วิชายุทธ วิถีเซน by Lordofwar Nick
ฟุโดจิชินเมียวโรคุ ฉบับสำนักพระราชวัง (16) “สติ” รู้ตัวทั่วพร้อม
วันนี้เราก็มาถึงตอนสุดท้ายแล้วนะครับ ไปกันเลยนะครับ
ข้อความต้นฉบับ
一 心の置所といふは、敵のはたらきに心を置ば敵の働に 心をとらるる也。敵の太刀に心を置ば、敵の太刀に心をとらるる也。敵をきらんと思ふ所に心を置ば、きらんと思ふ心に心をとらるる也。我太刀に心を置ば、我太刀 に心をとらるる也。我前に心を置ば、我前に心をとらるる なり。唯我心を臍の下へ押込で余所へやるなよ、敵のはたらきに依て点[轉]化せよと云也。是は敬の字の位なり。修行稽古の時の位也。
๑ ที่เรียกว่า ที่วางจิตนั้น หากวางจิตที่การทำงานของศัตรู จิตก็จะถูกจับที่การทำงานของศัตรู หากวางจิตที่ทะจิของศัตรู จิตก็จะถูกจับที่ทะจิของศัตรู หากวางจิตที่ที่คิดว่าจักฟันศัตรู จิตก็จะถูกจับที่จิตที่คิดว่าจักฟันศัตรู หากวางจิตที่ทะจิของตน จิตก็จะถูกจับที่ทะจิของตน หากวางจิตที่ข้างหน้าตน จิตก็จะถูกจับที่ข้างหน้าตน เพียงเอาจิตตนกดใส่ไว้ที่ใต้สะดือ อย่าได้ให้ไปที่อื่น กล่าวคือ จงอาศัยการทำงานของศัตรูพลิกแพลง นี้คือแห่งที่ของคำว่าสำรวม เป็นแห่งที่ของเวลาฝึกฝนฝีกเรียน
佛法向上の段のこころは、我身一盃に行わたりて、全体に舒び廣りある程に、手の入時は手の用を叶へ、足の入時は足の用をかなへ、目の入時は目の用を叶へ、其入時々の用を叶へる也。思案すれば思案にとらるる、分別すれば分別に心をとらるる程に、思案にも分別にも不渉して、總身に可ニ捨置一。一所に置ば、偏におつる(落ちる)といふて一所へかたづくる也。正心といふは總身へ心を舒て一方へつけぬをいふ也。
จิตของขั้นที่มุ่งขึ้นไปในพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้านั้น ให้ไปทั่วเต็มทั้งตัวของตน ขนาดที่แผ่กว้างไปทั่วทั้งกาย ยามเมื่อใส่มือ ให้ได้ประโยชน์ของมือดังหวัง เวลาใส่เท้า ให้ได้ประโยชน์ของเท้าดังหวัง เวลาใส่ตา ให้ได้ประโยชน์ของตาดังหวัง ให้ได้ประโยชน์ของเวลาที่ใส่นั้นๆ ดังหวัง หากนึกคิด จะถูกจับอยู่ที่การนึกคิด หากแบ่งแยก จิตก็จะถูกจับอยู่ที่การแบ่งแยก อย่าได้ข้ามไปยังทั้งการนึกคิดทั้งการแบ่งแยก ให้วางทิ้งไว้ในทั่วทั้งตัว หากวางไว้ในที่หนึ่ง อาจกวาดไปยังข้างหนึ่ง ที่เรียกว่า เอียงไป ที่เรียกว่าจิตที่ตรงนั้น คือแผ่จิตไปทั่วตัว เรียกว่า ไม่ไปติดยังทางหนึ่ง
どこに置と思ふこころなければ、全体に舒び廣ごりて有也。敵の働に依て當位々に心を所々にて可ㇾ用也。唯一所に心を止ぬ工夫、是修行也。肝要とする所也。一方に心を置ば九方はかくる也。こころを一方に不ㇾ置して用を叶へば、十方に心は可有也。是常に修行工夫肝要也。
