วิชายุทธ วิถีเซน by Lordofwar Nick
ฟุโดจิชินเมียวโรคุ ฉบับสำนักพระราชวัง (6) หุ่นไล่กาในนากลางเขา
อ่ะ วันนี้เราก็มาอ่านกันต่อดีกว่าครับ อ่านวันละนิดจิดจะได้ผ่องใส (เอ้ยอย่าตัดแปะแบบนี้ดิวะ 555)
ข้อความต้นฉบับ
鎌倉の佛國禪師の歌に、心ありてもるとなけれど小山田に徒ならぬかかしなりけり。此歌のごとく也。山田のかかしとて人形を作りて弓矢を持たせて置也。鹿おぢて逃れば、用が叶ふ程には徒らならぬと也。万の道に至りぬる人の所作の喩也。手足身のはたらき計にて、心はそつとも不留して、こころ心がいづくに有とも不知して、無念無心にして山田の かかしの位へ行もの也。
ในโคลงของพระอาจารย์เซนบุกโคคุ แห่งคามาคุระ (กล่าวไว้ว่า) แม้มิได้ มีจิต คิดป้องกัน หุ่นไล่กา ในนาน้อย กลางเขานั่น ก็มิได้ เสียหลายเลย เป็นดั่งโคลงนี้ ทำตุ๊กตาหุ่นไล่กาในนากลางเขา ให้มันถือคันธนูกับลูกศรไว้ ถ้ากวางกลัวแล้วหนีไป ก็ไม่เสียหลายยังพอว่าได้ประโยชน์ อุปมาเหมือนพฤติกรรมของคนที่ถึงวิถีทั้งปวง เพียงการทำงานของมือเท้ากาย จิตนั้นไม่ค้างเลยแล้วแต่น้อย จิตทั้งหลายไม่รู้แม้มีอยู่ที่ใด ไร้จิตไร้นึกคิด ไปถึงแห่งที่ของหุ่นไล่กาในนากลางเขา
一向の愚痴の凡夫は、始から智恵がないほどに、智恵が万事出ぬ也。至る人は智恵が不入程に智恵が所作へ不出也。万事の所作に知覚分別がなく成て、初の凡夫の様に成て心を捨きらぬは 上手にて有まじき也。至極したる道には智恵を捨てるなり。
ปุถุชนผู้ดึงดันโง่เขลานั้น ปัญญามิได้ออกมาเลยทั้งเพ ด้วยความที่มิได้มีปัญญามาแต่แรก ผู้ถึงแล้ว (บรรลุแล้ว) นั้น ปัญญามิได้ออกมายังพฤติกรรม ด้วยความที่ปัญญามิได้เข้าไป กลายเป็นไม่มีรู้จำแบ่งแยกในพฤติกรรมทั้งหลาย การไม่ทิ้งจิต เป็นอย่างปุถุชนในตอนแรกนั้น ไม่สมควรมีในความเก่ง (คนเก่ง) ในวิถีที่ถึงที่สุดนั้น จะต้องทิ้งปัญญา
การตีความและอภิปราย
ก่อนอื่นมาพูดเรื่องความรู้ทั่วไปพอเป็นแบ็กกราวนด์สักนิดนะครับ
พระอาจารย์เซนบุกโคคุ (บุกโคคุเซนชิ 佛國禪師) แห่งคามาคุระ นั้น จริงๆ ชื่อนี้เป็น “ฉายา” ที่ได้หลังมรณภาพ ชื่อเดิมคือ โคโฮ เคนนิจิ (高峰顕日) เป็นองค์ชายในจักรพรรดิโกซากะ (後嵯峨天皇) เมื่อปีที่สอง แห่งศักราชนินจิ (ปี พ.ศ. 1784 ออกผนวชเมื่อปีแรกแห่งศักราชโคเก็น (ปี พ.ศ. 1799) มรณภาพเมื่อปีที่ห้าแห่งศักราชโชวะ (正和 ตัวนี้นะไม่ใช่ 昭和 ตัวนี้) (พ.ศ. 1859) สิริอายุได้ 76 ปี

รูปแกะสลักไม้ พระอาจารย์ โคโฮ เคนนิจิ (高峰顕日) (ที่มา sakura.ne.jp)
และขอแนะนำให้ท่านได้พบกับ “หุ่นไล่กา” ค๊าบ

หุ่นไล่กาสไตล์ญี่ปุ่นยุคนี้ ใส่หมวกแก๊ปด้วยเว้ยเฮ้ย (ที่มา blogimg.jp)
สิ่งที่ได้ประสบมา
นานมาแล้วผมได้ยินคำว่า “สายขาวนี่แหละอันตรายที่สุด”
ทำไมถึงอันตรายที่สุด?
