เวทมนตร์แห่งคอสตูม: เมื่อชุดแต่งกายแปรเปลี่ยนโลกของฟุจี คะเซะ (Fujii Kaze) ให้คนทั้งโลกที่จับต้องได้
ข้อความฉบับเต็มจากวารสาร WWD Japan, 4 สิงหาคม 2025 ฉบับที่ 2425



ในโลกดนตรีญี่ปุ่นที่เต็มไปด้วยศิลปินมากความสามารถ “ฟุจี คะเซะ (Fujii Kaze)” ยืนอยู่แถวหน้าในฐานะศิลปินผู้สร้างทั้งเสียงเพลงและภาพลักษณ์ที่ตราตรึง เขาไม่ได้เพียงร้องเพลงและแสดงบนเวที แต่ยังสร้าง “โลก” ที่ผู้ชมสามารถดื่มด่ำผ่านดนตรี แสง และเครื่องแต่งกายที่เป็นดั่งตัวละครสำคัญของการเล่าเรื่องครับ
WWD Japan ฉบับวันที่ 4 สิงหาคม 2025 จึงได้ยกย่องเขาในฐานะผู้นำแห่งแฟชั่นเวที โดยพาเราไปรู้จักกับเบื้องหลังงานออกแบบเสื้อผ้าอันโดดเด่นของฟูจิอิ ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของ ชิมาดะ ทัตสึยะ (Shimada Tatsuya) สไตลิสต์คู่ใจผู้เปลี่ยนแนวคิดและโลกทัศน์ของเพลงให้กลายเป็นเสื้อผ้าที่มีชีวิต
แฟชั่นที่เล่าเรื่องได้: Hana, Feelin Go(o)d, Working Hard
ก่อนจะถึงโปรเจกต์ล่าสุด “Hachikō” ฟูจีได้สร้างความประทับใจผ่านหลายผลงาน เช่น
- Hana – ชุดในมิวสิกวิดีโอถูกออกแบบให้มีโทนสีอ่อนและโครงสร้างที่พลิ้วไหว สื่อถึงความเปราะบางและความงดงามของชีวิต คล้ายดอกไม้ที่บานและโรย




- Feelin Go(o)d – ในการแสดงสดที่ Nissan Stadium (สิงหาคม 2024) ชุดเวทีถูกออกแบบให้สะท้อนแสงไฟและเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องตัว ผสมผสานความดิบแบบสตรีทกับความหรูหราของแฟชั่นโชว์ เพื่อสร้างบรรยากาศพลังบวกและความสนุกให้ผู้ชม



การแสดงครั้งนี้มี ยามาดะ เคนโตะ (Yamada Kento) รับหน้าที่กำกับภาพ โดยเครื่องแต่งกายต้องสามารถ ตอบโจทย์การเคลื่อนไหว บนเวทีใหญ่ สะท้อนแสงไฟ และยังต้อง สร้างความประทับใจให้ผู้ชมหลายหมื่นคน ชิมาดะเลือกใช้ผ้าที่สะท้อนแสง และออกแบบซิลูเอตต์ที่เน้นการเคลื่อนไหวอย่างเป็นอิสระ
แรงบันดาลใจในการออกแบบชุดเวทีครั้งนี้มาจากวัฒนธรรมพังก์และแฟชั่นสตรีท รวมถึงการผสมผสานระหว่างความดิบและความหรูหรา เพื่อให้เกิดความขัดแย้งที่น่าสนใจในตัวของฟุจีผู้มีเสน่ห์เรียบง่ายแต่เปี่ยมพลัง
- Working Hard – ชุดมีความเรียบง่ายแต่แฝงความแข็งแรง โทนสีเอิร์ธโทนและเนื้อผ้าที่ดูทนทาน สื่อถึงการต่อสู้และความพยายามอย่างไม่ย่อท้อ


Hachikō: การตีความที่ลึกซึ้งผ่านแฟชั่น
ในเดือนมิถุนายน 2025 ฟุจีซังปล่อยมิวสิกวิดีโอเพลง Hachikō ที่กำกับโดย MESS ซึ่งมีสองชุดหลักที่เป็นหัวใจของการเล่าเรื่อง
-
ชุดสีขาวพร้อมรัศมีสีเงินด้านหลัง – แทนความบริสุทธิ์ ความซื่อสัตย์ และแสงแห่งความหวัง รัศมีสีเงินคล้ายวงแสงของพระอาทิตย์หรือฮาโล สื่อถึงความศักดิ์สิทธิ์และการรอคอยอย่างมั่นคง

- ชุดหนังสีดำและรองเท้าพื้นหนาสีดำ – ตัดกับชุดขาวเพื่อสื่อถึงความแข็งกร้าวและพลังแฝง หนังสีดำให้ความรู้สึกดุดัน ขณะที่รองเท้าพื้นหนาเพิ่มภาพลักษณ์ความมั่นใจและความมั่นคงเมื่อยืนอยู่บนเวทีหรือในโลเคชันที่ท้าทาย