หากไม่มีจิตคิดว่าจะวางไว้ที่ไหนล่ะก็ (จิต) ก็จะแผ่กว้างไปทั้งตัว อาศัยการทำงานของศัตรู ใช้ประโยชน์ซึ่งจิตที่ตำแหน่งต่างๆ นั้นในที่ต่างๆ คิดให้แยบคาย ไม่หยุดจิตเพียงที่เดียว นี้คือการฝึกฝน เป็นที่ที่ถือว่าเรื่องใหญ่ใจสำคัญ หากวางจิตไว้ที่ด้านหนึ่ง อีกเก้าด้านก็จะแหว่ง หากไม่วางจิตไว้ในทางเดียว ใช้ประโยชน์ได้ดังหวังล่ะก็ ย่อมมีจิตทั้งสิบด้านได้ นี้ฝึกฝนเป็นนิตย์ คิดให้แยบคาย เป็นเรื่องใหญ่ใจสำคัญ
無明住地煩脳諸佛之不動智終
ปัญญาที่ไม่หวั่นไหวแห่งพุทธะทั้งหลายซึ่งกิเลสที่อาศัยแห่งอวิชชา จบ
การตีความและอภิปราย
วันนี้ผมไม่มีอะไรพูดนอกจากจะบอกว่า ขอให้ท่านผู้อ่าน ทำความเพียร ฝึกฝน พิจารณาจิตของตนเองให้ดีนะครับ ที่สุดของคำสอบทั้งหลายทั้งปวงของพุทธศาสนานั้น ทุกสิ่งมีได้ทำได้ ด้วยคำๆ เดียว
“สติ”
ครับ

ฝึกให้มีสติรู้ตัวทั่วพร้อม
ฝึกให้รู้เท่าทันกิเลส
ทำจิตใจให้ผ่องใส (ไม่เศร้าหมองด้วยกิเลส)
เมื่อถอดคำสอนใน “ฟุโดจิ” แล้ว มิได้มีอะไรแปลกไปกว่าสิ่งที่ผมพูดข้างบนนี้เลย
ปลายทางของวิถีแห่งนักรบ คือวิถีแห่งพุทธะ
ผมดีใจมากที่ตัวเองสามารถอ่าน ถ่ายทอดสารและตีความมันได้สำเร็จ
งานนี้สำเร็จลงได้ด้วยความช่วยเหลือจาก Chat GPT ในการปรึกษาเรื่องคำศัพท์ หรือสำนวนบางจุด ก็ต้องขอขอบคุณมา ณ ที่นี้
ส่วนการลงมือแปลและตีความ ผมอาศัยประสบการณ์ของตนเอง เพราะการแปลและอ่านตรงนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกฝนเช่นกัน
ผมไม่ค่อยโอเคถ้าใครจะชอบมาอ้างถ้อยคำปรัชญาจากหนังสือโบราณอะไรแบบลอยๆ พูดแค่บางส่วน พูดเอาเท่เอาหล่อแบบผิวเผิน ทั้งที่ไม่รู้เหมือนกันว่า เคยอ่านต้นฉบับงานจริงๆ แล้วตีความมันด้วยตัวเองจริงไหม
คราวนี้ ท่านผู้อ่านก็จะได้อ่านฉบับแปลที่แปลจากต้นฉบับจริงๆ จะๆ กันไปเลย
เอาล่ะครับ ได้เวลาที่จะปิดจบซีรี่ส์นี้แล้ว หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับท่านผู้อ่านนะครับ
ต่อไปจะเขียนอะไรเหรอ? อืม
คอยดูตอนนั้นก็แล้วกันนะครับ สวัสดีครับ
เรื่องแนะนำ :
– ฟุโดจิชินเมียวโรคุ ฉบับสำนักพระราชวัง (15) จิตที่ไร้จิต
– ฟุโดจิชินเมียวโรคุ ฉบับสำนักพระราชวัง (14) ไม่ถอยกลับ
– ฟุโดจิชินเมียวโรคุ ฉบับสำนักพระราชวัง (13) ลูกแก้วที่ขัดดีแล้ว
– ฟุโดจิชินเมียวโรคุ ฉบับสำนักพระราชวัง (12) วิตกวิจาร
– ฟุโดจิชินเมียวโรคุ ฉบับสำนักพระราชวัง (11) คำว่าสำรวม
#ฟุโดจิชินเมียวโรคุ ฉบับสำนักพระราชวัง (16) “สติ” รู้ตัวทั่วพร้อม