ก็เพราะเป็น “สายขาว” นี่แหละถึง “อันตราย” เท่าที่เจอมา “สายขาว” มันมีสองสามประเภท คือ ๑ ไม่รู้อะไรไม่กล้าทำอะไร ๒ ไม่รู้อะไร ไม่มีเทคนิค เลยเล่นเอาแรงเข้าว่า (เล่นด้วยแรงควาย) ๓ ใหม่ที่นี่แต่เก่ามาจากที่อื่น (มีวิชายูโดหรือมวยปล้ำติดตัวมา)
ไอ้อย่างที่ ๑ ไม่อันตรายเท่าไหร่ แต่อาจน่ารำคาญบ้าง การมาเล่นบีเจเจ เบาะมันจะ “คัดกรอง” คนออกไปเองนะ ใจไม่สู้ก็ไม่ได้ไปต่อ
ไอ้อย่างที่ ๓ อันตรายพอใช้ ถ้าเป็นพวก “ชอบโชว์ของ” แล้วดันไปทำใส่คนอื่นที่ทักษะการป้องกันยังไม่ดีพอ
ไอ้อย่างที่ ๒ นี่ล่ะ อันตรายสุด การไม่รู้วิชาเซฟตัวเองและผู้อื่น แล้วยังจะเล่นเอาแรง เอามันส์เข้าว่านี่ เสี่ยงทำให้ตัวเองและอีกฝ่ายบาดเจ็บมากที่สุด
สายดำน่ะ ไม่อันตรายแบบนั้นหรอก เพราะการจะมาถึงสายดำได้ก็ต้อง “รู้” ไม่ได้รู้วิชาอย่างเดียว แต่ต้องรู้มารยาทด้วย อะไรควรไม่ควร กับเด็กใหม่ กับคนทักษะน้อยกว่า มันก็ไม่จำเป็นต้องเล่นเอาตายขนาดนั้น บางทีแค่ขยับไม่กี่ทีก็รู้ผลแล้ว
การเป็น “สายดำ” นั้น ก็เปรียบเหมือนหุ่นไล่กา แค่อยู่เฉยๆ ก็ทำให้คนที่ทักษะน้อยกว่า เด็กใหม่ เกรงกลัวได้แล้ว แค่ขยับตัวไม่กี่ที เล่นกับตำแหน่งแง่มุมไม่กี่องศา ก็เปลี่ยนเกมได้แล้ว
นั่นแหละครับ
คิดวุ่นวายในหัวให้น้อยลง เปิดทวารรับรู้หูตาจมูกลิ้นกายใจให้มากขึ้น แล้วเราจะได้ “ประสบ” พบกับบางสิ่งที่ถ้ามัวมานั่งคิดให้ตายก็ไม่ได้มันมาหรอก จริงๆ นะ
เอาล่ะครับ วันนี้ก็เบาๆ แต่เพียงเท่านี้ก่อน อย่าลืมมาอ่านกันต่อสัปดาห์หน้านะครับ
(หื้มมมมมมมมมมมมมมม)
เรื่องแนะนำ :
– ฟุโดจิชินเมียวโรคุ ฉบับสำนักพระราชวัง (5) ไร้จิตไร้นึกคิด
– ฟุโดจิชินเมียวโรคุ ฉบับสำนักพระราชวัง (4) พระอวโลกิเตศวรพันกร
– ฟุโดจิชินเมียวโรคุ ฉบับสำนักพระราชวัง (3) ปัญญาที่ไม่หวั่นไหว
– ฟุโดจิชินเมียวโรคุ ฉบับสำนักพระราชวัง (2) เอาคมหอกย้อนกลับมาแทงคน
– ฟุโดจิชินเมียวโรคุ ฉบับสำนักพระราชวัง (1) ดั่งหินเหล็กไฟดั่งสายฟ้าแลบ
#ฟุโดจิชินเมียวโรคุ ฉบับสำนักพระราชวัง (6) หุ่นไล่กาในนากลางเขา


