดอกเนโมฟีลาที่กว้างใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดในญี่ปุ่นอยู่ที่ สวนฮิตาชิ ซีไซด์ ปาร์ค (Hitachi Seaside Park) เมืองฮิตาชินากะ จังหวัดอิบารากิ มีดอกเนโมฟีลากว่า 5 ล้านต้น แผ่กว้างไกลบนเนิน และกลมกลืนไปกับสีฟ้าของท้องฟ้า
สวนฮิตาชิ ซีไซด์ ปาร์ค อยู่ติดชายฝั่งทะเล เป็นสวนที่ขนาดใหญ่มาก มีพื้นที่มากถึง 2,187.5 ไร่ หรือประมาณ 7 เท่าของโตเกียวดิสนีย์แลนด์ ที่นี่มีดอกไม้นานาชนิดบานตลอดทั้งปี นอกจากเนโมฟีลา ยังมีทิวลิปในช่วงเมษายน พุ่มโคเชียที่จะกลายเป็นสีแดงเต็มเนินในช่วงตุลาคม และคอสมอสในช่วงกลางถึงปลายเดือนตุลาคม
สวนแห่งนี้เริ่มเปิดเมื่อปี ค.ศ.1991 แต่การทำสวนเนโมฟีลานั้นเริ่มขึ้นในปี 2002 แล้วก็ทำให้มีคนมาเข้าชมมากขึ้นเรื่อยๆ จนปัจจุบันมีผู้เข้าชมราวปีละ 1.8 ล้านคน
หากย้อนไปในอดีต ไม่น่าเชื่อว่าพื้นที่แห่งนี้กลับเป็นสถานที่ที่ตรงข้ามกับทุ่งดอกไม้งดงามอย่างสิ้นเชิง…
จุดเริ่มต้นสนามซ้อมรบริมชายฝั่ง
พื้นที่บริเวณนี้เคยเป็นชายฝั่งมาเอะวาตาริ เมืองมิโตะ เป็นเนินทรายทอดยาวกว่า 10 กิโลเมตรริมชายฝั่งทะเล ไม่มีคนอาศัยอยู่
จนกระทั่งในปี ค.ศ.1909 กรมทหารราบที่ 2 ได้ย้ายมาอยู่ที่เมืองนี้ และพบว่าพื้นที่ริมชายฝั่งนี้เหมาะอย่างยิ่งในการซ้อมยิงกระสุนจริง จึงเลือกใช้เป็นสนามซ้อมรบ
การซ้อมรบด้วยกระสุนจริงจะจัดขึ้นทุกฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง ฤดูที่ทิวทัศน์สวยงามที่สุด แต่ก็อากาศดีที่สุดเหมาะแก่การซ้อมรบ แต่ละครั้งชาวบ้านต่างได้รับความเดือดร้อน ทหารมาตั้งค่ายทหาร เลือกพื้นที่พัก โดยที่ชาวบ้านไม่สามารถปฏิเสธได้ ต้องปฏิบัติตาม และต้องเตรียมอาหารให้ด้วย หมู่บ้านต้องจัดสรรงบประมาณค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งสำหรับค่ายทหารทุกปี
ความหวังแห่งชัยชนะ กลายเป็นความพ่ายแพ้
ต่อมา ญี่ปุ่นเริ่มเข้าไปรุกรานจีน ทำให้กองทัพญี่ปุ่นกระตือรือร้นในการเตรียมตัวสำหรับสงคราม
และในปี ค.ศ.1936 ช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 เครื่องบินทหารได้ซ้อมทิ้งระเบิดลงที่ชายฝั่งมาเอะวาตาริ และพื้นที่นี้ก็กลายเป็นสนามซ้อมทิ้งระเบิด
กองทัพกว้านซื้อที่ดินจากชาวบ้านในราคาต่ำ โดยไม่มีการเจรจา และชาวบ้านก็ให้ความร่วมมือขายที่ดินให้ ด้วยความหวังว่า “จะช่วยให้ญี่ปุ่นชนะสงคราม”
ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพใช้พื้นที่นี้อย่างเต็มที่ ทั้งสร้างโรงเรียนการบินกองทัพอากาศ เป็นสถานที่ฝึกซ้อมสำหรับเจ้าหน้าที่หน่วยจู่โจมพิเศษ และสนามบินฝึกเครื่องบินรบ
และแล้วสงครามก็สิ้นสุดในปี 1945 หลังจากญี่ปุ่นยอมจำนนต่อความพ่ายแพ้…
เสียงระเบิดและเลือดผู้บริสุทธิ์