ชิมาดะได้ออกแบบชุดที่โดดเด่นด้วยลุคเหนือจริง สีดำล้วน ขนาดโอเวอร์ไซส์ พร้อมองค์ประกอบที่ดูเหมือนผสมผสานระหว่างสัตว์และหุ่นยนต์ ชุดนี้สร้างความรู้สึกคล้ายกับ “ร่างแปลง” หรือ metamorphosis ซึ่งสะท้อนถึงธีมของเพลงที่พูดถึงการรอคอย ความภักดี และกาลเวลาอย่างลึกซึ้ง
รายละเอียดอย่าง “หาง” ยาวที่ลากพื้นตามมานั้น ช่วยเสริมให้ชุดดูมีชีวิตในแบบแฟนตาซี โดยไม่หลุดจากบริบทของความเป็นปัจจุบัน ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดจากการร่วมมือกันระหว่างช่างตัดเย็บ ศิลปินผ้า และทีมสร้างฉากอย่างรอบด้าน
ชิมาดะกล่าวว่า
“การออกแบบเสื้อผ้าไม่ใช่สิ่งที่ผมทำได้คนเดียว มันเกิดขึ้นได้จากความร่วมมือของผู้เชี่ยวชาญรอบตัวผมเท่านั้น”
ฉากในชิบุย่า: ร้านเพิงและการข้ามถนน
หนึ่งในฉากที่ผู้ชมจดจำได้ คือภาพฟุจี คพเซะนอยู่ในร้านเล็ก ๆ แบบเพิงในชิบุย่า ฉากนี้ถูกเลือกเพื่อสื่อถึงความเรียบง่าย ความเป็นกันเอง และการเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของผู้คนในเมืองใหญ่ มันตัดกับความแฟนตาซีของชุดและเวที เพื่อให้เห็นอีกมุมของศิลปินที่เข้าถึงได้


ส่วนฉากเดินข้ามถนนที่ Shibuya Crossing เป็นการเลือกโลเกชันที่เป็นแลนด์มาร์กระดับโลก สื่อถึงความเคลื่อนไหว การพบเจอ และการตัดกันของเส้นทางชีวิต เป็นสัญลักษณ์ของการเดินทางต่อไปข้างหน้า ทั้งในความฝันและความจริง ซึ่งสอดคล้องกับเนื้อหาของเพลงที่พูดถึงการรอคอยและการเดินต่ออย่างไม่หยุดยั้ง
การเปิดตัว Hachikō ที่ Parc Paragon
ก่อนปล่อย MV อย่างเป็นทางการ “Hachikō” ได้เปิดตัวครั้งแรกที่ Parc Paragon ใจกลางกรุงเทพฯ งานนี้กลายเป็นจุดนัดพบของแฟนเพลงทั้งไทยและต่างชาติที่มารวมตัวกันอย่างคึกคัก บรรยากาศเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ผสมผสานระหว่างแฟชั่นโชว์และมินิคอนเสิร์ต โดยมีการฉายฟุตเทจพิเศษของเพลง พร้อมการปรากฏตัวของฟุจีซังในชุดที่มีกลิ่นอายเดียวกับใน MV
สองทีมสร้าง หนึ่งวิสัยทัศน์
ทีมสร้างสรรค์ของฟุจีซังแบ่งเป็น 2 หน่วยงานหลัก
- ทีมมิวสิกวิดีโอ (MESS) – เน้นการเล่าเรื่องอย่างภาพยนตร์ เลือกวัสดุและดีไซน์ที่สอดคล้องกับการถ่ายทำและเนื้อหา
- ทีมการแสดงสด (Yamada Kento) – ให้ความสำคัญกับความทนทาน ความคล่องตัว และการมองเห็นจากระยะไกล
ชิมาดะ เป็นแกนกลางเชื่อมทั้งสองทีม เพื่อรักษาเอกลักษณ์และความต่อเนื่องของแบรนด์ “Fujii Kaze”
ปรัชญาแห่ง “Alchemy”
คำว่า “Alchemy of Metamorphosis” บนปก WWD ฉบับนี้สะท้อนปรัชญาของชิมาดะที่มองว่า
“เสื้อผ้าคือเวทมนตร์ที่เปลี่ยนศิลปินให้กลายเป็นสิ่งที่ผู้ชมไม่เคยเห็นมาก่อน”
ไม่ว่าจะเป็นชุดขาวรัศมีเงินใน Hachikō, เสื้อผ้าสีสันสดใน Feelin Go(o)d หรือโทนอบอุ่นใน Hana ทุกชุดล้วนผ่านการคิดและสร้างสรรค์อย่างพิถีพิถัน เพื่อเป็นภาพจำและภาษาที่ใช้เล่าเรื่องราวในเพลง
ความสำเร็จของฟุจี คะเซะไม่ได้เกิดจากเสียงเพลงเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการที่เขาและทีมงานมอง เครื่องแต่งกายเป็นภาษาหนึ่งของการเล่าเรื่อง แต่ละชุดคือบทกวีที่สวมใส่ได้ และทุกเวทีคือจักรวาลเล็ก ๆ ที่จินตนาการถูกถักทอให้กลายเป็นความจริง








เรื่องแนะนำ :
– สุขสันต์วันเกิด Windy chan… เจ้าก้อนกลมปุกปุยแห่งความสุขและจินตนาการ
– “Love Like This” เพลงรักบทใหม่จากอัลบั้ม “Prema” ที่แฟนเพลงทั่วโลกตั้งตารอ
– การเดินทางของเสียงดนตรีและหัวใจของ Fujii Kaze พาทุกท่านมาสำรวจอัลบั้มก่อนอัลบั้ม Prema
– Fujii Kaze: ดนตรีที่ข้ามพรมแดน และการเป็นศิลปินที่ไม่จำเป็นต้องมีกรอบ
– Fujii Kaze: สุดยอดศิลปินซอฟพาวเวอร์แห่งแดนอาทิตย์อุทัย
#เวทมนตร์แห่งคอสตูม: เมื่อชุดแต่งกายแปรเปลี่ยนโลกของฟุจี คะเซะ (Fujii Kaze) ให้คนทั้งโลกที่จับต้องได้