หลังจากนั้น กองทัพสหรัฐก็ยึดพื้นที่ตั้งฐานทัพ ตั้งเป็นสนามซ้อมทิ้งระเบิดมิโตะ (水戸射爆場) ชาวบ้านละแวกนั้นได้ยินเสียงเครื่องบิน เสียงปืนกล และเสียงระเบิดตลอดเกือบทุกวัน ราวกับอยู่ท่ามกลางสงครามวันแล้ววันเล่า ทรัพย์สินถูกทำลายเสียหายจากระเบิด
บันทึกทางประวัติศาสตร์ของเมืองแห่งนี้ระบุว่า การซ้อมรบของกองทัพสหรัฐเคยทำให้เกิดอุบัติเหตุราว 180 ครั้ง ทั้งทรัพย์สินเสียหายจากระเบิด ประตูเฮลิคอปเตอร์ร่วงลงมา ถูกรถบรรทุกทหารชน หรือถูกลูกหลงจากการซ้อมยิง
ในจำนวนนี้ มีอุบัติเหตุที่ถึงขั้นเสียชีวิต มากถึง 20 ครั้ง
เหตุการณ์หนึ่ง คือ เด็กอายุ 8 ขวบ ถูกกระสุนปืนของกองทัพสหรัฐยิงเสียชีวิตขณะกำลังว่ายน้ำในทะเล กองทัพสหรัฐ อธิบายว่าเป็นอุบัติเหตุที่ลูกกระสุนจากสนามซ้อม ยิงถูกเด็กคนนั้น แต่ระหว่างสนามซ้อมกับจุดเกิดเหตุ มีป่าสนหนาทึบกั้นอยู่ ชาวบ้านจึงไม่เชื่อว่าเป็นอุบัติเหตุ
เหตุการณ์ที่สร้างความโกรธเกรี้ยวมากที่สุด เกิดขึ้นในเดือนสิงหาคม ปี 1957 เรียกว่า “เหตุการณ์กอร์ดอน”
ทหารอเมริกันได้ขับเครื่องบินในระดับต่ำมาก จนชนเข้ากับแม่ลูกคู่หนึ่งที่ขี่จักรยานอยู่ในสวนไร่
ทหารที่ขับเครื่องบินลำนั้นคือ ร้อยโทจอห์น แอล. กอร์ดอน
เขาขับเครื่องบินบนรันเวย์เพื่อเทคออฟ แต่ขับไปจนสุดรันเวย์แล้ว เครื่องบินก็ยังอยู่ในระดับที่ต่ำมาก ขณะนั้น แม่ลูกคู่หนึ่งขี่จักรยานอยู่ห่างจากสุดทางวิ่งรันเวย์ ไปทางทิศตะวันออกราว 500 เมตร ล้อหลังเครื่องบินชนใส่ทั้งคู่ ผู้เป็นแม่ ศีรษะกับลำตัวขาดแยกออกเป็น 2 ส่วน เสียชีวิตทันที ส่วนลูกชายได้รับบาดเจ็บสาหัส
กองทัพสหรัฐอธิบายว่า เป็นอุบัติเหตุที่เกิดจากอากาศร้อนอุณหภูมิสูงผิดปกติ ทำให้เกิดกระแสความร้อน ส่งผลต่อการเทคออฟ แต่ในมุมมองของคนญี่ปุ่นในพื้นที่ ไม่มีใครเชื่อว่าเป็นอุบัติเหตุ พวกเขาเล่าว่า ทหารอเมริกันมักแกล้งคนญี่ปุ่นอยู่บ่อยๆ อย่างการแกล้งบินเครื่องบินต่ำๆ ก็เคยทำมาก่อนหลายครั้ง เชื่อว่าครั้งนี้ก็ตั้งใจบินต่ำเช่นกัน
จะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ การฆ่าคนก็มีความผิด
แต่…ร้อยโทกอร์ดอนนับว่าเป็นผู้ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ราชการ และภายใต้ข้อตกลงสถานะของกองกำลังญี่ปุ่น-สหรัฐฯ (Status of Forces Agreement หรือ SOFA) ก็ถือว่าไม่มีความผิดและไม่ถูกดำเนินคดีใดๆ
ครอบครัวผู้เสียชีวิตได้รับเงินชดเชย 432,044 เยน จากรัฐบาลญี่ปุ่น
เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ชาวบ้านลุกฮือ ออกมาต่อต้านฐานทัพสหรัฐฯ ทั้งประชุมหารือ ประท้วง และร้องทุกข์
ระหว่างนั้นก็ยังคงมีระเบิดหล่นลงมา “โดยไม่ตั้งใจ”
ประชาชนยังคงต่อสู่ต่อไป จนในที่สุดความพยายามก็ประสบความสำเร็จในปี 1973
“สนามซ้อมทิ้งระเบิดมิโตะ” กลับคืนสู่ญี่ปุ่น ทหารอเมริกันย้ายออกไปหมด
(หลังจากประชาชนออกมาประท้วงกว่า 15 ปี สหรัฐอเมริกาตั้งฐานทัพเป็นเวลา 27 ปี)
….และนี่ก็คือจุดกำเนิด “สวนฮิตาชิ ซีไซด์ ปาร์ค”
สวนดอกไม้แห่งสันติภาพ
หลังจากญี่ปุ่นได้พื้นที่คืน ประชาชนเรียกร้องขอให้ใช้พื้นที่แห่งนี้เพื่อ “สันติภาพ” จึงเกิดโครงการสร้างสวนสาธารณะขึ้น บนพื้นที่ที่เต็มไปด้วยร่องรอยแห่งสงคราม
จุดหลักที่ใช้ซ้อมทิ้งระเบิด ปัจจุบันก็คือ “เนินมิฮาราชิ” เนินที่เบ่งบานด้วยดอกไม้ จุดถ่ายรูปสุดฮิตในปัจจุบัน
เนินแห่งนี้เป็นเนินเทียมที่สร้างขึ้น สูง 30 เมตร ใช้เวลา 25 ปีในการสร้าง บนเนินเขานี้มียอดเขา 3 ยอด ยอดที่สูงที่สุดอยู่ที่ 58 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เป็นจุดที่สูงที่สุดในเมืองฮิตาชินากะ
“สวนฮิตาชิ ซีไซด์ ปาร์ค” เริ่มเปิดครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.1991 แต่ยังไม่ได้มีขนาดใหญ่และมีดอกไม้นานาชนิดอย่างในปัจจุบัน มีการขยายต่อเติมและพัฒนาพื้นที่มาเรื่อยๆ มีการคัดเลือกดอกไม้ที่เหมาะกับสภาพแวดล้อม และทดลองปลูกหลายปี เช่น เนโมฟีลาเริ่มในปี 2002, พุ่มโคเชียเริ่มในปี 2007 จนปัจจุบันมีดอกไม้มากมายผลัดเปลี่ยนกันสร้างสีสันสวยงามให้เนินแห่งนี้ตลอดปี
ที่นี่ไม่มีอนุสรณ์รำลึกถึงการสูญเสีย แต่มีดอกไม้แห่ง “ความรัก”
เรียกได้ว่านี่คือความพยายามที่จะลบร่องรอยความเจ็บปวด ด้วยการโปรยดอกไม้ที่งดงาม และก็ทำได้สำเร็จ
สวนฮิตาชิ ซีไซด์ ปาร์ค (Hitachi Seaside Park) อยู่ที่จังหวัดอิบารากิ สามารถไปเยี่ยมชมได้ตลอดทั้งปี
【ช่วงเวลาชมดอกไม้】
ปลาย มี.ค. ถึง กลาง เม.ย. – ซุยเซน (แดฟโฟดิล)
กลาง เม.ย. ถึง ปลาย เม.ย. – ทิวลิป
กลาง เม.ย. ถึง ต้น พ.ค. – เนโมฟีลา
กลาง พ.ค. ถึง ต้น มิ.ย. – กุหลาบ
กลาง ต.ค. – พุ่มโคเชีย กลายเป็นสีแดง
ต้น ต.ค. ถึง ปลาย ต.ค. – คอสมอส
ปลาย ธ.ค. ถึง ต้น ม.ค. – ไอซ์ทิวลิป (ทิวลิปฤดูหนาว)
พิกัด https://maps.app.goo.gl/sFBuXMN6oPoBhAFk6
เรื่องแนะนำ :
– ดอกซากุระเป็นสีชมพูเพราะเลือด?
– “ทะเลสาบผีสิง” 1 ในทะเลสาบฟูจิทั้ง 5
– พระญี่ปุ่นทำมัมมี่ตัวเอง ดับสูญเพื่อคงอยู่นิรันดร์
– ป่าอาโอกิงาฮาระ (Aokigahara) หลุมศพหมู่สุดหลอน
– ห้างดังโตเกียวจัดเทศกาลซากุระ
ที่มาและรูปภาพ :
https://hitachikaihin.jp/event/seasons-recommended/
https://hitachikaihin.jp/park-blog/blog-8347/
https://www.asahi.com/articles/ASR555V96R55DIFI003.html
https://saiseiojisan.blog.fc2.com/blog-entry-1783.html
https://mito.keizai.biz/headline/2458/
http://hikokikumo.net/a3020Hitachinaka-bumb.htm
https://note.com/team_ueno/n/nb17b9c3e4683
http://ibjcp.gr.jp/?p=11708
#สนามซ้อมรบที่เปื้อนเลือดผู้บริสุทธิ์ สู่ทุ่งดอกไม้สีคราม #ทุ่งดอกเนโมฟีลา


